ตลาดทุนไทยลุ้นรอบ 2 พิธาไม่ผ่าน มองนโยบายก้าวไกลไม่เป็นมิตร

ตลาดทุนไทย พิธา

จากกรณีที่ประชุมรัฐสภาลงมติไม่เลือก พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2566 และมีการนัดประชุมรัฐสภาครั้งต่อไปในวันที่ 19 กรกฎาคม 2566 นี้ 

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร กรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวว่า ผลโหวตนายกรัฐมนตรีรอบแรก ถือว่าสอดคล้องกับมุมมองของคนส่วนใหญ่ที่คาดการณ์ไว้อยู่แล้ว ว่าไม่น่าจะผ่าน เพราะหลายคนก็ไม่ค่อยสบายใจกับนโยบายของพรรคก้าวไกล มองว่าตลาดทุนน่าจะตอบรับในเชิงบวก หรือมีการฟื้นตัวขึ้นได้

“โหวตรอบสอง ผมดูว่าโอกาสที่จะผ่านก็น่าจะยังยากอยู่ หากเสนอชื่อคุณพิธาเหมือนเดิม จากเสียงโหวตที่ค่อนข้างห่างกว่า 50 เสียง ซึ่งหากพรรคก้าวไกลยังอยากจะเป็นรัฐบาลต่อ มองว่า 1.ต้องยอมถอยในบางเรื่องหรือลดเพดานลงมาค่อนข้างมาก ซึ่งก็น่าจะเป็นข่าวดี เพราะช่วงแรกที่คนตื่นตระหนก เพราะกลัวว่าจะผลักดันครบทุกนโยบายที่เคยหาเสียงไว้ และถึงแม้ว่าจะโหวตผ่านได้เป็นนายกฯ แต่เนื่องด้วยตัวนายพิธายังมีหลายคดีที่ต้องพิสูจน์ ซึ่งอาจจะโดนสอยเมื่อไหร่ก็ได้ ฉะนั้น จะยิ่งทำให้เสถียรภาพดูไม่ค่อยดี หรือฟันธงไม่ได้ว่าจะอยู่ในตำแหน่งครบ 4 ปี” 

“หรือ 2.อาจจะต้องยอมเสนอชื่อนายกฯจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งตลาดหุ้นจะชอบมากกว่า เพราะนาทีนี้นโยบายบางอย่างของพรรคก้าวไกลไม่ค่อยเป็นมิตรกับฝั่งตลาดทุน ในขณะที่พรรคเพื่อไทยไม่มีนโยบายอะไรที่เป็นอุปสรรคต่อตลาดทุน นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจก็ค่อนข้างมีแนวทางที่ชัดเจน ดังนั้น อาจทำให้ตลาดหุ้นไทยจะกลับมาคึกคักกว่านี้ได้”

“ช่วงนี้ตลาดหุ้นอาจจะนิ่ง ไม่ได้ขึ้นปรู๊ดปร๊าด เพราะก็ยังไม่มีอะไรชัดเจน และยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่เริ่มเป็นสัญญาณที่ว่าโอกาสของพรรคก้าวไกลจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลลดน้อยลง แต่ยังมีโอกาสที่จะอยู่ในรัฐบาล” นายไพบูลย์กล่าว


นายไพบูลย์กล่าวด้วยว่า หากเกิดออกมาเป็นในลักษณะการสลับขั้วทางการเมือง จะมีความวุ่นวายและถือเป็นการเพิ่มความเสี่ยงเข้ามาได้ จึงต้องไปวิเคราะห์กันต่อว่าจะเป็นขั้วไหน แต่กรณีนี้ไม่ได้อยู่ในฉากทัศน์ที่นักลงทุนประเมินไว้