Skip to content

ก.ล.ต. ปรับเกณฑ์แนะนำลงทุนผลิตภัณฑ์ตลาดต่างประเทศ มีผลตั้งแต่ 16 ก.พ. 67

20 ธ.ค. 2566 | 13:47น.
ก.ล.ต. ปรับเกณฑ์แนะนำลงทุนผลิตภัณฑ์ตลาดต่างประเทศ มีผลตั้งแต่ 16 ก.พ. 67

ก.ล.ต. ปรับปรุงเกณฑ์การให้คำแนะนำลงทุนในผลิตภัณฑ์ตลาดทุนต่างประเทศ เน้นเพิ่มประสิทธิภาพ-เพิ่มความยืดหยุ่นในการให้บริการ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ. 2567 เป็นต้นไป

วันที่ 20 ธันวาคม 2566 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ปรับปรุงหลักเกณฑ์การให้คำแนะนำการลงทุนในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่เป็นสกุลเงินตราต่างประเทศแก่ผู้ลงทุนในประเทศไทย เพื่อให้บริการมีประสิทธิภาพและเพิ่มความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567 เป็นต้นไป

โดยปัจจุบัน ก.ล.ต. เปิดให้ผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ผู้ประกอบธุรกิจไทย)* สามารถให้บริการลงทุนในต่างประเทศได้ โดยอาจใช้บริการผ่านผู้ประกอบธุรกิจในต่างประเทศอีกทอดหนึ่ง และใช้บุคลากรของผู้ประกอบธุรกิจต่างประเทศให้คำแนะนำการลงทุนแก่ผู้ลงทุนไทยได้ ภายใต้หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด

สำหรับผู้ประกอบธุรกิจในต่างประเทศที่มีลักษณะตามที่กำหนดและให้คำแนะนำหรือข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่เป็นสกุลเงินตราต่างประเทศแก่ผู้ลงทุนไทยร่วมกับผู้ประกอบธุรกิจไทย จะได้รับยกเว้นไม่เข้าข่ายเป็นการประกอบธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุนหรือที่ปรึกษาสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Investment Advisory Services : IA) ที่ต้องได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจไทยต้องแจ้งชื่อบุคลากรต่างประเทศล่วงหน้า และมีกำหนดระยะเวลาการให้คำแนะนำของบุคลากรต่างประเทศที่ไม่เกินระยะเวลาที่เกณฑ์กำหนดด้วย

ทั้งนี้ เพื่อให้การประกอบธุรกิจมีความยืดหยุ่นและสะดวกมากขึ้น โดยที่ผู้ลงทุนยังคงได้รับข้อมูลหรือคำแนะนำที่มีประสิทธิภาพในเวลาที่เหมาะสม ก.ล.ต. จึงปรับปรุงประกาศที่เกี่ยวกับการให้คำแนะนำการลงทุนในผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่เป็นสกุลเงินตราต่างประเทศแก่ผู้ลงทุนในประเทศไทย จำนวน 3 ฉบับ** โดยมีสาระสำคัญดังนี้

1.ปรับปรุงเงื่อนไขการยกเว้นการประกอบธุรกิจ IA ให้กับผู้ประกอบธุรกิจต่างประเทศ โดยให้ผู้ประกอบธุรกิจแจ้งชื่อผู้ประกอบธุรกิจต่างประเทศ ที่จะให้บริการแก่ผู้ลงทุนไทยต่อ ก.ล.ต. จากปัจจุบันแจ้งเพียงชื่อบุคลากรของผู้ประกอบธุรกิจต่างประเทศ

2.ปรับปรุงหลักการแจ้งชื่อบุคลากรต่างประเทศของผู้ประกอบธุรกิจต่างประเทศ โดยให้ผู้ประกอบธุรกิจแจ้งชื่อบุคลากรต่างประเทศที่ให้ข้อมูลหรือคำแนะนำแก่ผู้ลงทุนไทย ภายใน 7 วันทำการนับแต่วันที่ให้ข้อมูลหรือคำแนะนำ ไม่ว่าการให้ข้อมูลหรือคำแนะนำในรูปแบบหรือช่องทางใด*** จากปัจจุบันที่ให้แจ้งล่วงหน้า 1 วันทำการก่อนให้ข้อมูลหรือคำแนะนำ

3.ปรับปรุงคุณสมบัติและระยะเวลาการปฏิบัติงานของบุคลากรต่างประเทศที่ให้ข้อมูลหรือคำแนะนำ รวมทั้งกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องดูแลให้มั่นใจว่า บุคลากรต่างประเทศที่ให้ข้อมูลหรือคำแนะนำ เป็นการให้บริการแบบชั่วคราวและตามความจำเป็นเท่านั้น จากปัจจุบันที่กำหนดให้บุคลากรต่างประเทศเข้ามาปฏิบัติงานในไทยได้ไม่เกิน 90 วันในรอบปีปฏิทินต่อคน

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า “จากการที่ผู้ลงทุนไทยมีการไปลงทุนในต่างประเทศเพิ่มขึ้น ก.ล.ต. สนับสนุนให้ผู้ลงทุนศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ต่างประเทศก่อนตัดสินใจลงทุน โดยผู้ประกอบธุรกิจไทยมีหน้าที่ให้คำแนะนำการลงทุนที่เหมาะสม การปรับปรุงประกาศในครั้งนี้ จะช่วยให้ผู้ลงทุนไทยได้รับข้อมูล คำแนะนำ หรือการตอบคำถามเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจต่างประเทศที่มีความเชี่ยวชาญในผลิตภัณฑ์ที่ผู้ลงทุนสนใจได้ทันที ตามความความจำเป็นของผู้ลงทุน โดยผู้ประกอบธุรกิจไทยต้องดูแลความเหมาะสมของผู้ประกอบธุรกิจต่างประเทศ บุคลากร และการให้คำแนะนำดังกล่าวด้วย”

สำหรับประกาศที่เกี่ยวข้องทั้ง 3 ฉบับ ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2566 ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจไทยมีระยะเวลาในการปรับปรุงระบบงานที่เกี่ยวข้อง ก.ล.ต. จึงกำหนดให้ประกาศมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567 เป็นต้นไป