เงินบาทอ่อนค่า หลัง ธปท. พิจารณาการผ่อนคลายกฎระเบียบด้านอัตราแลกเปลี่ยนรวมถึงข้อกฎหมายเรื่องการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ ขณะที่ตัวเลขการส่งออกในเดือน พ.ค. มีมูลค่า 24,340 ล้านดอลลาร์ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.6%
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานสภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 27 มิถุนายน 2566 ว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (27/6) ที่ระดับ 35.23/24 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (26/6) ที่ระดับ 35.20/21 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ในขณะที่นักลงทุนจับตาดูสถานการณ์ความขัดแย้งในรัสเซีย หลังจากช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์กลุ่มทหารรับจ้างแวกเนอร์ที่ร่วมกับกองทัพรัสเซียต่อสู้ในสงครามยูเครน นำโดยนายเยฟเกนี พรีโกซิน เคลื่อนพลมาจนถึงกรุงมอสโก สืบเนื่องจากนายพริโกซินอ้างว่ากระทรวงกลาโหมไม่ยอมจัดหาและสนับสนุนอาวุธยุทโธปกรณ์ให้แก่ทางกลุ่มแวกเนอร์ในการสู้รบกับยูเครน รวมถึงมีความไม่พอใจในข้อกฎหมายการขึ้นทะเบียนทหารรับจ้างของรัสเซีย
ซึ่งต่อมาวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียประกาศจะจัดการดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด ส่งผลให้หัวหน้าวากเนอร์ยกเลิกการบุกมอสโกและสั่งเคลื่อนกำลังพลออกไปยังประเทศเบลารุสเพื่อเลี่ยงการปะทะ และแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดีจากรัฐบาลรัสเซีย
นอกจากนี้นักลงทุนจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของประธานธนาคารกลางสหรัฐ และประธานธนาคารกลางทั่วโลกคนอื่น ๆ ในการอภิปรายในการประชุมประจำปีของ ECB ที่เมืองชิงตรา ประเทศโปรตุเกส ในวันพุธนี้ (28/6) เพื่อหาแนวโน้มเงินเฟ้อ และทิศทางนโยบายการเงินของแต่ละประเทศ และติดตามการแถลงของนายพาวเวลล์ในงานเสวนาหัวข้อ Financial Stability ซึ่งจัดขึ้นโดยธนาคารกลางสเปนในวันพฤหัสบดี (29/6)
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ในระหว่างวันค่าเงินบาทอ่อนค่าสู่ระดับ 35.28 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ภายหลังนางอลิศรา มหาสันทนะ ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย สายตลาดการเงิน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยจะผ่อนคลายกฎระเบียบด้านอัตราแลกเปลี่ยนรวมถึงข้อกฎหมายเรื่องการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ
นอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์รายงานภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย เดือน พ.ค. 66 พบว่าการส่งออกมีมูลค่า 24,340 ล้านดอลลาร์ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.6% ซึ่งเป็นการลดลงต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 8% ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 26,190 ล้านดอลลาร์ ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 3.4% ซึ่งถือเป็นการลดลงน้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 9.9%
ส่งผลให้ในเดือน พ.ค.ไทยขาดดุลการค้า 1,849 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นการขาดดุลมากกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 300 ล้านดอลลาร์ หากพิจารณาในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-พ.ค. 66) การส่งออกมีมูลค่า 116,34 ล้านดอลลาร์ ลดลง 5.1% และการนำเข้ามีมูลค่า 122,709 ล้านดอลลาร์ ลดลง 2.5% ส่งผลให้ช่วง 5 เดือนแรกปีนี้ ไทยขาดดุลการค้า 6,365 ล้านดอลลาร์
พร้อมระบุว่า กระทรวงพาณิชย์ยังคงเป้าหมายการส่งออกไทยในปีนี้ ไว้ที่ 1-2% และเชื่อว่าในช่วงครึ่งหลังของปีนี้สถานการณ์การส่งออกจะเริ่มดีขึ้นตามทิศทางของเศรษฐกิจโลก โดยระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 35.15-35.28 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 35.27/28 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (27/6) ที่ระดับ 1.0902/04 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (26/6) ที่ระดับ 1.0894/96 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยสถาบัน IFO (Institute for Economic Research) เผยดัชนีบรรยากาศทางธุรกิจของเยอรมนีประจำเดือน มิ.ย.ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือนที่ 88.5 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 90.7 และถือเป็นการลดลงจากเดือนที่แล้วที่ระดับ 91.5 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจภายในประเทศยังคงมีความเปราะบาง
โดยระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0901-1.0943 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0929/30 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (27/6) ที่ระดับ 143.48/50 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (26/6) ที่ 143.21/23 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยนายชุนอิชิ ซูซูกิ คลังญี่ปุ่นกล่าวว่า จะจับตาดูความเคลื่อนไหวในตลาดปริวรรตเงินตราอย่างใกล้ชิด โดยมองว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นเร่งด่วน และจะดำเนินนโยบายตอบรับอย่างเหมาะสม หากค่าเงินเยนมีการเคลื่่อนไหวในทิศทางเดียวรุนแรงจนเกินไป
พร้อมเน้นย้ำว่า สกุลเงินจะต้องเคลื่อนไหวอย่างมีเสถียรภาพและสอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ รวมถึงนายมาซาโตะ คันดะ รมช.คลังฝ่ายกิจการระหว่างประเทศของญี่ปุ่น กล่าวว่าญี่ปุ่นจะไม่ตัดโอกาสในการดำเนินนโยบายใด ๆ ที่มีอยู่เพื่อจัดการกับความผันผวนของค่าเงิน
ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 143.25-143.75 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 143.74/75 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค (27/6), ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนพฤษภาคม (27/6), ยอดขายบ้านใหม่เดือนพฤษภาคม (27/6), ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2566 (29/6) และดัชนีราคาเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนพฤษภาคม
ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมิถุนายนของยูโรโซน (30/6) และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อเดือนมิถุนายนของจีน (30/6) และตัวเลขปริมาณการนำเข้า-ส่งออก (ปีต่อปี) เดือนพฤษภาคมของไทย (30/6)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -11.25/-10.75 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -9.55/-8.75 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ