ไทม์ไลน์เลือกตั้งชัด ดันหุ้นไทย +10 จุด เปิดสถิติหุ้นเอี่ยวการเมืองรับอานิสงส์

หุ้น

เลือกตั้ง ปี 2566 ไทม์ไลน์ชัด หลังประชุม ครม.-นายกฯ ให้สัมภาษณ์ยุบสภาต้นเดือน มี.ค. เลือกตั้ง 7 พ.ค. ดันหุ้นไทยมีแรงไล่ซื้อกลับ +10 จุด โบรกเกอร์เปิดสถิติตลาดหุ้นช่วงก่อนและหลังวันเลือกตั้ง-หุ้นเอี่ยวการเมืองรับประโยชน์

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า วันนี้มีการประชุม ครม. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงไทม์ไลน์การเลือกตั้ง การเป็นรัฐบาลรักษาการ อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ และได้ชี้แจงในที่ประชุม ครม. ไปแล้วว่ากำหนดการยุบสภาภายในต้นเดือนมีนาคม 2566 และกำหนดการเลือกตั้งในปัจจุบันไว้ตามที่ กกต.ประกาศคือวันที่ 7 พฤษภาคม 2566

โดยภาพรวมดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) วันนี้ปิดตลาดภาคเช้าลดลง 2 จุด ดัชนีแกว่งตัวในกรอบแคบ เนื่องจากตลาดยังไม่มีปัจจัยหนุนใหม่ หุ้นที่ปรับขึ้นแรงเมื่อวานถูกเทขาย อาทิ ธนาคาร, ไฟแนนซ์ และกลุ่มเจมาร์ท และสลับกลุ่มเก็งกำไรไปยังหุ้นในกลุ่มค้าปลีกและนิคมอุตสาหกรรม แต่ตั้งแต่เวลา 15.00 น. ดัชนี SET Index พลิกมาดีดตัวขึ้นแรง ปิดตลาดปรับตัวบวก 10.94 จุด หรือ +0.66% จากดัชนีวันก่อนหน้า ยืนอยู่ที่ 1,668.63 จุด

นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.กสิกรไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หุ้นไทยมีแรงไล่ซื้อกลับจนสามารถพลิกกลับมาบวกในช่วงบ่ายวันนี้ เป็นผลมาจากนักลงทุนในตลาดตอบรับเซนติเมนต์เชิงบวกจากความชัดเจนของการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง หลังจากประชุม ครม. และนายกฯได้ให้สัมภาษณ์เรื่องไทม์ไลน์เลือกตั้ง โดยหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการเมืองฟื้นตัวขึ้นหมด ตั้งแต่กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง, อสังหาริมทรัพย์

นอกจากนี้ถ้าดูจากมาตรการที่พรรคการเมืองแต่ละพรรคหาเสียง เน้นไปที่การบริโภคและกระตุ้นกำลังซื้อ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 50% ของจีดีพี ทำให้ตลาดคาดหวังว่าจะมีเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจเข้ามา ดังนั้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์คือ กลุ่ม Domestic Play เช่น ค้าปลีก ไฟแนนซ์ และไอซีที

“ตามสถิติในอดีต ตั้งแต่ปี 2543-2556 ตลาดหุ้นไทย 1 เดือนหลังยุบสภา จะติดลบเฉลี่ย 5.7% แต่ 1 เดือนหลังมีการเลือกตั้ง ตลาดหุ้นไทยจะปรับเพิ่มขึ้น 3.8%”

ด้านฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส เคยรายงานการศึกษาหาผลตอบเทนตลาดหุ้นช่วงก่อนและหลังวันเลือกตั้งที่ดีที่สุดในปี 2544-2562 พบว่าดัชนี SET Index มักให้ผลตอบแทนที่ดีในช่วง 3 เดือน ก่อนการเลือกตั้งเฉลี่ย +3.9% และในช่วงสัปดาห์แรกของการเลือกตั้งให้ผลตอบเทนเฉลี่ยเพิ่มอีก +3.8%

สรุปคือดัชนี SET Index มักปรับตัวขึ้นได้ดีในช่วงที่มีกระแสเลือกตั้ง โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนก่อนการเลือกตั้งถึงหลังเลือกตั้ง 1 สัปดาห์ ดัชนี SET Index มีโอกาสให้ผลตอบแทนสูงถึง +7.7%

กลุ่มไอซีที ผลตอบแทนสูงสุด รับเลือกตั้ง

โดยเซ็กเตอร์หุ้นที่มักปรับขึ้นได้ดีก่อนเลือกตั้ง 3 เดือน คือ 1.ICT ผลตอบแทนเฉลี่ย +9.4% 2.MEDIA ผลตอบแทนเฉลี่ย +7.8% 3.COMM ผลตอบแทนเฉลี่ย +6.4% 4.FOOD ผลตอบแทนเฉลี่ย +5.5%

5.FIN ผลตอบแทนเฉลี่ย +5.2% 6.CONMAT ผลตอบแทนเฉลี่ย +4.8% 7.BANK ผลตอบแทนเฉลี่ย +4.3% 8.PROP ผลตอบแทนเฉลี่ย +3.6% 9.ENERG ผลตอบแทนเฉลี่ย +3.3% 10.ETRON ผลตอบแทนเฉลี่ย +3.1%

11.AUTO ผลตอบแทนเฉลี่ย +2.6% 12.TOURISM ผลตอบแทนเฉลี่ย +2.3% 13.INSUR ผลตอบแทนเฉลี่ย +2.1% 14.PKG ผลตอบแทนเฉลี่ย +0.4%

หุ้น STPI-SC-BEC ท็อป 3 เพอร์ฟอร์มเด่น

ส่วนหุ้นที่มักปรับขึ้นได้ดีก่อนเลือกตั้ง 3 เดือน คือ 1.STPI ผลตอบแทนเฉลี่ย +21.5% 2.SC ผลตอบแทนเฉลี่ย +18.68% 3.BEC ผลตอบแทนเฉลี่ย +16.8% 4.MAKRO ผลตอบแทนเฉลี่ย +16.5%

5.TKS ผลตอบแทนเฉลี่ย +16.3% 6.MAJOR ผลตอบแทนเฉลี่ย +14.7% 7.INTUCH ผลตอบแทนเฉลี่ย +13.8% 8.ADVANC ผลตอบแทนเฉลี่ย +13.3% 9.MINT ผลตอบแทนเฉลี่ย +12.45% 10.THCOM ผลตอบแทนเฉลี่ย +12.2%

11.CENTEL ผลตอบแทนเฉลี่ย +11.6% 12.STEC ผลตอบแทนเฉลี่ย +10.5% 13.NWR ผลตอบแทนเฉลี่ย +9.2% 13.BBL ผลตอบแทนเฉลี่ย +7.7% 14.PLANB ผลตอบแทนเฉลี่ย +7.6% 15.AP ผลตอบแทนเฉลี่ย +7.2% 16.SCC ผลตอบแทนเฉลี่ย +5.9% 17.AMATA ผลตอบแทนเฉลี่ย +4.6%


ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยแนะนำ “BUY” ทุกตัว ยกเว้น THCOM, MAKRO ที่แนะนำ “SWITCH” โดยมีอัพไซด์ราคาหุ้นในระดับ 4.9-60.9%