เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รัฐบาลปัดชงแก้กฎหมาย ‘ภาษีบาป’ หวังฮุบไทยพีบีเอส เทียบโมเดล สปสช.
Politics รัฐบาลปัดชงแก้กฎหมาย ‘ภาษีบาป’ หวังฮุบไทยพีบีเอส เทียบโมเดล สปสช.
‘อนุทิน’ ชี้ร่วมวันเกิด ‘เนวิน’ เรื่องปกติ เป็นพี่เป็นน้องกัน ปัดให้คำแนะนำ
Politics ‘อนุทิน’ ชี้ร่วมวันเกิด ‘เนวิน’ เรื่องปกติ เป็นพี่เป็นน้องกัน ปัดให้คำแนะนำ
น้ำท่วมกระทบเกษตร 43 จังหวัด พื้นที่เสียหาย 1.66 ล้านไร่ ‘ข้าว’ หนักสุด 1.33 ล้านไร่
Economic น้ำท่วมกระทบเกษตร 43 จังหวัด พื้นที่เสียหาย 1.66 ล้านไร่ ‘ข้าว’ หนักสุด 1.33 ล้านไร่
เปิดมุมมองนักวิชาการ ปมเสนอแก้กฎหมาย Thai PBS เปลี่ยน “ภาษีบาป” สู่งบรัฐ
Politics เปิดมุมมองนักวิชาการ ปมเสนอแก้กฎหมาย Thai PBS เปลี่ยน “ภาษีบาป” สู่งบรัฐ
ชลประทานคงระบายเจ้าพระยา 2,500 ลบ.ม./วินาที รับฝนระลอกใหม่ ยันไม่ล้นคัน กทม.-นนท์
Economic ชลประทานคงระบายเจ้าพระยา 2,500 ลบ.ม./วินาที รับฝนระลอกใหม่ ยันไม่ล้นคัน กทม.-นนท์
อนุทิน ลั่นว่าตามขั้นตอน สภาชงแก้ กม.ปรับใช้งบ ‘ภาษีบาป’ 4 หน่วยงาน
Politics อนุทิน ลั่นว่าตามขั้นตอน สภาชงแก้ กม.ปรับใช้งบ ‘ภาษีบาป’ 4 หน่วยงาน
นายกฯ​ แย้ม​ ศก.ไตรมาส 3​ ดีขึ้น​ เชื่อเวที IMF-World Bank ช่วยดัน GDP ไทยปิดสวย
Politics นายกฯ​ แย้ม​ ศก.ไตรมาส 3​ ดีขึ้น​ เชื่อเวที IMF-World Bank ช่วยดัน GDP ไทยปิดสวย
เชื้อปริศนารั่วไหล นักวิจัยรัสเซียดับ 1 ราย เกือบ 200 คนถูกเฝ้าระวัง
News เชื้อปริศนารั่วไหล นักวิจัยรัสเซียดับ 1 ราย เกือบ 200 คนถูกเฝ้าระวัง
ไทยยูเนี่ยน-เฟรเซอร์ส รับ AI เปลี่ยนโลกธุรกิจ โจทย์ใหญ่ ‘ใช้ให้คุ้ม-คุมให้อยู่’
Finance ไทยยูเนี่ยน-เฟรเซอร์ส รับ AI เปลี่ยนโลกธุรกิจ โจทย์ใหญ่ ‘ใช้ให้คุ้ม-คุมให้อยู่’
แมริออทฯ จับมือเคเอส โฮเทลฯ เปิดตัว โรงแรม-อพาร์ตเมนต์หรูที่เขาหลัก พังงา
Business แมริออทฯ จับมือเคเอส โฮเทลฯ เปิดตัว โรงแรม-อพาร์ตเมนต์หรูที่เขาหลัก พังงา
ดูทั้งหมด

บลจ.จับเทรนด์ดอกเบี้ยขาขึ้น แห่เปิด “กองตราสารหนี้” ดูดเงินลงทุน

08 ก.พ. 2566 | 07:36น.
ดารบุษป์ ปภาพจน์-ชยนนท์ รักกาญจนันท์-ชญานี จึงมานนท์

แนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น ทำให้ผู้จัดการกองทุนมีการเปิดขายกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศประเภทเทอมฟันด์ กันหนาตามากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

โดย “ชญานี จึงมานนท์” นักวิเคราะห์อาวุโส บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา หากดูในภาพรวมทุกประเภทกองทุนจะมีกองทุนกลุ่มตราสารหนี้ต่างประเทศประเภทเทอมฟันด์ที่มีการเปิดใหม่ราว 190 กอง ซึ่งเป็นการเปิดเพื่อรองรับเงินลงทุนจากกองทุนอื่น ๆ ที่ครบกำหนดอายุ

โดยเฉพาะในปี 2565 ที่ผ่านมา มีกองทุนประเภทดังกล่าวเปิดใหม่รวม 79 กองทุน ส่งผลให้ภาพรวมทั้งปีเป็นเงินไหลเข้ากองทุนสุทธิกว่า 1.5 แสนล้านบาท มูลค่าทรัพย์สินขึ้นมาอยู่ที่ 1.7 แสนล้านบาท จากระดับแค่ 2 หมื่นล้านบาทในปี 2564

ขณะที่กองทุนตราสารทุนต่างประเทศยังคงเป็นที่นิยมอย่างมากโดยเฉพาะช่วงโควิด-19 เป็นต้นมา โดยรอบปี 2565 มีเงินไหลเข้ากองทุนตราสารทุนต่างประเทศสุทธิสะสมเกือบ 2 หมื่นล้านบาท มูลค่าทรัพย์สินสุทธิเกือบ 1.4 ล้านล้านบาท ลดลง 13.6% จากสิ้นปี 2564 และคิดเป็นสัดส่วน 37% ของตลาด

ซึ่งในกลุ่มกองทุนตราสารทุน กลุ่มที่เปิดใหม่มากที่สุด คือ กองทุนกลุ่มหุ้นทั่วโลก (global equity) ที่เปิดใหม่ราว 50-60 กองทุนต่อปี นับตั้งแต่ปี 2563 โดยกลุ่มหุ้นทั่วโลก มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิหดตัวลงเล็กน้อย รวมทั้งปีเป็นมูลค่า 2,700 ล้านบาท หรือมากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 รองจากกลุ่มกองทุนหุ้นไทยขนาดใหญ่ (equity large-cap)

“ระยะข้างหน้า จากแนวโน้มดอกเบี้ยที่ยังมีการปรับขึ้นและจะคงอยู่ระดับสูงต่อเนื่อง เป็นส่วนให้ผู้ลงทุนยังสนใจกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศประเภทเทอมฟันด์ ขณะที่กองทุนตราสารทุนปัจจุบันมีรูปแบบค่อนข้างหลากหลาย ประกอบกับมีความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจในปีนี้ จึงอาจมีการออกกองทุนไม่มากเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า”

“ชยนนท์ รักกาญจนันท์” ประธานเจ้าหน้าที่ที่ปรึกษาและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท หลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุนฟินโนมีนา จำกัด กล่าวว่า จากกองทุนประเภทตราสารหนี้ที่เปิดใหม่เพิ่มขึ้นมากในช่วงที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งมาจากอัตราดอกเบี้ยที่กลับมาเป็นขาขึ้นจากเงินเฟ้อของทางฝั่งสหรัฐ และลากยาวมาที่ฝั่งเอเชีย ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในตลาด รวมถึงพวกหุ้นกู้เอกชนก็ทยอยปรับตัวตามขึ้นมา

นอกจากนี้ก็มีนักลงทุนบางส่วนที่เข็ด หรือขาดทุนจากการลงทุนในตลาดหุ้น ก็นำเงินเข้ามาลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ประเภท 3-6 เดือนมากขึ้น เพราะว่านักลงทุนส่วนหนึ่งก็คิดว่า ถ้าเศรษฐกิจถดถอยจะเกิดขึ้น คงจะไม่เกิดขึ้นและจบภายใน 1-2 เดือน คงลากยาวมากกว่านั้น ดังนั้นนักลงทุนจึงเอาเงินเข้าไปลงทุนอยู่ในตลาดเทอมฟันด์ค่อนข้างมาก

ซึ่งจากแนวโน้มดอกเบี้ยที่ยังเป็นขาขึ้นอยู่ในปีนี้ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ส่วนใหญ่ก็น่าจะมีโอกาสออกกองทุนตราสารหนี้อยู่ เพราะเรื่องของเศรษฐกิจถดถอยยังเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นในปีนี้ ดังนั้นแม้ว่าการลงทุนในตลาดหุ้นจะเห็นการปรับตัวขึ้นมา แต่ว่านักลงทุนก็ยังคงกังวล เพราะฉะนั้น ตอนนี้ที่หุ้นปรับตัวขึ้นก็จะมีนักลงทุนขายลดพอร์ตและนำเงินเข้าไปลงทุนในตราสารหนี้ หรือหุ้นกู้ที่มีดอกเบี้ยสูงกว่า 3-4% ขึ้นไป

“ปีนี้ตลาดหุ้นยังคงมีปัจจัยกดดันอยู่ ขณะที่ตราสารหนี้น่าจะได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง และกองทุนตราสารหนี้น่าจะมีโอกาสทยอยเปิดใหม่ และคาดว่าปีนี้จะเป็นปีที่โฟลว์ของตราสารหนี้ รวมถึงหุ้นกู้เอกชนน่าจะยังเป็นบวกอยู่”

ขณะที่ “ดารบุษป์ ปภาพจน์” กรรมการผู้จัดการ บลจ.อีสท์สปริง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ในปีนี้ยังมองการลงทุนในตราสารหนี้ทั่วโลกน่าสนใจ ซึ่งถ้าดูจากอัตราผลตอบแทนที่ได้รับจากตราสารหนี้ทั่วโลกอยู่ในระดับที่ลงทุนได้ในปัจจุบัน ตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 5% ซึ่งใกล้เคียงกับอัตราผลตอบแทนที่ปกติก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 ที่จะได้รับจากหุ้นกู้ที่ด้อยคุณภาพกว่ามาก หรือเป็นหุ้นกู้ในประเทศตลาดเกิดใหม่

“อย่างไรก็ตาม คำถามสำหรับปีนี้คือ ดอกเบี้ยจะขึ้นอีกเยอะแค่ไหน ซึ่งหลาย ๆ คนคิดว่าดอกเบี้ยก็ไม่น่าขึ้นไปได้อีกเยอะแล้ว ก็ยังมีความเสี่ยงอยู่บ้าง โดยจะเห็นว่าดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นมาค่อนข้างที่จะรับข่าวเรื่องของเงินเฟ้อไปมากพอสมควร ดังนั้นการลงทุนตราสารหนี้ปัจจุบันถือว่าน่าสนใจมาก เพราะลงทุนแล้วได้ดอกเบี้ยที่ค่อนข้างสูง และคุณภาพที่ดีกว่าในอดีต”

ล่าสุด ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้เสนอขายกองทุนเปิดไทยพาณิชย์มุ่งรักษาเงินต้น 3 เดือน 2 (SCBCP3M2) อายุโครงการประมาณ 3 เดือน เงินลงทุนขั้นต่ำ 500 บาท ประมาณการผลตอบแทน 1.10% ต่อปี โดยเสนอขายให้กับผู้ลงทุนทั่วไป ระหว่างวันที่ 7-13 ก.พ. 2566

รวมถึงก่อนหน้านี้ ไทยพาณิชย์ก็ได้เปิดขายกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ ประเภทกำหนดอายุโครงการ (เทอมฟันด์) ดิจิทัล ภายใต้ชื่อ กองทุนเปิด SCB Easy 6M1 ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (SCBEZ6M1) โดยเปิดจำหน่ายผ่านเฉพาะช่องทางแอปพลิเคชั่น SCB EASY เพียงช่องทางเดียว อายุโครงการ 6 เดือน ระหว่างวันที่ 31 ม.ค.-13 ก.พ. 2566 เงินลงทุนขั้นต่ำ 500,000 บาท

ด้วยแนวโน้นดอกเบี้ยที่ยังเป็นขาขึ้น กองทุนตราสารหนี้ นับว่าเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจเลยทีเดียว