บลจ.ไทยพาณิชย์ เสนอขายกองทุนตราสารหนี้ญี่ปุ่น 8-17 พ.ค.นี้

หุ้นไทย-กองทุน

บลจ.ไทยพาณิชย์ เปิดกองทุน SCBSTB1YA ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น จับจังหวะช่วงดอกเบี้ยปรับตัว พร้อมโอกาสสร้างผลตอบแทนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ กองทุนมีระยะเวลาการลงทุน 1 ปี ลงทุนขั้นต่ำเพียง 500 บาท เสนอขายครั้งแรก 8-17 พ.ค. 2566

วันที่ 8 พฤษภาคม 2566 นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือ SCBAM เปิดเผยว่า ภาพรวมการลงทุนในตราสารหนี้ปีนี้ มีแนวโน้มให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าปีที่ผ่านมา จากเศรษฐกิจโลกที่ยังเติบโตในระดับต่ำ รวมถึงการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ตั้งแต่มีนาคม 2565 ถึงปัจจุบัน มีอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐ (Fed fund rate) อยู่ที่ร้อยละ 5.00 ถึง 5.25 จึงทำให้ระดับราคาของตราสารหนี้ปัจจุบันมีความน่าสนใจต่อการเข้าลงทุน

อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางสหรัฐเริ่มส่งสัญญาณชะลอการขึ้นดอกเบี้ย ทำให้ความร้อนแรงของภาวะเงินเฟ้อเริ่มลดลง แต่จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนี้ไปอีกระยะหนึ่ง และรอประเมินสถานการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ รวมถึงเสถียรภาพของระบบการเงินอีกครั้ง

นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส
นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส

ทั้งนี้ หากเทียบส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐกับประเทศอื่น ๆ ในปัจจุบันก็นับว่ายังอยู่ในระดับสูงมาก อาจส่งผลให้เกิดเงินทุนเคลื่อนย้ายไปลงทุนในสกุลเงินที่ได้อัตราดอกเบี้ยสูงกว่า ซึ่งจะหนุนให้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นโดยเปรียบเทียบกับสกุลเงินอื่น อย่างไรก็ตาม ตลาดทุนอาจยังมีปัจจัยลบอื่นที่เข้ามาส่งผลกระทบให้เกิดความผันผวนได้

บริษัทจึงยังแนะนำให้กระจายความเสี่ยงการลงทุนกับสินทรัพย์ที่มีความผันผวนต่ำอย่างกลุ่มตราสารหนี้คุณภาพ จึงได้ออกแผนเสนอขายกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Short Term Bond 1YA (SCBSTB1YA) โดยมีนโยบายลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น ที่มีคุณภาพและมีความน่าเชื่อถือสูง เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่น่าสนใจจากการปรับตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ยในช่วงก่อนหน้านี้ โดยกองทุนมีการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ความผันผวนของค่าเงินจากสกุลเงินเยนกลับสู่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งกองทุนจะมีโอกาสสร้างผลตอบแทนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ สู่เงินบาท (USD/THB) โดยเริ่มเสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 8-17 พฤษภาคม 2566 ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 500 บาท กองทุนมีระยะเวลาการลงทุน 1 ปี

นางนันท์มนัสกล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นระยะสั้นอายุ 1 ปี และป้องกันความเสี่ยงค่าเงินเยนกลับสู่ดอลลาร์สหรัฐ ให้ผลตอบแทนประมาณร้อยละ 5.10 ต่อปี ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (ที่มา Bloomberg : ณ วันที่ 30 เมษายน 2566) น่าสนใจกว่าการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ระยะสั้น อายุ 1 ปี โดยตรงที่ให้ผลตอบแทนประมาณร้อยละ 4.50 ต่อปี (ที่มา Bloomberg : ณ วันที่ 30 เมษายน 2566)”

ช่วงที่ผ่านมา ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ -0.1 และคงนโยบาย Yield Curve Control ในขณะที่ภาคเศรษฐกิจยังต้องรับมือผลกระทบจากเงินเฟ้อพื้นฐานที่ปรับสูงขึ้น ซึ่งคาดว่า BOJ อาจมีแนวโน้มการทบทวนนโยบายการเงินในภาพรวมครั้งใหม่ ที่อาจปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเพื่อพยายามควบคุมอัตราเงินเฟ้อ รวมถึงอาจปรับเปลี่ยนเป้าหมายหรือเลิกใช้ Yield Curve Control ในระยะถัดไป โดยแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการเงินดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลตอบแทนของกองทุน

บลจ.ไทยพาณิชย์ เสนอขายกองทุนตราสารหนี้ญี่ปุ่น