เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
Finance ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
HR จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
Tech ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
Finance สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Business DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
Finance กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
Automotive บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
Real Estate ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
World ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
Economic บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
ดูทั้งหมด

เงินบาทยังเผชิญแรงขาย แตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 2 เดือน

25 ก.พ. 2566 | 07:29น.
ธนบัตรไทย

เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 2 เดือน ที่ระดับ 34.91 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ ยังมีแรงหนุนจากแนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องของเฟด จับตาปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า ทิศทางเงินลงทุนของต่างชาติ การเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชีย ตัวเลขการส่งออกและรายงานเศรษฐกิจการเงินเดือนม.ค.ของไทย

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2566 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทพลิกอ่อนค่า แตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 2 เดือน โดยเงินบาทแข็งค่าขึ้นช่วงสั้นๆ ต้นสัปดาห์ ก่อนจะทยอยอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ตามทิศทางสกุลเงินเอเชีย สวนทางเงินดอลลาร์ฯ ที่กลับมาแข็งค่าขึ้น

โดยมีปัจจัยบวกจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าที่คาด อาทิ ดัชนี PMI รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นสำหรับเดือนก.พ. ที่เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือน และการปรับตัวลงของจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ซึ่งสนับสนุนแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องในหลายๆ รอบการประชุมข้างหน้าของธนาคารกลางสหรัฐฯ

นอกจากนี้การอ่อนค่าของเงินบาทยังสอดคล้องกับสถานะขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ และการอ่อนค่าลงของเงินหยวนท่ามกลางสัญญาณตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-จีน

กราฟค่าเงินบาท 13-14 ก.พ.

ในวันศุกร์ที่ 24 ก.พ. 2566 เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 34.85 บาทต่อดอลลาร์ฯ (หลังแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 2 เดือนที่ 34.91 บาทต่อดอลลาร์ฯ) เทียบกับ 34.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (17 ก.พ.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 20-24 ก.พ. นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 19,531 ล้านบาท และมีสถานะเป็น Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทยต่อเนื่องอีก 7,069 ล้านบาท (ขายสุทธิ 3,246 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 3,823 ล้านบาท)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (27 ก.พ.-3 มี.ค.) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 34.50-35.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ทิศทางเงินลงทุนของต่างชาติและการเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชีย ตัวเลขการส่งออกและรายงานเศรษฐกิจการเงินเดือนม.ค.ของไทย

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนม.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดัชนี PMI/ISM ภาคการผลิตและภาคบริการเดือนก.พ. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน ข้อมูล PMI ภาคการผลิต/บริการเดือนก.พ. ของจีน ยูโรโซน และอังกฤษ และอัตราเงินเฟ้อเดือนก.พ. ของยูโรโซนด้วยเช่นกัน

กราฟตลาดหุ้นไทย 17-24 ก.พ.66

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีตลาดหุ้นไทยยังร่วงลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 3 ทั้งนี้ หุ้นไทยดีดตัวขึ้นช่วงต้นสัปดาห์ โดยมีแรงหนุนจากแรงซื้อคืนหุ้นกลุ่มแบงก์และไฟแนนซ์ รวมถึงความชัดเจนเกี่ยวกับประเด็นการเมือง หลังนายกฯ ประกาศจะยุบสภาช่วงต้นมี.ค. เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไป

อย่างไรก็ดี หุ้นไทยพลิกร่วงในเวลาต่อมาตามทิศทางหุ้นภูมิภาค เนื่องจากนักลงทุนกลับมากังวลเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยของเฟด ขณะที่บันทึกประชุมเฟดสะท้อนว่าเฟดยังมีความจำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องเพื่อสกัดเงินเฟ้อ นอกจากนี้ผลประกอบการของบจ. ที่ออกมาต่ำกว่าคาด ก็มีส่วนกดดันบรรยากาศหุ้นไทยช่วงปลายสัปดาห์เช่นเดียวกัน

ในวันศุกร์ (24 ก.พ.) ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,634.02 จุด ลดลง 1.07% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 59,594.55 ล้านบาท ลดลง 16.03% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.97% มาปิดที่ระดับ 563.95 จุด

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (27 ก.พ.-3 มี.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,620 และ 1,595 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,645 และ 1,670 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขส่งออกเดือนม.ค. ของไทย ประเด็นการเมืองภายในประเทศ รวมถึงทิศทางเงินทุนต่างชาติ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนม.ค. ดัชนี ISM/PMI เดือนก.พ. รวมถึงผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศอื่นๆ ได้แก่ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนม.ค. ของญี่ปุ่น ดัชนี PMI เดือนก.พ. ของญี่ปุ่น จีน ยูโรโซน ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนก.พ. (เบื้องต้น) ของยูโรโซน