เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
Real Estate สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
Business ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
Economic ‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
Economic พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
World สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
Economic เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
อดีตทูตรัศม์  ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
Politics อดีตทูตรัศม์ ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
Economic จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
ราคาทองวันนี้ (29 ก.ค. 69) ปรับลง 100 บาท รูปพรรณขายออก 64,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (29 ก.ค. 69) ปรับลง 100 บาท รูปพรรณขายออก 64,850 บาท
เจาะลึก ‘คุมาโมโตะ’ ศูนย์กลางเซมิคอนดักเตอร์ญี่ปุ่น เผชิญแผ่นดินไหว 7.1 แมกนิจูด
World เจาะลึก ‘คุมาโมโตะ’ ศูนย์กลางเซมิคอนดักเตอร์ญี่ปุ่น เผชิญแผ่นดินไหว 7.1 แมกนิจูด
ดูทั้งหมด

ดร.นิเวศน์ เผชิญหน้าเหยื่อ “ถูกโกงหุ้น“ ประกาศชัดไม่มีกลุ่มไลน์ชวนลงทุน

23 ธ.ค. 2566 | 18:07น.

ดร.นิเวศน์ กูรูนักลงทุนวีไอ เผชิญหน้าเหยื่อ ”ถูกโกงหลอกลงทุนหุ้น“ ประกาศชัดไม่มีเว็บ-กลุ่มไลน์ชวนลงทุน หลังพบของปลอมเป็นร้อย ย้ำเป็นคนโลว์เท็ค-ไม่ติดต่อใคร แจงไม่แจ้งตำรวจอีกต่อไปแล้วเพราะเสียเวลา

วันที่ 23 ธันวาคม 2566 ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนเน้นคุณค่า (Value Investor) สมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า เมื่อ 2-3 วันก่อนมีคนกดออดเข้ามาพบผมที่บ้านแล้วเล่าว่าเป็นแฟนคลับและสมาชิกการลงทุนในไลน์และคุยกับผมมาตลอดเกือบทุกวัน ที่มาก็เพื่อที่จะมาพบ “ตัวจริง ๆ” เพื่อ “เติมเต็มความมั่นใจ” ว่า

จะยอมจ่ายเงิน “ค่าปรับ” ให้กับหน่วยงานตลาดหุ้นของฮ่องกง จำนวนประมาณ 2 ล้านบาท เพื่อที่จะสามารถถอนเงินจากพอร์ตหุ้นตลาดฮ่องกงของตนเอง ที่ตอนนี้เพิ่มขึ้นมามหาศาลจากเงินต้นที่ทยอยลงไปรวมกันประมาณ 5 ล้านบาท กลายเป็นประมาณ 300 ล้านบาทเข้าไปแล้ว

เธอหรือต่อไปนี้จะเรียกว่าคุณดาว เล่าว่า ได้เข้าร่วมกลุ่มไลน์แนะนำการลงทุนของ “ดร.นิเวศน์” ซึ่งปัจจุบันที่เห็นก็มีสมาชิกประมาณ 40-50 คน ลดลงจากอดีตบ้าง โดยที่เธอเข้าไปลงทุนผ่าน “แอปของกลุ่ม” ซึ่งจะนำเงินไปลงทุนในตลาดฮ่องกง โดยได้รับการแนะนำจาก ดร. และผู้ช่วยตลอดเวลาในการเลือกหุ้น ซึ่งจะมีหุ้นใหม่ ๆ แทบจะ “วันละตัว” รวมถึงการใช้เครื่องมือการเงินที่ซับซ้อน อย่างเรื่อง “เลเวอเรจ” ที่จะทำให้กำไรมหาศาลเป็นต้น

ดาวเริ่มลงทุนโดยการทยอยขายสลากออมสินและสลาก ธกส. ที่เคยได้รับผลตอบแทนที่ดีในอดีตที่เธออาจจะยัง “ไม่มีความรู้เกี่ยวกับการลงทุน” และเป็นช่วงที่ยังทำงานประจำ แต่ตอนนี้เธอเกษียณแล้ว จึงถึงเวลาที่จะต้องลงทุนเพื่อเก็บเงินใว้ใช้ในบั้นปลายของชีวิต นอกจากสลากแล้ว เธอก็จำนำทองแท่งที่เคยซื้อเก็บไว้เพื่อนำเงินมาลงทุนในหุ้นฮ่องกงด้วย ทั้งหมดนั้นรวมแล้วน่าจะประมาณ 5 ล้านบาท

ดาวไม่เคยถอนเงินลงทุนเลย เหตุผลก็เพราะว่า “กำไรที่เห็น” จากรายงานที่ได้รับนั้น มันมหาศาลมากและดาวก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงิน เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ ดร.แนะนำว่าต้องปล่อยให้เงินทบต้นไปเรื่อย ๆ แล้วก็จะรวย

จนมาถึงวันหนึ่ง ดาวอาจจะเริ่มไม่สบายใจและอาจจะอยากถอนเงินบางส่วน ก็เกิดประเด็นขึ้นว่าผู้คุมกฎของฮ่องกงตรวจสอบพบความไม่ชอบมาพากลของการเทรดหุ้นคุณดาว ซึ่งอาจเป็นการปั่นหุ้น จึงตั้งค่าปรับจำนวนประมาณ 2 ล้านบาท ก่อนที่จะยอมปล่อยหุ้นหรือเงินที่อยู่ในพอร์ต และนั่นก็นำมาสู่การอยากเจอ ดร.นิเวศน์ และก็เกิดอาการ “ช็อก” ว่าผมไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย คนที่ดาวคุยมาตลอดนั้นไม่รู้ว่าเป็นใคร

ประวัติคุณดาวแบบคร่าว ๆ ที่ผมคุยด้วยสั้น ๆ นั้น ก็คือ อายุเท่า ๆ กับผมคือ 70 ปีแล้ว แต่ก็ยังดูแข็งแรงมาก เพิ่งจะเกษียณจากงานพยาบาลไม่กี่เดือน เคยทำงานพยาบาลทั้งในโรงพยาบาลรัฐและเอกชนชื่อดังหลายแห่งรวมถึงที่อยู่ใกล้บ้านผมด้วย

ตอนเป็นเด็ก เกิดในครอบครัวที่มีลูกเยอะมาก เพราะเป็นรุ่นเบบี้บูมเมอร์ ครอบครัวอยู่ต่างจังหวัดและยากจน แต่คุณดาวเป็นคนที่เรียนเก่งระดับ “เหรียญทอง” ของโรงเรียนและได้ทุนเรียนพยาบาลในสังกัดของรัฐจนจบปริญญาตรี

ดาวเป็น “นักสู้” ที่ทำงานหนักประหยัดอดออม และแม้ว่าจะเป็นคนที่ดูแลพ่อแม่เป็นหลัก ก็ยังมีเงินเหลือเก็บออมในรูปทรัพย์สินต่าง ๆ เช่น บ้าน อาคารพาณิชย์ให้เช่า ทอง และเงินฝากในรูปสลากของธนาคารของรัฐบาล คิดเป็นมูลค่ารวมน่าจะไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าดาวเป็นโสดไม่ได้แต่งงาน ซึ่งจำเป็นที่จะต้องเก็บออมและลงทุนเพื่อดูแลตนเองหลังเกษียณ

ดาวรู้จัก ดร.นิเวศน์ ผ่านสื่อต่าง ๆ และเมื่อได้อ่านหนังสือเรื่อง “เด็กวัดดอน” ที่ “ดร.นิเวศน์” ส่งให้เมื่อเข้ามาร่วมในไลน์กลุ่มลงทุนเธอก็ “ปลื้มสุด ๆ” และคิดว่า “ชีวิตดาวเหมือนชีวิต ดร.นิเวศน์” ถึงตอนนี้คุณดาวก็พร้อมที่จะรับคำแนะนำทุกอย่างจากอาจารย์และก็คงไม่สงสัยเลยว่าคนที่คุยด้วยเป็นประจำ แต่ไม่เคยเจอตัวจริงนั้น เป็นสิบแปดมงกุฎ

หลังจากพบกับผมแล้ว คุณดาวก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป พูดเข้าไปในกลุ่มก็เจอคนที่แก้ต่างให้ว่า ดร. จะเปิดเผยตัวตนไม่ได้ ยอมรับไม่ได้ว่าทำการเทรดหุ้นแบบนี้คือ “เทรดระดับสถาบัน” ต้องทำเป็นความลับ พูดง่าย ๆ เวลาพูดออกสื่อก็บอกว่าไม่มีไม่ทำ แต่จริง ๆ แล้วทำอย่างลับ ๆ พวกเราต้องเข้าใจ

ผมเองแนะนำว่าให้แจ้งความตำรวจจับฐานหลอกลวงเลย แต่นั่นก็จะเป็นภาระที่ค่อนใหญ่สำหรับตัวคนเดียวที่จะต้องทำเรื่องหาหลักฐานมากมาย เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ เงินก็คงไม่ได้คืน นอกจากนั้นดาวรู้สึก “อายมาก” ถ้าเปิดเผยเรื่องออกมา นึกถึงพี่น้อง ญาติมิตร เพื่อนและคนรู้จัก คงจะมาสมน้ำหน้า

ที่ยังโชคดีอยู่บ้างก็คือ ส่วนตัวคุณดาวก็ยังเหลือทรัพย์สินประมาณหนึ่งที่น่าจะเลี้ยงตนเองต่อไปได้ ว่าที่จริงก็ยังแข็งแรงพอที่จะกลับไปทำงานได้ถ้าจำเป็น

เหตุการณ์นี้ทำให้ผมนึกถึงเรื่องที่ได้ฟังจากเพื่อนว่า แม้แต่อาจารย์มหาวิทยาลัยดังของรัฐก็ยังเคยถูกโกงจากการฝากเงินกับสหกรณ์ที่มีชื่อเสียงมาก จนแทบหมดตัวหลังจากที่ตนเองเกษียณแล้ว เพราะเชื่อว่า จะต้องหาช่องทางการออมเงินที่ “ได้ดอกเบี้ยสูง” แต่ “ไม่เสี่ยง” โดยการหลงเชื่อคนที่เข้ามาชักชวนให้ลงทุนที่ได้ผลตอบแทนสูงกว่าที่ควรจะเป็น

เช่นเดียวกัน ญาติทางฝ่ายภรรยาผมคนหนึ่งก็เคยถูกหลอกให้เข้าร่วมเวบหรือ “ไลน์ ดร.นิเวศน์” และสูญเสียเงินไปหลายแสนบาท จนต้องมาขอความช่วยเหลือภรรยาผม ผมเองก็ยังงงว่าทำไมตอนที่จะเข้าไปร่วมทำไมไม่ถามก่อนว่า ผมมีไลน์แบบนั้นจริงไหมก่อนที่จะเข้าไปลงทุน

ปรากฎการณ์การโกงผ่านสื่อดิจิทัลนั้น ผมคิดว่ามีเพิ่มขึ้นมหาศาล เรียกว่าแทบจะดิสรัปช่องทางการโกงแบบอื่นได้เลยนั้น เป็นวิธีการโกงที่ได้ผลตอบแทนสูงมาก และผมคิดว่ามีความเสี่ยงที่จะถูกจับและลงโทษต่ำมาก อานิสงส์จากการที่ทางการไม่ตระหนักและตามไม่ทันพัฒนาการนี้ ซึ่งในทาง “ยีนศาสตร์” ที่ผมมักใช้ในการวิเคราะห์เรื่องราวต่าง ๆ มันจะบอกว่า คนก็จะโกงมากขึ้น เพราะทำแล้วคุ้ม หรือเรียกว่า Risk/ Reward ดีมาก

เฉพาะเว็บหรือไลน์ปลอมที่ใช้ชื่อผมนั้น ล่าสุดดูเหมือนว่าจะไม่น้อยกว่าหลายสิบแห่ง บางคนบอกว่ามีเป็นร้อย และแน่นอน ไม่ใช่ผมคนเดียวแต่มีนักลงทุนหรือคนที่อยู่ในแวดวงการลงทุน ซึ่งรวมไปถึงเจ้าของหรือผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนบางคน ก็ถูกปลอมเพื่อหลอกให้คนเข้าไปลงทุนในหลักทรัพย์ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นหลักทรัพย์ปลอม หุ้นปลอม แพลตฟอร์มที่ใช้ซื้อขายหลักทรัพย์ปลอม ทุกอย่างปลอมหมด

แต่คนที่เข้าไปร่วมเป็นสมาชิกกลับไม่รู้ ส่วนสำคัญก็คือ ไม่เข้าใจเรื่องของตลาดทุนและตราสารต่าง ๆ เลย สนใจเพียงว่าจะหาผลตอบแทนที่ดีได้อย่างไร บางคนก็เกิดจากความโลภ แต่จำนวนมากนั้นแค่หวังจะให้มีเงินพอใช้หลังเกษียณ แต่พอเข้าไปสักพักก็อาจจะกลายเป็นความโลภ เพราะถูกหลอกด้วยตัวเลขที่ถูกปั้นแต่งขึ้น

ในช่วงแรกที่เริ่มมีการปลอมไลน์หรือเพจนั้น ผมเคยไปแจ้งความสถานีตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวันว่า ผมไม่เกี่ยวและไม่เคยมีไลน์หรือเว็บสาธารณะ ผมเกรงว่าถ้ามีการจับไลน์ปลอมนั้นผมอาจจะต้องเสียเวลาไปให้การเป็นพยานโดยที่ผมไม่ได้ทำอะไรเลย อยู่เฉย ๆ นั่นคือเมื่อ 1-2 ปีมาแล้ว

ถึงวันนี้เว็บและไลน์ปลอมมีเป็นร้อย ผมเองก็ยังเหมือนเดิมคือไม่มีเว็บและไลน์ของตนเอง ผมเป็นคนโลว์เท็คและไม่ใช้เครื่องมือเหล่านั้นเพื่อติดต่อกับใคร และก็ไม่แจ้งตำรวจอีกต่อไปแล้วเพราะเสียเวลา

ผมประกาศที่ตรงนี้เลยว่าผมไม่มีเว็บหรือไลน์อะไรทั้งสิ้น ที่เห็นนั้นของปลอมหมด และไม่ต้องไปเชื่อว่าผมต้อง “ตีสองหน้า” ผมลงทุนมาหลายสิบปีและประสบความสำเร็จมีความมั่งคั่งสูงเกินกว่าที่จะมาทำเงินจากการแนะนำการลงทุนให้คนทั่วไป ที่เข้ามาร่วมเป็นกลุ่มเพื่อหวังผลตอบแทนที่ผิดปกติและไม่จริง แน่นอนว่าผมยังให้ความรู้ดังเช่นที่ผมทำมาตลอดหลายสิบปี และเป็นคนหน้าเดิมและหน้าเดียว ไม่มีทางที่ผมจะเปลี่ยนหน้าเป็นอย่างอื่น

เขียนมาถึงตรงนี้ผมเองก็หวังว่า ถ้ามีการจับเว็บหรือไลน์ปลอมใช้ชื่อผม ทางตำรวจจะไม่มาถามอะไรผมเลย เพราะผมไม่เกี่ยว ผมควรจะอยู่ได้อย่างสงบตามที่ควรจะเป็น และนี่ก็คงเหมือนกับการแจ้งบันทึกลงประจำวัน “ผ่านสื่อ” แทนที่จะต้องไปสถานีตำรวจ ซึ่งน่าจะได้ผลดีกว่าและไม่ทำให้ตำรวจต้องมาเสียเวลา ขณะเดียวกันคนที่อ่านก็จะได้รู้และไม่หลงกลไปกับคนโกงกลุ่มนี้