ก.ล.ต.ประชุมสมาคม บล. จี้ทบทวนขายชอร์ต-ค่าธรรมเนียมซื้อขาย

ก.ล.ต.

ก.ล.ต.ประชุมร่วมสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย จี้ขอให้ทบทวนธุรกรรมขายชอร์ต-กำหนดค่าธรรมเนียมซื้อขายให้เกิดความเป็นธรรมระหว่างผู้ลงทุน สร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทยอย่างยั่งยืน

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และผู้บริหาร ก.ล.ต. ประชุมร่วมกับนายพิเชษฐ สิทธิอำนวย นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) พร้อมด้วยกรรมการและสมาชิกสมาคม ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหาร ผู้แทนจากผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ จำนวน 38 แห่ง

โดยได้หารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อการดำเนินการในประเด็นที่อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาดทุนไทย ทั้งการใช้โปรแกรมเทรดดิ้ง/การซื้อขายด้วยความเร็วสูง (HFT) รวมทั้งแนวทางในการพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมธุรกิจหลักทรัพย์ตามมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อตลาดทุนไทย โดยทุกภาคส่วนสามารถใช้ประโยชน์จากตลาดทุนได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม มีความเป็นธรรม โปร่งใส และเชื่อถือได้

ในที่ประชุมได้มีการหารือถึงสิ่งที่ ก.ล.ต.ได้ดำเนินการแล้ว และเรื่องที่อยู่ระหว่างการทบทวน เช่น การตรวจสอบธุรกรรม naked short selling และกลไกในการกำกับธุรกรรมขายชอร์ต การซื้อขายผ่าน program trading อาทิ การวางหลักประกัน การส่งมอบหลักทรัพย์ เพื่อให้ตลาดหลักทรัพย์มีเสถียรภาพ เป็นธรรม และไม่เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบของผู้ลงทุนแต่ละประเภท

พร้อมกันนี้ ก.ล.ต.ยังขอให้ ASCO ทบทวนแนวปฏิบัติสำหรับสมาชิกในธุรกรรมขายชอร์ตให้เข้ากับบริบทปัจจุบัน และสอดคล้องตามข้อสังเกตของ ก.ล.ต. เพื่อทำให้มั่นใจยิ่งขึ้นว่า บริษัทหลักทรัพย์มีแนวปฏิบัติที่มีมาตรฐานเดียวกัน อันจะเป็นการป้องกันการกระทำที่ไม่ถูกต้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ ร่วมกับการตรวจสอบของหน่วยงานกำกับต่อไป

อีกทั้ง ก.ล.ต.ได้ขอให้ ASCO พิจารณาการกำหนดค่าธรรมเนียมการให้บริการซื้อขายในอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมระหว่างผู้ลงทุน สะท้อนการแข่งขันในเชิงคุณภาพ ซึ่งจะก่อให้เกิดความยั่งยืนกับอุตสาหกรรม

“ก.ล.ต.ให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นต่อตลาดทุนโดยรวม ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะอย่างรอบด้านจากบริษัทหลักทรัพย์ที่มีขนาดและลักษณะธุรกิจที่หลากหลาย เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ซึ่งอยู่ในห่วงโซ่คุณค่า (value chain) เดียวกันในตลาดทุน จึงเห็นว่าการหารือและแลกเปลี่ยนความเห็นเพื่อทำงานร่วมกันเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการกำหนดทิศทางของตลาดทุนให้เป็นไปอย่างยั่งยืน


ทั้งนี้ ก.ล.ต.จะนำทุกข้อเสนอแนะ ข้อสังเกตไปกลั่นกรองและศึกษาต่อเพื่อกำหนดเป็นหลักเกณฑ์ต่อไป และคาดหวังว่าจะมีการร่วมหารือกันเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง” เลขาธิการ ก.ล.ต.กล่าว