Skip to content

STARK เขย่าตลาดทุน ก.ล.ต.เร่งยกเครื่องเกณฑ์กำกับ บจ.

11 มิ.ย. 2566 | 09:30น.
STARK เขย่าตลาดทุน ก.ล.ต.เร่งยกเครื่องเกณฑ์กำกับ บจ.
คอลัมน์ : สัมภาษณ์

กลายเป็นปมร้อนเขย่าขวัญนักลงทุนไปทั้งตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ รวมไปจนถึงสถาบันการเงินที่ปล่อยกู้ให้ในขณะนี้ นั่นก็คือ กรณีปัญหาของบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ STARK ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามว่า หน่วยงานกำกับดูแล จะจัดการเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไรบ้าง ล่าสุด “ประชาชาติธุรกิจ” ได้พูดคุยกับ “จอมขวัญ คงสกุล” รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ถึงสิ่งที่ ก.ล.ต.กำลังดำเนินการ และจะทำต่อไป

Q : ก.ล.ต.มีแนวทางดูแลผู้ได้รับผลกระทบอย่างไร

ขออธิบาย โดยแยกงานเป็นส่วน ๆ คือ งาน ก.ล.ต.จะมีทั้งด่านหน้า และด่านหลัง โดยในส่วนของด่านหน้า ก.ล.ต.จะพยายามดำเนินการให้ผู้ลงทุนได้รับข้อมูล ประกอบการตัดสินใจลงทุนให้มากที่สุด ซึ่งจริง ๆ แล้วในส่วนนี้เราดำเนินการมาตั้งแต่ตอนที่ทางคณะกรรมการตรวจสอบของบริษัท แจ้งมาแล้วว่า ผู้สอบบัญชีเห็นพฤติกรรมที่น่าสงสัย

ทาง ก.ล.ต.ก็ได้สั่งการตามมาตรา 58 ทันที ว่าให้บริษัทชี้แจงเรื่องการจัดทำงบฯ และแผนชำระหนี้หุ้นกู้อะไรต่าง ๆ ให้ผู้ลงทุนทราบ

รวมถึงยังให้ชี้แจงข้อเท็จจริง ความคืบหน้าเพิ่มเติม แล้วก็ขยายขอบเขตการทำ special audit (การตรวจสอบเป็นกรณีพิเศษ) ด้วย รวมถึงตอนที่บริษัทจะมี public presentation (ประชุมให้ข้อมูลแค่ผู้ลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้อง) ในวันที่ 30 พ.ค. ซึ่งเดิมบริษัทจะจัดหลังจากนี้ แต่ทาง ก.ล.ต.บอกให้จัดก่อนที่จะมีการประชุมผู้ถือหุ้นกู้ ในวันที่ 31 พ.ค.

โดยสั่งการให้ทางบริษัทให้ข้อมูล และตอบข้อซักถามผู้ลงทุนให้ชัดเจน รวมถึงให้นำเอาข้อมูล และคำถามคำตอบทั้งหลายมาเปิดเผยด้วย

นอกจากนี้ เรายังมีหนังสือให้ทาง TIA (สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย) ส่งตัวแทนเข้าไปประชุม และร่วมสอบถามข้อมูลด้วย และล่าสุด ที่บริษัทมีการไปร้องทุกข์กล่าวโทษที่ DSI (กรมสอบสวนคดีพิเศษ) และ ปอศ. (กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ) ก็สั่งให้บริษัทมีการเปิดเผยข้อมูล และแจ้งเรื่องนี้กับ ก.ล.ต.ด้วย

ส่วนฝั่งหุ้นกู้ ทาง ก.ล.ต.ก็ได้ประสานไปทางผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้โดยตลอด ว่าให้ดูแลประโยชน์ของผู้ลงทุน รวมถึงมีการจัดตั้งศูนย์รวมข้อมูลหุ้นกู้ ซึ่งจะมีความคืบหน้ากรณี STARK ทั้งหมด และมีสายด่วน 1207 กด 9 ทั้งหมดนี้คือ ด่านหน้า ที่จะช่วยให้ผู้ลงทุนมีข้อมูลในการตัดสินใจได้มากที่สุด

ส่วนด่านหลัง อาจจะเปิดเผยไม่ได้มาก แต่สิ่งที่อยากบอกคือ ที่ผ่านมา ก.ล.ต.ดำเนินการควบคู่กันไป โดยช่วงนี้เป็นช่วงระหว่างการเก็บ รวบรวมพยานหลักฐาน ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ว่าการดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ หากไม่เป็นไปตามกฎหมาย สำนักงาน ก.ล.ต.ก็ต้องทำตามขอบเขตหน้าที่ที่มี

Q : ถ้ามีการทุจริตจริง จะดำเนินการอย่างไร

ตอนนี้ ยังไม่ตอบ ว่าเคสนี้ทุจริตหรือไม่ เพราะตอนนี้เป็นส่วนของการรวบรวมข้อมูล เอกสาร พิจารณาหลักฐานต่าง ๆ ยังไม่ได้ฟันธง ก็ต้องไปดูตามข้อเท็จจริง ตามหลักฐานที่มี

Q : ผู้สอบบัญชี-บริษัทจัดอันดับเครดิต มีปัญหาหรือไม่

กรณีผู้สอบบัญชีนั้น สำนักงาน ก.ล.ต.อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐาน ซึ่งหากมีการกระทำผิดจริง ก็ต้องดำเนินการไปตามขอบเขตกฎหมายที่มี ไม่ว่าจะเป็นการเอาผิดตัวบริษัท หรือตัวผู้สอบบัญชี ส่วนกรณีบริษัทจัดอันดับเครดิตนั้น ก็คงต้องเข้าไปดูด้วยว่าทำหน้าที่ตามบทบาทที่มีอยู่หรือไม่ ซึ่งต้องพิจารณาจากหลักฐาน และเปิดให้ใช้สิทธิชี้แจงด้วย

Q : ต้องตั้งทีมพิเศษขึ้นมาดูแลหรือไม่

ในขณะนี้ ก.ล.ต.มีการระดมทุกทีมที่เกี่ยวข้องกับกรณี STARK มาทำงานร่วมกัน ใครมีบทบาทใดก็ให้รีบดำเนินการทันที ไม่ต้องรอส่วนอื่น เพราะฉะนั้น จะเป็นการทำงานที่ให้ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลโดยเร็วที่สุด ซึ่งพร้อมจะนำทุกเครื่องมือที่มีออกมาใช้ทันที

ตอนนี้ใครมีบทบาทอะไร ไม่ต้องรอกัน อย่างด่านหน้า ที่ต้องการให้มีการเปิดเผยข้อมูล ก็วิ่งไปเลย มีอะไรซุกซ่อนตรงไหน ก็พยายามให้บริษัทชี้แจง เปิดเผยออกมา ส่วนด่านหลัง ที่จะดูเรื่องการตรวจสอบพยานหลักฐานต่าง ๆ ก็สอบไป คือทุกฝ่ายทำงานหมด ทำไปพร้อม ๆ กันเลย

Q : งบฯปี 2566 จะเปิดได้ 16 มิ.ย.นี้หรือไม่

งบฯ การเงิน ประจำปี 2565 ที่มีกำหนดต้องส่งภายในวันที่ 16 มิถุนายนนี้ ก็คงต้องรอ ว่าทางบริษัทจะสามารถจัดส่งผล special audit ตามที่สำนักงาน ก.ล.ต.สั่งการไปได้หรือไม่อย่างไร คงต้องรอดูวันที่ 16 มิถุนายนนี้ก่อน บริษัทจะส่งอะไรมา จากนั้นค่อยไปว่ากันต่อ

ส่วนกรณีที่มีผู้เรียกร้องให้ใช้มาตรา 267 ยึดอายัดทรัพย์สินของทางบริษัทนั้น คงยังไม่สามารถทำได้ เพราะการจะใช้อำนาจตามมาตราดังกล่าว จะต้องอาศัยเวลาในการรวบรวมพยาน หลักฐานพร้อมก่อน อยู่ดี ๆ เราคงไปยึดอายัดเลยคงไม่ได้ เพราะการยึดอายัดเป็นโทษขั้นสูงสุด

อย่างไรก็ดี เราคงไม่ต้องรอพึ่งมาตรานั้นอย่างเดียว เราก็ทำอย่างอื่นไปด้วย อาจจะมีแนวทางอื่นที่ง่ายกว่า แล้วนำมาซึ่งผลเดียวกัน ตรงนี้เราก็พยายามดำเนินการอยู่ ทีมตรวจสอบทำงานกันเข้มข้นมาก พยายามปกป้องทรัพย์สินของผู้ลงทุนให้ได้มากที่สุด

Q : ผลกระทบต่อตลาดหุ้นกู้จะลุกลามหรือไม่

เรื่องนี้มีลักษณะเป็นกรณีที่เกิดขึ้นเฉพาะราย โดยเป็นประเด็นที่เกิดขึ้นในบริษัทหนึ่ง ซึ่งในแง่ภาพรวมตลาดการลงทุน อาจจะมีผลในแง่สภาพจิตใจผู้ลงทุน คือ คนจะเริ่มกังวลการเข้าไปลงทุนหุ้นกู้เสี่ยงสูงแล้ว จากเดิมที่อาจจะลงทุนกันมาก เนื่องจากเห็นบทเรียน

โดยในแง่จิตวิทยา ผู้ลงทุนก็อาจจะเริ่มเข็ด หรือกลัวการไปลงทุนในหุ้นกู้ที่เสี่ยง แต่เคสนี้เป็นเรื่องเฉพาะราย ไม่ใช่ว่าทุกบริษัทในตลาดจะไม่ดีไปหมด

Q : ต้องปรับเกณฑ์การกำกับดูแลให้เข้มข้นขึ้นไหม

ทาง ก.ล.ต.พยายามยกเครื่องทั้งองคาพยพของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) โดยทำมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2565 ร่วมมือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เสนอโครงการ บจ.เข้มแข็ง ที่จะทำให้ผู้ออกหลักทรัพย์มีความรับผิดชอบ ตั้งแต่ขาเข้าจนกระทั่งเป็นบริษัทจดทะเบียน

โดยพยายามทำให้บริษัทมีความเข้มแข็ง ขณะที่นักลงทุนเองก็ต้องตระหนักรู้ในการดูแลสิทธิประโยชน์ และรู้บทบาทหน้าที่ของตัวเอง ในการที่ต้องดูข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนด้วย ไม่ใช่ลงทุนตามกระแส ซึ่งการที่ บจ.จะเข้มแข็ง ต้องประกอบไปด้วยอีโคซิสเต็ม เพราะฉะนั้น สิ่งที่ ก.ล.ต.พยายามผลักดัน ก็คือ คณะกรรมการตรวจสอบ การตรวจสอบภายใน การตรวจสอบจากภายนอก เลขานุการบริษัท กรรมการ ผู้บริหาร ทั้งหมดนี้ ต้องมีคุณภาพ ทำหน้าที่อย่างเหมาะสม มีระบบควบคุมภายในที่รัดกุม

เราพยายามยกเครื่ององคาพยพของ บจ. นอกจากนั้น ผู้สอบบัญชี ก็สำคัญ เพราะเป็นด่านแรกที่จะเห็นความผิดปกติ หรือที่ปรึกษาการเงิน ก็ต้องเตือนผู้ลงทุนแต่แรก เป็นต้น

Q : ถ้าบริษัทไปไม่รอดต้องฟื้นฟูกิจการใช่หรือไม่

กระบวนการก็เหมือนกับบริษัทปกติทั่วไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

STARK ก.ล.ต.