เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
ดูทั้งหมด

เปิดสถิติสกัด “แอปดูดเงิน” แบงก์อายัดบัญชีพุ่ง 5 เท่า

05 พ.ย. 2566 | 10:31น.
แอปดูดเงิน

แอป “ดูดเงิน” สร้างความหวาดผวาให้กับผู้คนในยุคดิจิทัลอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งหาทางป้องกัน เพื่อดูแลคุ้มครองผู้บริโภคหลาย ๆ มาตรการด้วยกัน และที่สุดแล้ว ก็มีการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมาบังคับใช้ ควบคู่ไปกับการยกระดับป้องกันภัยไซเบอร์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

แบงก์เพิ่มดีกรีป้องกันภัยไซเบอร์

โดยในส่วนของธนาคารนั้น “ผยง ศรีวณิช” ประธานสมาคมธนาคารไทย และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า สมาคมธนาคารไทย และธนาคารสมาชิก ยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง เพราะพัฒนาการทางนวัตกรรมและภัยด้านต่าง ๆ ไม่หยุดนิ่ง ซึ่งการยกระดับความปลอดภัยและการป้องกันได้อยู่ในแผนของคณะทำงานอยู่แล้ว

โดยมีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และบริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ (ITMX) ที่เป็นตัวกลางในการสร้างระบบที่เรียกว่า “Central Fraud Registry” ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางตรวจสอบธุรกรรมที่มีความเสี่ยง ภายใต้การประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้การตรวจจับมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ฟาก “เอกสิทธิ์ พฤฒิพลากร” ผู้บริหารผลิตภัณฑ์ และธนาคารดิจิทัล ธุรกิจรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ธนาคารได้ทยอยดำเนินการตามแผนมาตรการป้องกันภัยไซเบอร์ของ ธปท. เริ่มตั้งแต่มาตรการสแกนใบหน้าก่อนทำธุรกรรมตามวงเงินที่กำหนด ตั้งแต่ 5 หมื่นบาทต่อครั้ง และรวมกันไม่เกิน 2 แสนบาทต่อวัน

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการอัพเกรดเวอร์ชั่นระบบปฏิบัติการทั้งในส่วนของ iOS และ Android

“แบงก์ได้ implement ตามแผนที่ ธปท.กำหนด ซึ่งจะช่วยป้องกันแอปดูดเงินได้มากขึ้น และมองไปข้างหน้าความเสียหายจะน้อยลง แต่เชื่อว่ามิจฉาชีพจะมีวิธีการใหม่ ๆ จึงต้องพัฒนาและยกระดับระบบต่อเนื่อง”

มี พ.ร.ก.ช่วยลดความเสียหาย

“ภิญโญ ตรีเพชราภรณ์” ผู้อำนวยการ ฝ่ายกำกับและตรวจสอบความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า หลัง พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 บังคับใช้ รวมถึงธนาคารพาณิชย์มีการพัฒนาระบบป้องกันการติดตั้งแอปปลอมบนโมบายแบงกิ้ง แม้ว่าจะมีการหลอกลวงให้ติดตั้ง แต่ก็ไม่สามารถทำธุรกรรมได้ ขณะที่มาตรการสแกนใบหน้าก็มีส่วนช่วยในการอายัดบัญชีและระงับธุรกรรม

“ความเสียหายจากแอปดูดเงินมีแนวโน้มลดลง โดยในเดือน ก.ย.พบว่า จำนวนผู้เสียหายลดลงกว่า 30% เมื่อเทียบกับต้นปี และมูลค่าความเสียหายลดลง 53% ซึ่งตัวเลข ณ เดือน ก.ย. 2566 จำนวนผู้เสียหายอยู่ที่ 1,300 ราย และมูลค่าความเสียหายอยู่ที่ 85 ล้านบาท คาดว่าความเสียหายน่าจะลดลง ซึ่งจากข้อมูลเบื้องต้นตัวเลขของแบงก์ต่าง ๆ มีทิศทางลดลงหมด”

ขณะที่ตัวเลขอายัดเงิน หากเทียบก่อนจะมี พ.ร.ก. เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2566 พบว่า สัดส่วนการอายัดเงินอยู่ที่ 3.9% ของหมายที่มีการให้ธนาคารอายัด แต่ภายหลังจากมี พ.ร.ก. สัดส่วนการอายัดเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 20.6% หรือสามารถอายัดเพิ่มขึ้น 5 เท่า

“การอายัดที่เพิ่มขึ้นจากราว 4% เป็น 20% น่าจะมาจาก 2 ส่วน คือ พ.ร.ก.ที่ทำให้เหยื่อสามารถโทร.ไปที่ธนาคาร เพื่อทำการอายัดและระงับบัญชีธุรกรรมได้ทันที เพราะจากเดิมจะต้องไปแจ้งตำรวจ อันนี้ก็สามารถลดเวลา และด้วยมาตรการสแกนใบหน้า

ทำให้บัญชีม้าจากเดิมที่สามารถโอนเงินได้เต็มวงเงิน แต่พอมีมาตรการสแกนใบหน้า ทำให้ไม่สามารถโอนเงินได้เต็มวงเงิน โดยโอนได้ไม่เกิน 2 แสนบาทต่อวัน ทำให้เงินที่ค้างอยู่สามารถระงับได้ทัน และหลังมีศูนย์ AOC จะช่วยได้มากขึ้น และคาดว่าความเสียหายจากแอปดูดเงินลดลงเรื่อย ๆ”

รัฐผุดศูนย์ “AOC” อายัดฉับไว

“ภิญโญ” กล่าวว่า มองไปข้างหน้าคาดว่า แนวโน้มการตรวจจับและการอายัดธุรกรรมน่าจะปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากภาครัฐจะมีการตั้งศูนย์ต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ ที่เรียกว่า “AOC” หรือ Anti Online Scam Operation Center ซึ่งจะเริ่มดำเนินการได้ภายในต้นเดือน พ.ย.นี้

“ศูนย์ AOC จะรวมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน จากเดิมจะระงับธุรกรรมต้องแจ้งตำรวจ แต่หลังมี พ.ร.ก. ไม่ต้องแจ้งตำรวจแล้ว แต่สามารถแจ้งไปที่ธนาคารได้เลย และเดิมธนาคาร 15 แห่ง ก็ต้อง โทร. 15 เบอร์ แต่จากนี้สามารถแจ้งไปที่เบอร์เดียว คือ 1441 ซึ่งศูนย์ AOC จะกระจายข้อมูลไปยังแต่ละธนาคาร”

จำกัดเปิดบัญชีไม่แก้ปัญหา

สำหรับข้อเสนอกำหนดให้เปิดบัญชีธนาคารเพียง 1 บัญชี เพื่อสกัดการเปิดบัญชีม้านั้น “ภิญโญ” มองว่า การจำกัดบัญชีต่อคน ไม่ได้เป็นการสกัด หรือแก้ปัญหาโดยตรงเรื่องบัญชีม้า เพราะแม้ว่าจะเปิดบัญชีหลายบัญชีก็ตาม แต่เวลาขายจะต้องขายคู่กับบัญชีโมบายแบงกิ้ง และเมื่อตรวจจับเจอว่าเป็นบัญชีม้า แม้ว่าจะมี 10-20 บัญชี บัญชีเหล่านั้นก็ถูกระงับทันที

“ดังนั้น คิดว่าการจำกัดบัญชีอาจจะไม่ได้ตรงมาก ธปท.จึงเลือกออกมาตรการจำกัดจำนวนโมบายแบงกิ้งต่อคนแทน รวมถึงมาตรการของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) หากตรวจจับบัญชีม้าได้ 1 ราย จะมีการส่งรายชื่อให้ทุกธนาคาร ทำให้บุคคลดังกล่าวที่มีบัญชีธนาคารทุกแห่งจะไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้”

มิจฉาชีพดิ้นหากลโกงใหม่ ๆ

สำหรับวิธีการหลอกลวงใหม่ ๆ “ภิญโญ” กล่าวว่า จะเห็นว่าวิธีการส่งสัญญาณมือถือปลอม (False Base Station) หรือปลากระเบน เริ่มไม่มีให้เห็นแล้ว หลังจากตำรวจมีการตรวจจับ แต่วิธีการใหม่ที่เริ่มเห็น เช่น ปลอมเป็นเบอร์ โทร.ของธนาคาร ซึ่งจริง ๆ ไม่ใช่เบอร์ของธนาคาร โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างพูดคุยกับสำนักงาน กสทช. ในการหาวิธีการป้องกันอยู่

รวมถึงภายในสิ้นปี 2566 ธปท.ให้ทุกธนาคารมีระบบป้องกันธุรกรรมผิดปกติแบบเรียลไทม์ ซึ่งมีบางธนาคารเริ่มทยอยใช้ คาดว่าจากมาตรการทั้งหมดจะช่วยป้องกันแบบครบวงจร ทั้งนี้ ธปท.ก็ยังคงต้องติดตามรูปแบบการหลอกลวงอย่างใกล้ชิด