เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
Biz Movement ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
Biz Movement ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
Business ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
World โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
World ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
Tech CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
ดูทั้งหมด

ธ.ก.ส. ออกมาตรการสินเชื่อ ช่วยเหลือ-รองรับลูกหนี้นอกระบบ วงเงิน 7.5 ล้านบาท

23 ธ.ค. 2566 | 19:35น.

ธ.ก.ส. ออกมาตรการสินเชื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ให้เกษตรกรหรือบุคคลในครัวเรือน ที่ลงทะเบียนในโครงการไกล่เกลี่ยแก้หนี้นอกระบบของรัฐบาล รายละไม่เกิน 20,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 1% ต่อเดือน ปลอดชำระต้นเงิน 6 เดือนแรก หรือตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด ชำระคืนไม่เกิน 3 ปี เริ่มจ่ายสินเชื่อวันนี้ถึง 30 ก.ย. 67 หรือเต็มวงเงิน 7,500 ล้านบาท

วันที่ 23 ธันวาคม 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินมาตรการแก้หนี้นอกระบบ โดยเข้าร่วมประชุมและมอบนโยบายในการขับเคลื่อนมาตรการดังกล่าวให้กับหน่วยงานราชการ พร้อมรับฟังการเจรจาไกล่เกลี่ยแก้ไขปัญหาหนี้ระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

โดยมี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และนายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมคณะผู้บริหารและพนักงานในพื้นที่ ให้การต้อนรับ ณ ศาลากลางจังหวัดน่าน ตำบลไชยสถาน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน

ด้านนายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า จากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2566 เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินมาตรการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือและรองรับลูกหนี้นอกระบบ ตามแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้ ทั้งระบบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อช่วยเหลือและรองรับลูกหนี้นอกระบบของรัฐบาล

โดยคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมมาตรการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือและรองรับลูกหนี้นอกระบบ ต้องเป็นเกษตรกรหรือบุคคลในครัวเรือนเกษตรกรที่ลงทะเบียนในโครงการไกล่เกลี่ยแก้หนี้นอกระบบของรัฐบาล รายละไม่เกิน 20,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อเดือน (Flat Rate) ปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 6 งวดแรก (ชำระดอกเบี้ยปกติ) หรือเป็นไปตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด ระยะเวลาชำระคืนเงินงวดสูงสุดไม่เกิน 3 ปี เริ่มจ่ายสินเชื่อตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 กันยายน 2567 หรือเต็มวงเงิน 7,500 ล้านบาท

ทั้งนี้ ธ.ก.ส. ได้ดำเนินงานตามมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบมาอย่างต่อเนื่องผ่านสินเชื่อเพื่อชำระหนี้สินนอกระบบ รายละไม่เกิน 200,000 บาท กรณีเพื่อสงวนที่ดิน รายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ยตามชั้นลูกค้า ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 12 ปี และสินเชื่อกองทุนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน ซึ่ง ธ.ก.ส. ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วงเงินกู้รายละไม่เกิน 2.5 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี

กรณีชำระหนี้ตามกำหนด ดอกเบี้ยลดลงเหลือร้อยละ 4 – 2 ต่อปี ระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 20 ปี พร้อมเสริมองค์ความรู้และศักยภาพในการประกอบอาชีพ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นและยืนได้อย่างมั่นคง และสงวนที่ดินไว้ไม่ให้ตกไปเป็นของผู้อื่น ซึ่ง ธ.ก.ส. ได้เดินหน้าแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้เกษตรกรลูกค้าและบุคคลในครัวเรือนให้กลับเข้ามาอยู่ในระบบของ ธ.ก.ส. ไปแล้วกว่า 712,518 ราย เป็นเงินกว่า 60,355 ล้านบาท