ราคาทองคำครึ่งปีหลัง คาดไม่สดใสเหมือนครึ่งปีแรก

ทองคำ
Photo by SEBASTIAN DERUNGS / AFP
คอลัมน์ : สถานีลงทุน
ผู้เขียน : ธนรัชต์ พสวงศ์ ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส

ในครึ่งปีแรกของปีนี้ราคาทองคำทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ ทั้งราคาทองคำในตลาดโลกและราคาทองแท่งในประเทศ โดยราคาทองคำ Spot ปรับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ที่ 2,078 ดอลลาร์ในวันที่ 4 พฤษภาคม ราคาทองแท่งในประเทศทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ที่ 32,850 บาท ในวันที่ 14 เมษายน

ปัจจัยที่ขับเคลื่อนราคาทองคำให้ปรับตัวขึ้นร้อนแรง ได้แก่ 1) การคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยุติวงจรอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ซึ่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนพฤษภาคมน่าจะเป็นครั้งสุดท้าย

โดยอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ระดับ 5.00-5.25% 2) วิกฤตภาคธนาคารที่เกิดขึ้นในสหรัฐและยุโรป 3) ปัญหาการเจรจาเพิ่มเพดานหนี้สหรัฐที่ยืดเยื้อและไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกัน ทำใหเกิดความกังวลว่าสหรัฐจะผิดนัดชำระหนี้ 4) ความกังวลเศรษฐกิจโลกจะถดถอยในปีนี้

แนวโน้มราคาทองคำในครึ่งปีหลัง คาดไม่สดใสเหมือนในครึ่งปีแรก ส่วนแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่เป็นขาขึ้น กลายเป็นปัจจัยหลักกดดันต่อราคาทองคำ ประธานเฟดส่งสัญญาณว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกรกฎาคมและเดือนกันยายน ทำให้อัตราดอกเบี้ยแตะ 5.50-5.75%

สอดคล้องกับประมาณการอัตราดอกเบี้ย (Dot Plot) ล่าสุดในเดือนมิถุนายนที่เฟดได้ปรับเพิ่มประมาณการอัตราดอกเบี้ย หรือ Dot Plot สิ้นปีนี้เป็น 5.6% จากเดิม 5.1%

สิ่งที่ยังน่าเป็นห่วงคงยังเป็นเรื่องอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐที่ยังสูงอยู่ ตลาดแรงงานของสหรัฐที่ตึงตัวและแข็งแกร่ง ประกอบกับโดยปกติในไตรมาส 3 จะเป็นช่วง low season ของตลาดทองคำ

ตาราง ราคาทองคำ

ส่วน ปัจจัยบวก ได้แก่ 1) แนวโน้มทิศทางเงินดอลลาร์ที่อาจจะอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินยูโรและเงินปอนด์ เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนและอังกฤษที่สูงมาก อาจจำเป็นต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยยาวนานและมากกว่าสหรัฐ ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐเมื่อเทียบกับยูโรโซนและอังกฤษจะแคบลงเรื่อย ๆ

2) ความกังวลเศรษฐกิจโลกจะถดถอย จะกลับมาปกคลุมตลาดการเงินอีกครั้ง เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงและยาวนาน

ปัจจัยทางด้านเทคนิคของราคาทองคำเป็นขาลง หลังจากกราฟแท่งเทียนเกิดรูปแบบ Three Black Crows ทำให้เกิดสัญญาณขายตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม ทำให้แนวโน้มราคาทองคำกลับทิศทางจากขาขึ้นเป็นขาลง สังเกตได้ว่าจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดต่ำลงเรื่อย ๆ

ราคาทองคำลดลงอย่างต่อเนื่อง จนเคลื่อนไหวต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 100 วัน และในที่สุดหลุดแนวรับสำคัญทางจิตวิทยาที่ 1,900 ดอลลาร์ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน และทำจุดต่ำสุดในรอบ 3 เดือนครึ่ง

ระยะสั้นทองคำมีแนวต้านสำคัญที่ 1,945-1,950 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวต้านของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 100 วัน ส่วนแนวรับสำคัญที่ 1,860 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวรับของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน ทำให้คาดว่าราคาทองคำในเดือนกรกฎาคมจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,860-1,950 ดอลลาร์


ส่วนในครึ่งปีหลังคาดว่าราคาทองคำจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,800-2,000 ดอลลาร์