เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กสิกรไทย ปรับขึ้นค่ารักษาพนักงาน เบิกได้สูงสุดปีละ 300,000 บาท จัดเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ช่วยค่าครองชีพ
Finance กสิกรไทย ปรับขึ้นค่ารักษาพนักงาน เบิกได้สูงสุดปีละ 300,000 บาท จัดเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ช่วยค่าครองชีพ
ในหลวง พระราชินี ทรงวางพวงมาลา พระบรมราชชนก วันมหิดล 2569
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงวางพวงมาลา พระบรมราชชนก วันมหิดล 2569
SACIT ร่วมตีความ “MOLLY” มุมมองใหม่ ในนิทรรศการ “MOLLY 20th Anniversary”
Biz Movement SACIT ร่วมตีความ “MOLLY” มุมมองใหม่ ในนิทรรศการ “MOLLY 20th Anniversary”
‘เปี๊ยก โปสเตอร์’ ศิลปินแห่งชาติ ตำนานผู้สร้างใบปิดหนังไทย เสียชีวิต อายุ 93 ปี
News ‘เปี๊ยก โปสเตอร์’ ศิลปินแห่งชาติ ตำนานผู้สร้างใบปิดหนังไทย เสียชีวิต อายุ 93 ปี
เปิดผลสำรวจคุณธรรมและทุนชีวิตปี’69 คนไทยมีคุณธรรมระดับพอใช้
Biz Movement เปิดผลสำรวจคุณธรรมและทุนชีวิตปี’69 คนไทยมีคุณธรรมระดับพอใช้
โรดโชว์สหรัฐหนุนหุ้นนิคมฯ จับตา WHA-AMATA เด่น รับธีม FDI-Data Center
Finance โรดโชว์สหรัฐหนุนหุ้นนิคมฯ จับตา WHA-AMATA เด่น รับธีม FDI-Data Center
ราคาทองวันนี้ (24 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (24 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 68,300 บาท
SAMTEL คว้างาน ERP สนง.สลากกินแบ่งฯ 695 ล้านบาท
Biz Movement SAMTEL คว้างาน ERP สนง.สลากกินแบ่งฯ 695 ล้านบาท
94 สถานประกอบ x บัญชี DPU เปิดตัว คลินิกบัญชี-ภาษี ฟรีแก่สังคม
Uncategorized 94 สถานประกอบ x บัญชี DPU เปิดตัว คลินิกบัญชี-ภาษี ฟรีแก่สังคม
ความหมายเพลง ‘Seven Nation Army’ ริฟฟ์ร็อคทรงพลังของ ‘เนเน่ รอยัล’
Biz Movement ความหมายเพลง ‘Seven Nation Army’ ริฟฟ์ร็อคทรงพลังของ ‘เนเน่ รอยัล’
ดูทั้งหมด

กลยุทธ์ “ชัย โสภณพนิช” BKI ฟันกำไรลงทุนกลบขาดทุนโควิด

30 มี.ค. 2566 | 08:16น.
ชัย โสภณพนิช
สัมภาษณ์

กรุงเทพประกันภัย เป็นหนึ่งบริษัทประกันวินาศภัยยักษ์ใหญ่ของประเทศไทยที่ต้อง “เจ็บตัว” ค่อนข้างมาก จากการเข้าไปรับประกันภัยโควิด-19 เจอจ่ายจบ โดยจนถึงสิ้นปี 2565 ผลประกอบการภาพรวมขาดทุนสุทธิ 638 ล้านบาท เพราะต้องจ่ายเคลมโควิดทุกกรมธรรม์ไปทั้งสิ้น 8,700 ล้านบาท ทำให้มีผลขาดทุนสุทธิจากการรับประกันภัยเกือบ 7,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี การบริหารพอร์ตลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพเป็นตัวช่วยสำคัญของค่ายประกันใหญ่แห่งนี้ ส่วนจะมีเทคนิคอย่างไรนั้น “เจ้าสัวชัย” หรือ “ชัย โสภณพนิช” ประธานกรรมการ บมจ.กรุงเทพประกันภัย (BKI) ได้เล่าถึงการทำกำไรจากเงินลงทุนที่สูงถึง 5,108 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา ในการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อเร็ว ๆ นี้

ขายหุ้นพยุงขาดทุนประกันปี’65

“เจ้าสัวชัย” เปิดเผยว่า ในปี 2565 ที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้สุทธิจากการลงทุน 6,254 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นรายได้ที่เกิดจากกำไรจากการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ กว่า 5,100 ล้านบาท และที่เหลืออีกกว่า 1,000 ล้านบาท เป็นรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผล โดยกำไรจากการขายหุ้นประมาณ 3,000 ล้านบาท มาจากการขายหุ้น บมจ.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) ซึ่งจนถึงสิ้นปี 2565 ยังมีกำไรจาก BH อยู่อีกประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท เนื่องจากราคาหุ้นค่อนข้างสูงกว่าต้นทุนที่ซื้อไว้มาก ขณะเดียวกัน ก็มีกำไรจากการขายหุ้นธนาคารกรุงเทพ (BBL) และ บมจ.กรุงเทพประกันชีวิต (BLA) อีกตัวละ 500 ล้านบาท

ปี’66 ตั้งเป้าพลิกกลับ “กำไรโต”

สำหรับทิศทางการบริหารพอร์ตลงทุนในปี 2566 นี้ “เจ้าสัวชัย” บอกว่า จะล้อไปกับแผนธุรกิจปีนี้ ที่บริษัทกรุงเทพประกันภัยวางไว้เป็น “ปีแห่งการพลิกฟื้นธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน” โดยคาดจะพลิกกลับมามีกำไรก่อนหักภาษี (EBITDA) จำนวน 3,500 ล้านบาท มีเบี้ยรับรวมแตะ 3 หมื่นล้านบาท เติบโต 12.5% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY)

“การบริหารธุรกิจประกันภัย เป้าหมายใหญ่คือต้องสร้างกำไรจากการรับประกันภัยเป็นหลัก โดยเฉลี่ยต้องมีสัดส่วนประมาณ 60% ส่วนที่เหลืออีก 40% เป็นกำไรจากการลงทุน แต่ในช่วงปีที่ไม่ปกติ (เกิดสึนามิ, น้ำท่วมใหญ่, โควิดระบาด) กำไรจากการลงทุนจะสูงกว่ากำไรจากการรับประกันภัย เพราะเกิดความเปราะบางจากสถานการณ์เฉพาะ แต่ถ้าในปีปกติเราจะมีกำไรจากการขายหุ้นปีหนึ่งแค่ประมาณ 100-300 ล้านบาทเท่านั้น โดยจะอาศัยกำไรจากการรับประกันภัยเป็นหลัก”

ดังนั้น ปีนี้จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว โดยตั้งเป้าว่าจะมีกำไรจากการรับประกันภัยไม่น้อยกว่า 8% เทียบจากปีที่แล้ว หรือพลิกกลับมามีกำไรจากการรับประกันภัยประมาณ 2,400 ล้านบาท ตามเป้าเบี้ยรับรวมที่ 3 หมื่นล้านบาท และถ้าทำได้ดีควรจะมีกำไรจากการรับประกันภัยขึ้นไปถึง 12%

แต่ทั้งนี้ ความเปราะบางอาจจะเกิดขึ้นได้ในระหว่างปีที่ยังมองไม่ออก เช่น ภัยธรรมชาติขนาดใหญ่ เป็นต้น ส่วนที่เหลือจะเป็นกำไรจากการลงทุนและรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผล โดยเฉลี่ยจะมีผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) อยู่ประมาณ 4-5%

เตรียมเงินสดพันล้านซื้อหุ้นเด่น

“เจ้าสัวชัย” กล่าวว่า ส่วนการลงทุนในปีนี้ ได้เตรียมเงินสดไว้ประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยดึงออกมาจากเงินฝากธนาคารที่มีอยู่กว่า 1 หมื่นล้านบาท ใช้กลยุทธ์ค่อย ๆ เข้าไปซื้อหุ้นเพื่อสะสม หรือค่อย ๆ สร้างเงินหมุนเวียนที่มากขึ้น เพราะใช้เงินสดจ่ายเคลมโควิดไปค่อนข้างมาก

โดยให้ความสนใจหุ้นธนาคารพาณิชย์ในตลาดหุ้นไทยเกือบทุกตัว คาดว่าผลการดำเนินงานปีนี้น่าจะดีกว่าปีที่แล้ว จึงยังน่าจะให้ผลตอบแทนที่ดีตามภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น รวมไปถึงมองหุ้นผู้ผลิตอุปกรณ์ส่องสว่างยานยนต์ เพราะแม้ว่าจะมีรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ก็ยังต้องใช้แสงสว่างจากหลอดไฟในการขับรถกลางคืน หรือหุ้นกลุ่มปิโตรเคมีที่น่าจะรักษาระดับกำไรกลับมาได้ และหุ้นอาหารยังคงน่าสนใจอยู่

อย่างไรก็ดี การเข้าซื้อหุ้นต้องดูจังหวะที่เหมาะสม โดยจากที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าดอกเบี้ยของสหรัฐมีโอกาสขึ้นอีกแค่ 1-2 ครั้ง และจะหยุดขึ้นดอกเบี้ยประมาณกลางปีนี้ หลังจากนั้น ก็คาดว่าน่าจะเข้าไปซื้อหุ้นเพิ่มได้ ซึ่งจะพิจารณาหุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูง หรือสม่ำเสมอ จะไม่ใช่หุ้นที่ราคาขึ้นเร็ว โดยการซื้อหุ้นจะดูเป็นการลงทุนระยะยาวอย่างน้อย 3-5 ปี

“ในช่วงนี้ กำลังมอนิเตอร์ภาวะตลาดหุ้นอยู่ ว่าเราจะเริ่มซื้อหุ้นคืนมาบ้าง จากที่เราขายไปตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยหุ้น BBL และ BLA ส่วนใหญ่ 70-80% เราซื้อคืนมาแล้ว แต่ BH เนื่องด้วยถือเกิน 10% เข้าไปซื้อเพิ่มไม่ได้ แต่ตัวหุ้นอื่น ๆ ตอนนี้ยังไม่ได้เข้าไปซื้อ เพราะเชื่อว่าความไม่แน่นอนของตลาดยังมีมาก หุ้นน่าจะตกอีก เพราะธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังขึ้นดอกเบี้ยต่อ และความไม่แน่นอนของฐานะการเงินแบงก์ในอเมริกาและยุโรปที่จะคงมีปัญหาต่อ ซึ่งจะถูกกระทบต่อตลาดหุ้นและเศรษฐกิจ”

“เจ้าสัวชัย” กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันพอร์ตลงทุนในตลาดหุ้นตามราคาทุนของบริษัท มีสัดส่วนประมาณ 29% แต่หากปรับมูลค่าของหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (mark to market) จะมีสัดส่วน 60% ของพอร์ตลงทุนรวม ขณะที่เงินฝากประจำมีสัดส่วน 18% พันธบัตรรัฐบาล 8% หุ้นนอกตลาด 8% และที่เหลือเป็นอื่น ๆ เช่น กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน, กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์, กองทุนรวมตราสารทุน เป็นต้น

ฝากรัฐบาลใหม่แก้คอร์รัปชั่น

นอกจากนี้ ในโอกาสที่จะมีการเลือกตั้งใหญ่ของไทยในปีนี้ “เจ้าสัวชัย” กล่าวว่า อยากฝากว่า ถ้าจะให้ประเทศเดินไปได้ จะต้องแก้ปัญหาด้านคอร์รัปชั่น ซึ่งเป็นจุดที่ยากที่สุด รวมไปถึงต้องหาผู้นำประเทศที่บริหารงานด้วยความโปร่งใส มีความสามารถ และดูแลเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตได้อย่างดีด้วย