ตลาดหลักทรัพย์ฯ-ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า รื้อระบบซื้อขายครั้งใหญ่ ลั่นเทียบชั้น “เวิลด์คลาส” รองรับวอลุ่มเทรดเพิ่ม ดีเดย์เริ่มใช้ 8 พ.ค.นี้ เพิ่มการปรับแสดง bid-offer เป็น 10 ระดับราคา เพิ่มความโปร่งใส ตั้งออร์เดอร์ข้ามวัน-เพิ่มเครื่องหมาย P คุมหุ้นร้อน หยุดซื้อขาย 1 วันทำการ
นางสาวภัทรวสี สุวรรณศร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานบริหารการปฏิบัติการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯได้ปรับปรุงเกณฑ์ซื้อขายสำคัญภายใต้ระบบซื้อขายใหม่ เพื่อให้เป็น international standard คือ 1.การปรับคำนวณราคาเปิด-ปิด ช่วงก่อนเปิดทำการและปิดทำการ ซึ่งนักลงทุนทุกคนส่งออร์เดอร์ได้ และระบบจะมีการคำนวณราคาเปิด-ปิด โดยจะใช้ราคาที่ทำให้เกิดปริมาณซื้อขายสูงสุด (auction price) โดยเพิ่มการคำนวณ auction price อาจอยู่นอกกรอบ ceiling & floor (ราคาสูงสุด-ราคาต่ำสุด) ได้ แต่ไม่เกิน 1 ช่วงราคา เพื่อให้สอดรับแนวทางสากล
2.ปรับ ceiling & floor ของหุ้น -F มาอยู่ที่ +/- 60% จากเดิม +/- 30% ในทุกวิธีการซื้อขาย เพราะมีซัพพลายน้อย อาจทำให้ราคาเหวี่ยงได้ 3.ยกเลิกการซื้อขายหน่วยย่อย (odd lot) ของตราสารอนุพันธ์ (DW) เพราะมีวอลุ่มการซื้อขายน้อยมาก 4.ปรับเพิ่มประเภทของคำสั่งซื้อขาย เช่น good till cancel (GTC) และ good till date (GTD) ยกตัวอย่างเช่น นักลงทุนอยากซื้อหุ้น A ที่ราคา 10 บาท โดยตั้งออร์เดอร์ไว้ แต่หากวันนี้ออร์เดอร์ยังไม่แมตซ์ ออร์เดอร์จะยังคงค้างอยู่ในระบบต่อไปได้ ประมาณ 30 วัน
5.เพิ่มเครื่องหมายห้ามซื้อขายเป็นการชั่วคราว (P : pause) โดยนำมาใช้แทนเครื่องหมาย SP : suspension โดยจะใช้กับหุ้นที่ตลาดหลักทรัพย์ฯกำหนดให้เข้ามาตรการกำกับซื้อขายระดับ 3 หรือเป็นหุ้นที่มีความร้อนแรง มีการซื้อขายผิดปกติ โดยหุ้นตัวนั้นจะถูกห้ามซื้อขายชั่วคราว 1 วันทำการ (เฉพาะวันแรก) เพื่อให้เกิดความชัดเจนแก่ผู้ลงทุน และ 6.ปรับแสดง bid-offer (ราคาเสนอซื้อและราคาเสนอขาย) เป็น 10 ระดับราคา จาก 5 ระดับราคา เพื่อเพิ่มความโปร่งใส และช่วยให้นักลงทุนมีข้อมูลในการตัดสินใจเพิ่มขึ้น เทียบเคียงตลาดหุ้นชั้นนำในภูมิภาค
“ในกรณีที่เราเห็นเทรนด์ด้านขายเกิดขึ้นมาก ก็จะช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถตั้ง stop loss ออร์เดอร์ไว้ได้” นางสาวภัทรวสีกล่าว
ส่วนเกณฑ์ซื้อขายในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) ปรับปรุงการคำนวณราคาเปิด โดยใช้หลักการเดียวกับ SET และปรับประเภทคำสั่งซื้อขาย เช่น เพิ่มคำสั่ง session state order และปรับ circuit breaker รายสินค้าโดยหยุดซื้อขาย 2 นาที ให้สอดคล้องตามสากล ซึ่งจะช่วยทำให้ผู้ลงทุนปรับสถานะได้ทันต่อเหตุการณ์มากขึ้น และปรับใช้แนวทางเดียวกันสำหรับสินค้า nonequity derivative รวมถึงปรับช่วงราคาซื้อขายขั้นต่ำของ block trade สินค้า sector futures เป็นทศนิยมราคา 4 ตำแหน่ง (0.0001 จุด)
นายถิรพันธุ์ สรรพกิจ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลท. กล่าวว่า การเปลี่ยนระบบซื้อขายใหม่ในครั้งนี้ เป็นการเปลี่ยนใหญ่ ครั้งที่ 4 เพื่อให้เทียบเท่าระดับเวิลด์คลาส หลังจากตลาดหลักทรัพย์ฯเปิดดำเนินการมากว่า 40 ปีแล้ว เพื่อรองรับพัฒนาการของตลาดหุ้นในอนาคต รองรับวอลุ่มการซื้อขายหุ้นได้มากขึ้น และระบบไม่มีปัญหา โดยจะเริ่มใช้ระบบซื้อขายใหม่ตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค. 2566 เป็นต้นไป