ก.ล.ต.เปิดให้ บลจ.ส่งเอกสารเสนอขายกองทุน TESG ได้แล้วหลังร่างประกาศเสร็จ

ก.ล.ต.

ก.ล.ต.เปิดให้ บลจ.ส่งร่างเอกสารเสนอขายกองทุน TESG ได้แล้ว หลังยกร่างประกาศเสร็จ คาดนำลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาต้น ธ.ค. 66 ภายหลังประกาศมีผลบังคับใช้ อนุมัติจัดตั้งกองทุนได้ภายในต้นเดือน ธ.ค.เช่นกัน เพื่อให้ผู้ลงทุนได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในปีภาษี 2566 ได้

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2566 ตามที่คณะรัฐมนตรี ในการประชุมเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 มีมติเห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนเพื่อความยั่งยืนของประเทศไทยตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ได้แก่ การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thailand ESG Fund) เพื่อสนับสนุนการลงทุนในกิจการในประเทศที่จะขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย

โดยใช้กองทุนรวมในตลาดทุนเป็นกลไกที่ช่วยให้บรรลุเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติด้านความยั่งยืน รวมทั้งเป็นการสนับสนุนการออมระยะยาวผ่านการลงทุนในตลาดทุน โดยให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกหลักเกณฑ์รองรับกองทุนรวมดังกล่าว

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงาน ก.ล.ต. เปิดเผยว่า คณะกรรมการกำกับตลาดทุน (ก.ต.ท.) ในการประชุมครั้งที่ 11/2566 เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2566 มีมติเห็นชอบหลักการปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อรองรับการจัดตั้งกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thailand ESG Fund : Thai ESG) ที่สอดรับกับแนวนโยบายของภาครัฐ

ซึ่งขณะนี้ ก.ล.ต.ได้ยกร่างประกาศแล้วเสร็จ และคาดว่าจะนำลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาประมาณต้นเดือนธันวาคม 2566 โดยในระหว่างนี้ ก.ล.ต.เปิดให้ บลจ.สามารถส่งร่างเอกสารจัดตั้ง Thai ESG ให้ ก.ล.ต.พิจารณาได้ล่วงหน้า เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ บลจ. และเตรียมพร้อมที่จะเสนอขายกองทุนรวมดังกล่าวให้ผู้ลงทุนได้โดยเร็ว

และภายหลังประกาศมีผลบังคับใช้ ก.ล.ต.จะสามารถอนุมัติจัดตั้ง Thai ESG ได้ภายในต้นเดือนธันวาคม 2566 เช่นกัน เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการลงทุนในกองทุนรวมดังกล่าวในปีภาษี 2566 ได้

ทั้งนี้ เพื่อให้สอดรับกับแนวนโยบายของภาครัฐ คณะกรรมการกำกับตลาดทุนมีมติเห็นชอบหลักการให้ Thai ESG ลงทุนในทรัพย์สินที่ผู้ออกเป็นภาครัฐไทยหรือกิจการที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังนี้

1.หุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (mai) ที่ได้รับการคัดเลือกจาก SET ว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (ESG)

2.หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนใน SET และ mai ที่มีการเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย ที่ผ่านการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยผู้ทวนสอบ

3.ตราสารหนี้ที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การเสนอขายตราสารหนี้ที่เกี่ยวข้องด้านความยั่งยืน ประกอบด้วย Green Bond Sustainability Bond และ Sustainability-linked Bond และโทเค็นดิจิทัลเพื่อการระดมทุนที่เกี่ยวข้องด้านความยั่งยืนที่มีมาตรฐานในทำนองเดียวกันกับตราสารหนี้ดังกล่าว

ทั้งนี้ Thai ESG ต้องเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนของกองทุนรวมตามหลักเกณฑ์กองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน (SRI Fund) เพื่อที่ผู้ลงทุนจะได้รับข้อมูลที่เพียงพอประกอบการตัดสินใจลงทุน

โดย Thai ESG จะได้รับสิทธิยกเว้นค่าธรรมเนียมคำขอจัดตั้งและแก้ไขโครงการจาก ก.ล.ต. เช่นเดียวกับ SRI Fund ด้วย

โดยหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน (SRI Fund) กำหนดให้ บลจ.ที่บริหารจัดการ SRI Fund ต้องเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนภายใต้มาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลเดียวกัน เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถเปรียบเทียบข้อมูลระหว่าง SRI Fund ได้อย่างสะดวก และมีข้อมูลที่เพียงพอประกอบการตัดสินใจลงทุน อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงด้านการฟอกเขียว (Greenwashing)

โดย ก.ล.ต.ได้ประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียม ประกอบด้วยค่าธรรมเนียมคำขออนุมัติจัดตั้ง 100,000 บาท ต่อกองทุนรวม และค่าธรรมเนียมคำขอแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการกองทุนรวม ไม่เกิน 5,000 บาทต่อกองทุนรวม

อนึ่ง ภาครัฐเห็นความสำคัญที่ประชาชนจำเป็นต้องมีการออมการลงทุนเพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว จึงได้สนับสนุนสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้แก่ผู้ลงทุนใน Thai ESG โดยผู้ลงทุนสามารถนำเงินลงทุน มาหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน เฉพาะในส่วนที่ไม่เกิน 100,000 บาท สำหรับปีภาษีที่มีการลงทุน


รวมทั้งเงินหรือผลประโยชน์ที่ได้จากการขายคืนหน่วยลงทุน จะได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษี ถ้าการลงทุนเป็นไปตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรประกาศกำหนด โดยผู้มีเงินได้ต้องถือหน่วยลงทุนใน Thai ESG ไม่น้อยกว่า 8 ปี นับตั้งแต่วันที่ซื้อหน่วยลงทุน