เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

กลุ่มทิสโก้ โชว์กำไรสุทธิไตรมาสแรก 1,793 ล้านบาท ตั้งสำรองยังสูง 248%

18 เม.ย. 2566 | 18:03น.
ทิสโก้

กลุ่มทิสโก้ แจ้งผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2566 มีกำไรสุทธิ 1,793 ล้านบาท ลดลง 0.2% ด้านธุรกิจสินเชื่อยังขยายตัวต่อเนื่อง 0.5% ขณะที่เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ในระดับแข็งแกร่ง 23.5% เงินสำรองต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้สูงถึง 248% พร้อมยึดหลักบริหารความเสี่ยงที่รัดกุมและควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้ภาวะต้นทุนทางการเงินที่ปรับตัวสูงขึ้น เตรียมจ่ายปันผลหุ้นละ 7.75 บาท พ.ค.นี้

วันที่ 18 เมษายน 2566 นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ เปิดเผยว่า ในไตรมาสแรกของปี 2566 กลุ่มทิสโก้มีกำไรสุทธิ 1,793 ล้านบาท ถือเป็นระดับทรงตัวหากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยธุรกิจสินเชื่อยังคงเติบโตได้ต่อเนื่องที่ระดับ 0.5% จากการขยายสาขา “สมหวัง เงินสั่งได้” ที่กระจายโอกาสออกไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ สร้างการเติบโตให้แก่สินเชื่อจำนำทะเบียนแก่กลุ่มลูกค้าที่กว้างขึ้น

รวมถึงสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ที่ยังคงเติบโตได้ดีตามภาคเศรษฐกิจที่กลับมาขยายตัว หนุนให้รายได้ดอกเบี้ยปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจนายหน้าประกันภัยเติบโตไปพร้อมกับการปล่อยสินเชื่อใหม่

ศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์
ศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์

อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินปรับตัวสูงขึ้น เป็นไปตามทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และการนำส่งเงินกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) ที่กลับสู่อัตราเดิมที่ 0.46% ต่อปี จากที่เคยปรับลดลงเหลือ 0.23% ต่อปี

ขณะที่สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามการเติบโตของสินเชื่อ แต่ถือว่าอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ดี พร้อมด้วยเงินสำรองต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage Ratio) สูงถึง 248% ซึ่งเพียงพอต่อการรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และมีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ในระดับแข็งแกร่งถึง 23.5% นอกจากนี้ ที่ประชุมผู้ถือหุ้นยังมีมติจ่ายปันผลในอัตราหุ้นละ 7.75 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 6,205 บาทในเดือน พ.ค.นี้

“เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง จากการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนเป็นสำคัญ ประกอบกับแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่เริ่มชะลอตัวลง ดังนั้น ในระยะข้างหน้า กลุ่มทิสโก้ยังคงเดินหน้าขยายการเติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจด้วยความมั่นคงและมีคุณภาพ โดยรักษาความแข็งแกร่งในการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม และดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อความยั่งยืน ตามหลักการ ESG (Environment, Social, Governance) ควบคู่กับการพัฒนา Digital Platform เพื่อเพิ่มความสะดวกในการให้บริการและเพิ่มโอกาสในการแนะนำผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สร้างคุณค่าแก่ลูกค้า” นายศักดิ์ชัยกล่าว

สรุปผลประกอบการสำหรับงวดไตรมาส 1 ปี 2566

ผลการดำเนินงานของกลุ่มทิสโก้สำหรับไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 1,793 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยที่ 0.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 เป็นผลมาจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นสอดรับกับทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น และการปรับอัตราเงินนำส่งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) กลับสู่อัตราเดิมที่ 0.46% ต่อปี

อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานปรับตัวสูงขึ้น 8.9% ตามนโยบายการลงทุนระยะยาวเพื่อการขยายตัวของธุรกิจ ในส่วนของรายได้รวมจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 5.1% จากรายได้ดอกเบี้ยที่เติบโตตามการขยายตัวของเงินให้สินเชื่อ และส่งผลให้ธุรกิจนายหน้าประกันภัยฟื้นตัวต่อเนื่อง ตามปริมาณการปล่อยสินเชื่อใหม่ที่เพิ่มขึ้น

ส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 2.2% จากผลกำไรของเงินลงทุนเป็นหลัก ในขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจที่เกี่ยวกับตลาดทุนอ่อนตัวลง จากผลกระทบของภาวะตลาดทุนทั่วโลกที่ผันผวนรุนแรง รวมถึงธุรกิจธนาคารพาณิชย์มีรายได้ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับเงินให้สินเชื่อลดลง สืบเนื่องมาจากการปรับเกณฑ์ค่าธรรมเนียม

ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss-ECL) อยู่ในระดับต่ำที่จำนวน 125 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.2% ของยอดสินเชื่อเฉลี่ย โดยบริษัทยังคงมีเงินสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตอยู่ในระดับสูง พร้อมรองรับต่อความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ด้วยอัตราส่วนเงินสำรองหนี้สูญต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Loan Loss Coverage Ratio) ที่สูงถึง 248.1% ทั้งนี้ บริษัทมีอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นเฉลี่ย (ROAE) สำหรับไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 16.4%

เงินให้สินเชื่อรวมของกลุ่มทิสโก้ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 มีจำนวน 220,099 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5% จากสิ้นปี 2565 จากการขยายตัวของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ สินเชื่อจำนำทะเบียน และสินเชื่อเช่าซื้อรถมือสอง โดยสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่สามารถเติบโตได้ดีตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ

ส่วนสินเชื่อจำนำทะเบียนขยายตัวผ่านช่องทาง “สมหวัง เงินสั่งได้” เป็นหลัก ซึ่งเติบโตต่อเนื่องอีก 6.4% ตามการเปิดเครือข่ายสาขาที่เพิ่มขึ้นในระหว่างไตรมาส ในส่วนของสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต (NPLs) อยู่ที่ 2.1% ของสินเชื่อรวม ใกล้เคียงกับสิ้นปีก่อนหน้า โดยบริษัทยังคงดำเนินนโยบายการควบคุมคุณภาพสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ และการบริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุม

ธนาคารทิสโก้ยังคงรักษาระดับฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง โดยมีประมาณการอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ 23.5% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำ 11.0% ที่กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย และมีอัตราเงินกองทุนชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 ต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ 19.8% และ 3.8% ตามลำดับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กลุ่มทิสโก้ ผลประกอบการ