เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
AAHRS 2026 ปักหมุดเชียงใหม่ ดัน Medical Hub ชิงเค้กตลาดปลูกผมพันล้าน
เศรษฐกิจภูมิภาค AAHRS 2026 ปักหมุดเชียงใหม่ ดัน Medical Hub ชิงเค้กตลาดปลูกผมพันล้าน
‘AI-ดาต้าเซ็นเตอร์’ ใช้ไฟพุ่ง เปลี่ยนเกมแข่ง ‘อสังหาฯอุตสาหกรรม’
Real Estate ‘AI-ดาต้าเซ็นเตอร์’ ใช้ไฟพุ่ง เปลี่ยนเกมแข่ง ‘อสังหาฯอุตสาหกรรม’
ก.ศึกษา สั่งประสานนักจิตวิทยาดูแลผลกระทบจิตใจนักเรียน-ครู เหตุยิงในโรงเรียน
Politics ก.ศึกษา สั่งประสานนักจิตวิทยาดูแลผลกระทบจิตใจนักเรียน-ครู เหตุยิงในโรงเรียน
ราคาทองวันนี้ (7 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท รูปพรรณบาทละ 67,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท รูปพรรณบาทละ 67,900 บาท
Gen Z จีนฮิต “ร้อยมาลัย-พับดอกบัว” วัดเจ็ดยอด ดัน Soft Power ล้านนาสู่ Experiential Tourism
เศรษฐกิจภูมิภาค Gen Z จีนฮิต “ร้อยมาลัย-พับดอกบัว” วัดเจ็ดยอด ดัน Soft Power ล้านนาสู่ Experiential Tourism
อนุทิน เผย ‘เมียนมา’ ขอไทยคุมเข้มชายแดน สกัดชนกลุ่มน้อยลอบขนอาวุธ
Politics อนุทิน เผย ‘เมียนมา’ ขอไทยคุมเข้มชายแดน สกัดชนกลุ่มน้อยลอบขนอาวุธ
ไทยคม เปลี่ยนชื่อเป็น ‘กัลฟ์ สเปซ เทคโนโลยี’
Tech ไทยคม เปลี่ยนชื่อเป็น ‘กัลฟ์ สเปซ เทคโนโลยี’
นายกฯ กำชับคุมเข้มปืน ย้ำไม่อนุญาตพกนอกเคหสถาน หวั่นพฤติกรรมเลียนแบบ
Politics นายกฯ กำชับคุมเข้มปืน ย้ำไม่อนุญาตพกนอกเคหสถาน หวั่นพฤติกรรมเลียนแบบ
รัฐบาลเช็คกระเป๋าก่อนตัดสินใจ “ไทยช่วยไทยพลัส” เฟส 2 ยันเงินคงคลังแข็งแรง
Politics รัฐบาลเช็คกระเป๋าก่อนตัดสินใจ “ไทยช่วยไทยพลัส” เฟส 2 ยันเงินคงคลังแข็งแรง
แพทย์ชี้ HPV ไร้อาการนาน 10 ปี ย้ำคนไทยตรวจ-ฉีดวัคซีนก่อนสาย
News แพทย์ชี้ HPV ไร้อาการนาน 10 ปี ย้ำคนไทยตรวจ-ฉีดวัคซีนก่อนสาย
ดูทั้งหมด

หุ้นโรงพยาบาลกำไรพุ่งยกแผง Q3 ไฮซีซั่น-สงครามยังไม่ส่งผลกระทบ

05 พ.ย. 2566 | 19:20น.
หุ้นโรงพยาบาล

หุ้นโรงพยาบาล กำไร Q3 พุ่งยกแผง โบรกฯชี้ไฮซีซั่นตามเทรนด์โรคระบาดฤดูฝน ทั้ง “ไข้หวัดใหญ่-ไข้เลือดออก-ภูมิแพ้ทางเดินหายใจ” ขณะที่ผู้ป่วยต่างชาติโดยเฉพาะชาวตะวันออกกลางเข้ารักษาต่อเนื่อง พักนานเฉลี่ยยาวถึง 20 วัน ค่ารักษาเฉลี่ยต่อบิลสูง “บล.บัวหลวง” ชี้สงครามตะวันออกกลางยังไม่ส่งผลกระทบ

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า คาดการณ์กำไรสุทธิงวดไตรมาส 3/2566 ของธุรกิจโรงพยาบาลที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย จะเติบโตเมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) และไตรมาสก่อนหน้า (QOQ) เป็นไปตามไฮซีซั่นที่เป็นฤดูฝน ประกอบกับรายได้ผู้ป่วยไทยยังเติบโตดีกว่าปกติ จากการเข้ารับการรักษาโรคที่มากับฤดูฝนมากขึ้นจากปีที่แล้วมากพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ โรคไข้เลือดออก และโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ ที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของสัดส่วนรายได้กลุ่มผู้ป่วยคนไทย

ขณะที่สัดส่วนรายได้ของผู้ป่วยต่างชาติถือว่าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งล้อไปตามนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวตะวันออกกลางที่กลับมารักษาตัวค่อนข้างมาก อาทิ กาตาร์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, โอมาน, ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งไตรมาส 3 จะเป็นช่วงวันหยุดยาวภาคฤดูร้อนที่นิยมเดินทางมารักษาพร้อมกับพาครอบครัวมาพักผ่อน โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยที่มารักษาโรคเฉพาะทางที่มีความรุนแรงของโรคสูง ใช้ระยะเวลาเข้าพักการรักษาเฉลี่ยยาวนานถึง 20 วัน ทำให้มีค่ารักษาพยาบาลเฉลี่ยต่อบิลที่สูงมาก

ตารางหุ้น รพ.

ยังมีผู้ป่วยชาวจีนที่มี pend-up demand จำนวนมาก โดยชาวจีนส่วนใหญ่เดินทางมาท่องเที่ยวพร้อมกับการตรวจสุขภาพ และชาวรัสเซีย รวมไปถึงอีก 12 ประเทศในแถบรัสเซีย-ยูเครน ที่เบื่อสงครามเข้ามาพักแบบ long stay ที่ภูเก็ต และจังหวัดอื่นค่อนข้างมาก จึงมาใช้บริการโรงพยาบาลมากขึ้น

โดยทิศทางรายได้ของ บมจ.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) ช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. 2566 เติบโต 20% ดีเกินคาด ขณะที่รายได้ของ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) เติบโตดีเช่นกัน เพียงแต่ปีที่แล้วฐานสูงจากผู้ป่วยโควิด จึงประเมินกำไรสุทธิ BH งวดไตรมาส 3 ปีนี้จะอยู่ที่ 2,084 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.8% YOY และเพิ่มขึ้น 19.2% QOQ ส่วน BDMS อยู่ที่ 3,673 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.4% YOY และเพิ่มขึ้น 18.7% QOQ

ส่วนทิศทางของ บมจ.บางกอก เชน ฮอสปิทอล (BCH) น่าจะเติบโต QOQ และเทิร์นอะราวนด์ YOY ด้วยฐานต่ำจากปีที่แล้วขาดทุนจากวัคซีนโควิดลอตสอง เหมือนกับ บมจ.โรงพยาบาลจุฬารัตน์ (CHG) ที่น่าจะเติบโต YOY ได้ แม้ว่าจะมีโรงพยาบาลเปิดใหม่ซึ่งอาจจะมีขาดทุนบ้าง แต่คนไข้ที่มากับฤดูฝนค่อนข้างมาก ซึ่งจะได้ทั้งคนไข้ที่จ่ายเงินสดและใช้ประกันสังคม

“โรงพยาบาลรับผู้ป่วยประกันสังคมและรับผู้ป่วยคนไทยอย่างเดียว คาดว่าน่าจะค่อย ๆ เห็นกำไรเทิร์นอะราวนด์ YOY ตั้งแต่ไตรมาส 3 เป็นต้นไป ทั้ง BCH และ CHG”

อย่างไรก็ตาม จากฐานรายได้ผู้ป่วยต่างชาติที่ค่อนข้างสูงในปีนี้ อาจจะต้องระวังปัจจัยเสี่ยงต่อธุรกิจโรงพยาบาลในปีหน้า และยังไม่รู้ว่า pend-up demand ของผู้ป่วยชาวจีนแม้ยังมีอยู่ แต่คนจีนยังไม่กลับมาด้วยภาพเศรษฐกิจที่ยังซบเซา จึงอาจทำให้กลุ่มโรงพยาบาล โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่มีสัดส่วนรายได้ผู้ป่วยต่างชาติที่มากจะยังเติบโตได้ช้ากว่าปกติ ประกอบกับโรงพยาบาลหลายแห่งมีการเปิดโรงพยาบาลใหม่ ๆ ซึ่งจะยังขาดทุนอยู่ จึงจะเป็นตัว suffer ทำให้โรงพยาบาลเติบโตได้น้อย หรืออาจไม่สูงเท่ากับปีนี้

นายภูวดล ภูสอดเงิน นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บล.บัวหลวง กล่าวว่า กำไรหุ้นโรงพยาบาลในไตรมาส 3 จะเติบโตทั้ง YOY และ QOQ โดยรายได้ของ BH เติบโต YOY แต่ QOQ คงต้องลุ้นกันเพราะว่าฐานสูง ขณะที่ BDMS น่าจะเติบโตทั้ง YOY และ QOQ โดยทั้งสองโรงพยาบาลนี้จะมีสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติมาก แต่ไตรมาส 3 ก็จะได้ผู้ป่วยไทยเข้ามารักษามากขึ้นด้วยตามฤดูฝน

สำหรับสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง มองว่าถ้าจะกระทบลูกค้าผู้ป่วยที่จะบินมารักษาที่โรงพยาบาลในประเทศไทยนั้น จะต้องเป็นลักษณะลุกลามขยายวงไปในประเทศอื่น ๆ เพราะส่วนใหญ่ชาวตะวันออกกลางที่บินมารักษาโดยเฉพาะ BH ที่จะมีสัดส่วนมากที่สุด เป็นประเทศที่อาจจะยังไม่มีผลกระทบเรื่องสงคราม อย่างเช่น กาตาร์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นต้น

“ในช่วงที่ผ่านมามี pend-up demand หรือการรักษาที่อั้นไว้อยู่ จึงเข้ามาในช่วงครึ่งปีหรือ 9 เดือนที่ผ่านมาค่อนข้างเยอะ ทำให้ไตรมาส 3 จะเป็นช่วงพีกของผู้ป่วยต่างชาติ และไตรมาส 4/2566 น่าจะอ่อนตัวลงตามฤดูกาล”

นางสาวพัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบริหารงานลูกค้า บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต กล่าวว่า จากสถิติของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ในปี 2566 ชี้ให้เห็นว่าจำนวนผู้เป็นโรคติดต่อประจำฤดูกาลพุ่งสูงขึ้นมาก โดยไตรมาส 3/2566 พบผู้เป็นโรคไข้เลือดออกเดงกี จำนวน 58,576 เคส โรคปอดบวมหรือปอดอักเสบ จำนวน 80,592 เคส และโรคไข้หวัดใหญ่ จำนวน 206,802 เคส

“สะท้อนถึงการติดต่อที่ง่ายขึ้นและเชื้อโรคสายพันธุ์ใหม่ ๆ ที่มีความรุนแรงมากขึ้น การเจ็บป่วยเหล่านี้สร้างความสูญเสียให้กับผู้ป่วยทั้งเสียเวลาในการรักษาและเสียค่ารักษาพยาบาลเป็นจำนวนมาก และเพื่อเป็นการเตือนคนไทยในเรื่องดังกล่าว อลิอันซ์ อยุธยาฯ จึงเปิดตัวแคมเปญ #กันก่อน ดีที่สุด รณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงภัยจากเชื้อโรคร้ายรอบตัว และสนใจดูแลตนเองอย่างจริงจัง ขณะเดียวกันการมีประกันสุขภาพก็เป็นทางเลือกเพื่อคุ้มครองและลดภาระค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดเจ็บป่วยขึ้น”