เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
วาโก้รุกตลาด Gen Z ดัน ‘Bratop’ รับเทรนด์แต่งตัวสบาย ตั้งเป้าขาย 1 แสนชิ้น
Business วาโก้รุกตลาด Gen Z ดัน ‘Bratop’ รับเทรนด์แต่งตัวสบาย ตั้งเป้าขาย 1 แสนชิ้น
สมาคมนักข่าวฯ ห่วงสื่อถูกเลิกจ้าง เดินหน้าช่วยด้านกฎหมาย-ประสานงานหางานใหม่
News สมาคมนักข่าวฯ ห่วงสื่อถูกเลิกจ้าง เดินหน้าช่วยด้านกฎหมาย-ประสานงานหางานใหม่
GULF-ค็อกนิแซนท์ เปิดเกม AI ครบวงจร ปักหมุดไทยศูนย์กลางเทคโนโลยีภูมิภาค
Economic GULF-ค็อกนิแซนท์ เปิดเกม AI ครบวงจร ปักหมุดไทยศูนย์กลางเทคโนโลยีภูมิภาค
ยอดใช้น้ำมัน เม.ย. วูบ 11.2% ดีเซล-เบนซินหดตัว แต่ E20-B20 โตสวนทาง
Economic ยอดใช้น้ำมัน เม.ย. วูบ 11.2% ดีเซล-เบนซินหดตัว แต่ E20-B20 โตสวนทาง
จับ มือถือ-แท็บเล็ต เถื่อน ไลฟ์สดขายถูก ไม่ตรงปก
Tech จับ มือถือ-แท็บเล็ต เถื่อน ไลฟ์สดขายถูก ไม่ตรงปก
XPENG ลงทุนเพิ่มเสริมแกร่งงานบริการหลังการขาย รับ EV บูม คาดยอดขายแตะ 10,000 คัน 
EV XPENG ลงทุนเพิ่มเสริมแกร่งงานบริการหลังการขาย รับ EV บูม คาดยอดขายแตะ 10,000 คัน 
กลับมาอีกครั้งในรอบ 28 ปี! มังงะในตำนาน ‘GTO’ กลยุทธ์การตลาด Nostalgia
Business กลับมาอีกครั้งในรอบ 28 ปี! มังงะในตำนาน ‘GTO’ กลยุทธ์การตลาด Nostalgia
‘อนุทิน’ ย้ำจุดยืนไทยยึด ‘นโยบายจีนเดียว’ หลังไต้หวันผิดหวัง รัฐบาลไทยเห็นพ้องถ้อยแถลง
Uncategorized ‘อนุทิน’ ย้ำจุดยืนไทยยึด ‘นโยบายจีนเดียว’ หลังไต้หวันผิดหวัง รัฐบาลไทยเห็นพ้องถ้อยแถลง
การบินไทย ตามรอยตำนานวิเชียรมาศ ‘น้องเว’ ปูทางมาสคอตสร้างฐานลูกค้าเจนใหม่
Biz Movement การบินไทย ตามรอยตำนานวิเชียรมาศ ‘น้องเว’ ปูทางมาสคอตสร้างฐานลูกค้าเจนใหม่
จ่อชง ครม.  ” 1 กรม​ 1 โปร่งใส ไร้เทา” วางมาตรการ​สกัดทุจริตภาครัฐ​
Politics จ่อชง ครม. ” 1 กรม​ 1 โปร่งใส ไร้เทา” วางมาตรการ​สกัดทุจริตภาครัฐ​
ดูทั้งหมด

คลังส่งหนังสือบี้ ก.ล.ต. เร่งตรวจสอบปมร้อน STARK-สั่งล้อมคอกป้องกันเกิดซ้ำ

20 มิ.ย. 2566 | 18:21น.
STARK

คลังส่งหนังสือถึง ก.ล.ต. ลงนามโดย รมว.คลัง บี้เร่งตรวจสอบกรณีหุ้น STARK พร้อมให้ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ฯ หาทางป้องกันเหตุในอนาคต ขณะที่ “ดร.พิพัฒน์” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ KKP ชี้กระบวนการภายในบริษัท 3 ระดับ “ผิดทั้งกระบวนการ” จี้หน่วยงานกำกับโชว์ความศักดิ์สิทธิของกฎหมาย หวั่นพฤติกรรมเลียนแบบ

วันที่ 20 มิถุนายน 2566 นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้มีหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อให้ดำเนินการในหลายประเด็นเกี่ยวกับกรณีบริษัท สตาร์ค คอเปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK แล้ว

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า หนังสือที่กระทรวงการคลังส่งไปถึง ก.ล.ต. ในกรณี STARK เนื้อหาหลัก ๆ ก็คือ 1.ให้เร่งตรวจสอบ ชี้แจงข้อเท็จจริง และพิจารณาตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และข้อกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

และ 2.ให้ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ป้องกันเหตุดังกล่าวต่อไปในอนาคต

ขณะที่ ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) กล่าวว่า บทเรียนจากกรณี STARK ปัญหาใหญ่สุดจากคือ การได้รับข้อมูลที่ไม่เท่าเทียมกัน (Asymmetric Information) เพราะไม่มีทางที่นักลงทุน ไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นกู้ สถาบันการเงินปล่อยกู้ หรือบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ที่เข้าไปลงทุน ไม่มีทางที่จะมีข้อมูลเท่ากับผู้บริหารของตัวบริษัทเอง

โดยกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จะเน้นเรื่องการคานอำนาจ การตรวจสอบ และการเปิดเผยข้อมูล ซึ่งในกระบวนการดังกล่าวมีคนเกี่ยวข้องเต็มไปหมด

เริ่มตั้งแต่ผู้บริหารเองต้องสุจริต โปร่งใส สะท้อนความเป็นจริงมากที่สุด โดยภายในผู้บริหารเองก็ต้องมีระบบตรวจสอบ เช่น การตรวจสอบภายใน, Compliance และในนั้นก็ยังมีกรรมการตรวจสอบ ในคณะกรรมการบริษัทอีก ซึ่งคณะกรรมการบริษัทต้องเป็นสติให้กับผู้บริหาร แล้วก็ดูแลปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นรายย่อย

ต่อมาก็คือบริษัทตรวจสอบบัญชี ที่ต้องเช็กว่าสิ่งที่ผู้บริหารทำมา ถูกต้องตามหลักการบัญชีไหม สะท้อนความเป็นจริง และสภาพของบริษัทจริงหรือไม่ เพราะเป็นข้อมูลที่นักลงทุนจะนำไปวิเคราะห์ต่อ เพื่อตัดสินใจลงทุน

ซึ่งในเคสนี้หลาย ๆ กรณีผู้ตรวจสอบบัญชี ก็ควรจับได้ แต่การที่ตรวจไม่เจอ เป็นเพราะอะไร เพราะประมาทเลินเล่อ หรืออย่างไร ซึ่งถ้ากระบวนการเหล่านี้ ผิดทั้งกระบวนการ กลไกของตลาดทุนก็จะ Function ไม่ได้ แล้วต้นทุนต่าง ๆ ก็จะสูงขึ้น

“กลไกของตลาดทุนทั้งหมด จะอยู่บนพื้นฐานเรื่องความเชื่อมั่น เชื่อใจ ว่าข้อมูลที่ได้รับมา เป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่ว่าทันทีที่นักลงทุนต้องตั้งคำถามกับตัวเลขเหล่านี้ ก็จะเป็นไปไม่ได้เลยที่นักลงทุนจะลงทุนได้ด้วยความสบายใจ แต่เคสที่เกิดขึ้นนี้ ทั้งผู้บริหาร คนตรวจสอบบัญชี และกรรมการตรวจสอบ Mistrust หมดเลย ทั้ง 3 ระดับนี้ ผมว่าอันนี้เรื่องใหญ่มาก กลไกการออกแบบเรื่้องธรรมาภิบาลของบริษัทมีปัญหาแน่ ๆ” ดร.พิพัฒน์กล่าว

โดยเฉพาะกรณีมีการสร้างตัวเลขเทียมขึ้น ดร.พิพัฒน์กล่าวว่า กรณีนี้ถือเป็นความผิดที่รุนแรงมากสำหรับตลาดทุน ซึ่งส่วนนี้ ก.ล.ต. ต้องดำเนินการจัดการอย่างเด็ดขาด ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ต้องดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด และหลังจากนี้ ก็คงเห็นการฟ้องร้องเอาผิดจากผู้ที่เสียหายตามมากันจำนวนมากแน่นอน เพราะเคสนี้น่าจะเสียหายหลายหมื่นล้านบาท ดังนั้น ก็คงจะมีการฟ้องทางคดีแพ่งด้วย นอกเหนือจากคดีอาญา

“เคสแบบนี้มีกฎหมายอยู่แล้ว แค่บังคับใช้อย่างเที่ยงตรงและเป็นธรรม ผมว่าพอแล้ว แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลย แล้วคนอื่นเห็นว่าทำได้ มีผลประโยชน์มหาศาลรอให้ทำอยู่ พอทำแล้วหนีไปอยู่เมืองนอกได้ เรื่องนี้ น่ากังวลมาก ผมว่าซีเรียสมาก บทเรียนมีเต็มไปหมด แล้วทุกคนที่อยู่ในกระบวนการต้องพึ่งพาตัวเลขที่เปิดผยออกมากันทั้งนั้น อย่างธนาคาร ขนาดเป็นมืออาชีพ ก็ยังโดนไปด้วย”

“ต่อไปถ้าเชื่อตัวเลขอะไรไม่ได้ ต้นทุนก็จะต้องสูงขึ้น ดังนั้น ก.ล.ต. ก็ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ ต้องโชว์ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายออกมา” ดร.พิพัฒน์กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

STARK กระทรวงการคลัง