เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
Politics สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
Politics กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
Politics ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
Politics ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
Business JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
News กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
Politics สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
Uncategorized DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
Finance เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
ดูทั้งหมด

ต้องรู้! เปิดไส้ใน ‘ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า’ บังคับใช้แล้ว 1 ม.ค.67

02 ม.ค. 2567 | 08:00น.

เปิดไส้ในกรมธรรม์ ‘ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า’ เลขาธิการ คปภ. ลงนามคำสั่ง มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่ 1 ม.ค.2567 จ่ายสินไหมแบตเตอรี่ หักค่าเสื่อมปีละ 10% วางกรอบปรับเบี้ย “ขั้นต่ำ-ขั้นสูง” ตามพฤติกรรมความเสี่ยงผู้ขับขี่ สูงสุด 40%

วันที่ 2 มกราคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2566 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้ลงนามคำสั่งนายทะเบียนที่ 47/2566 เรื่องให้ใช้แบบ ข้อความ และพิกัดอัตราเบี้ยประกันภัยของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เท่านั้น (Battery Eletric Vehicle-BEV) โดยไม่รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าที่ดัดแปลงมาจากรถยนต์สันดาป

เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งมีความเหมาะสมสอดคล้องกับการรับประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงเป็นการส่งเสริมให้ผู้ขับขี่มีพฤติกรรมการขับขี่ที่ดีขึ้น อันจะส่งผลให้อุบัติเหตุทางถนนลดลง และเป็นประโยชน์ต่อผู้เอาประกันภัยและสังคมโดยรวม

คำสั่งนี้ให้มีผลบังคับใช้สำหรับการทำสัญญาประกันภัยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2567 เป็นต้นไป

ชูฉัตร ประมูลผล
ชูฉัตร ประมูลผล

เว้นแต่ในกรณีบริษัทยังไม่สามารถออกกรมธรรม์ประกันภัยให้เป็นไปตามคำสั่งนี้ได้ ให้ใช้แบบ ข้อความ และพิกัดอัตราเบี้ยประกันภัยของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์เดิม ออกให้แก่ผู้เอาประกันภัยไปพลางก่อนได้ ทั้งนี้ต้องไม่เกินวันที่ 31 พ.ค.2567

และในการรับประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เท่านั้น (Battery Electric Vehicle: BEV) โดยไม่รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าที่ดัดแปลงมาจากรถยนต์สันดาป ให้บริษัทใช้แบบ ข้อความ และพิกัดอัตราเบี้ยประกันภัย ของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้าตามที่แนบท้ายคำสั่งนี้เท่านั้น

ในกรณีผู้เอาประกันภัยได้ทำประกันภัยรถยนต์ก่อนวันที่คำสั่งมีผลบังคับ โดยมีสิทธิได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยประวัติดีตามกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์เดิม ให้บริษัทปฏิบัติดังนี้

1.กรณีผู้เอาประกันภัยทำประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้าตามคำสั่งนี้กับบริษัทเดิม ให้บริษัทคำนวณเบี้ยประกันภัยโดยให้ส่วนลดเบี้ยประกันภัยประวัติดีตามกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์เดิมร่วมด้วย แต่ไม่เกินลำดับขั้นส่วนลดสูงสุดตามที่กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้าตามคำสั่งนี้กำหนด

2.กรณีผู้เอาประกันภัยทำประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้าตามคำสั่งนี้กับบริษัทอื่นที่ไม่ใช่บริษัทเดิม บริษัทอาจคำนวณเบี้ยประกันภัยโดยให้ส่วนลดเบี้ยประกันภัยประวัติดีตามกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์เดิมร่วมด้วย แต่ไม่เกินลำดับขั้นส่วนลดสูงสุดตามที่กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้าตามคำสั่งนี้กำหนด

และในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยได้ทำประกันภัยรถยนต์แบบระบุผู้ขับขี่ก่อนวันที่คำสั่งนี้มีผลบังคับ บริษัทอาจกำหนดระดับพฤติกรรมการขับขี่เทียบเคียงประวัติการขับขี่ตามกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์เดิมได้ โดยอนุโลม ทั้งนี้ต้องไม่เกินวันที่ 31 พ.ค.2567

วันนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” ได้รวบรวมเงื่อนไขความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า สรุปได้ดังนี้

  • ต้องระบุชื่อผู้ขับขี่ เนื่องจากเป็นเงื่อนไขที่จะทำให้บริษัทประกันภัย และ คปภ. สามารถเก็บข้อมูลพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ขับขี่ได้ ระบุชื่อได้สูงสุด 5 คน

จ่ายสินไหมแบตเตอรี่ หักค่าเสื่อมปีละ 10%

กรณีแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าได้รับความเสียหาย บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าตามปีอายุการใช้งานแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ตามตารางอัตราการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่ระบุไว้ข้างล่างนี้

โดยการนับอายุการใช้งานของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า เริ่มนับจากวันที่รับมอบรถยนต์จากผู้จำหน่ายรถยนต์ หรือวันที่ตามเอกสารการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าจากผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายรถยนต์ แล้วแต่วันใดเกิดขึ้นก่อน

อายุการใช้งาน
แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (ปี)
อัตราการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าต่อราคาของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าใหม่ของผู้จำหน่าย ขณะเกิดความเสียหาย (ร้อยละ)
ไม่เกิน 1 ปี 100
เกินกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี 90
เกินกว่า 2 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี 80
เกินกว่า 3 ปี แต่ไม่เกิน 4 ปี 70
เกินกว่า 4 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปี 60
เกินกว่า 5 ปีขึ้นไป 50

 

ผู้เอาประกันภัยสามารถซื้อความคุ้มครองการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าด้วยการเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าใหม่ ซึ่งบริษัทต้องจัดทำเอกสารแนบท้ายแสดงความคุ้มครอง ทั้งนี้ให้ใช้สำหรับกรมธรรม์ประกันภัย ประเภท 1 หรือประเภท 2 หรือประเภท 3 เท่านั้น

ในกรณีมีการเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าใหม่ในระหว่างระยะเวลาประกันภัย

(1) กรณีรถยนต์ได้รับความเสียหายและบริษัทมีการเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้ใหม่ บริษัทต้องแจ้งให้ผู้เอาประกันภัยทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าใหม่ และยินยอมให้ผู้เอาประกันภัยใช้สิทธิ

(1.1) ปรับเพิ่มจำนวนเงินเอาประกันภัยตามมูลค่ารถยนต์และมูลค่าของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่เปลี่ยนใหม่ และบริษัทจะให้ความคุ้มครองแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าและจำนวนเงินเอาประกันภัยตามที่เปลี่ยนใหม่เมื่อผู้เอาประกันภัยชำระเบี้ยประกันภัยตามจำนวนเงินเอาประกันภัยที่เพิ่มขึ้นแล้ว โดยบริษัทจะออกเอกสารแนบท้ายเปลี่ยนแปลงจำนวนเงินเอาประกันภัยให้กับผู้เอาประกันภัย หรือ

(1.2) สละสิทธิไม่ปรับเพิ่มจำนวนเงินเอาประกันภัยตามมูลค่าของรถยนต์และมูลค่าของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่เปลี่ยนใหม่ และบริษัทจะให้ความคุ้มครองเป็นไปตามจำนวนเงินเอาประกันภัยและตามปีอายุการใช้งานของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าเดิมก่อนการเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ตามตารางอัตราการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าข้างต้น

ทั้งนี้ผู้เอาประกันภัยจะต้องแจ้งการใช้สิทธิให้บริษัททราบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากบริษัท ในระหว่าง 30 วันนั้น หากมีเหตุเกิดขึ้นบริษัทจะให้ความคุ้มครองตาม (1.1) โดยผู้เอาประกันภัยต้องชำระเบี้ยประกันภัยเพิ่ม เว้นแต่ผู้เอาประกันภัยจะเลือกความคุ้มครองตาม (1.2)

ถ้าผู้เอาประกันภัยไม่แจ้งขอใช้สิทธิภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้เอาประกันภัยประสงค์จะได้รับความคุ้มครอง เป็นไปตามจำนวนเงินเอาประกันภัยและตามปีอายุการใช้งานของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าเดิมก่อนการเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ตามตารางอัตราการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าข้างต้น

(2) กรณีผู้เอาประกันภัยเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าใหม่ บริษัทจะให้ความคุ้มครองตามมูลค่าของรถยนต์ และมูลค่าของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่เปลี่ยนใหม่ เมื่อผู้เอาประกันภัยได้แจ้งให้บริษัททราบถึงความประสงค์ในการปรับเพิ่มจำนวนเงินเอาประกันภัยตามมูลค่าของรถยนต์

และมูลค่าของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่เปลี่ยนใหม่และชำระเบี้ยประกันภัยตามจำนวนเงินเอาประกันภัยที่เพิ่มขึ้นก่อนเกิดความเสียหายต่อแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า

โดยบริษัทจะออกเอกสารแนบท้ายเปลี่ยนแปลงจำนวนเงินเอาประกันภัยให้กับผู้เอาประกันภัย

ทั้งนี้ หากผู้เอาประกันภัยไม่แจ้งให้บริษัทประกันภัยทราบและไม่ชำระเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติม ให้ถือว่าผู้เอาประกันภัยประสงค์ได้รับความคุ้มครองเป็นไปตามจำนวนเงินเอาประกันภัยและตามปีอายุการใช้งานของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าเดิมก่อนการเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าตามตารางอัตราการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า

และในกรณีที่มีความจำเป็นต้องสั่งอะไหล่จากต่างประเทศ บริษัทรับผิดไม่เกินกว่าราคานำเข้าที่ส่งมาทางเรือ

ลดเบี้ยประวัติดี ได้สูงสุด 40%

1.การลดเบี้ยประกันภัยประวัติดีสำหรับลักษณะการใช้ส่วนบุคคล ในกรณีผู้เอาประกันภัยมีรถยนต์เอาประกันภัยไว้กับบริษัท บริษัทจะลดเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยเป็นลำดับขั้นดังนี้

  • ขั้นที่ 1 : 20% ของเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ สำหรับรถยนต์คันที่ไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหายต่อบริษัท ในการประกันภัยปีแรก
  • ขั้นที่ 2 : 30% ของเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ สำหรับรถยนต์คันที่ไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหายต่อบริษัท ในการประกันภัย 2 ปีติดต่อกัน หรือกว่านั้น
  • ขั้นที่ 3 : 40% ของอัตราเบี้ยประกันภัย ในปีที่ต่ออายุ ในกรณีมีค่าเสียหายดังกล่าวเกิดขึ้นต่อบริษัท 3 ปีติดต่อกัน หรือกว่านั้น

2.การลดเบี้ยประกันภัยประวัติดีสำหรับลักษณะการใช้อื่น ๆ นอกเหนือจากการใช้ส่วนบุคคล ในกรณีผู้เอาประกันภัยได้ต่ออายุการประกันภัยกับบริษัท บริษัทจะลดเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยเป็นลำดับขั้นดังนี้

  • ขั้นที่ 1 : 20% ของเบี้ยประกันภัย ในปีที่ต่ออายุ สำหรับรถยนต์คันที่ไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหายต่อบริษัท ในการประกันภัยปีแรก
  • ขั้นที่ 2 : 30% ของเบี้ยประกันภัย ในปีที่ต่ออายุ สำหรับรถยนต์คันที่ไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหายต่อบริษัท ในการประกันภัย 2 ปีติดต่อกัน
  • ขั้นที่ 3 : 40% ของเบี้ยประกันภัย ในปีที่ต่ออายุ สำหรับรถยนต์คันที่ไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหายต่อบริษัท ในการประกันภัย 3 ปีติดต่อกัน
  • ขั้นที่ 4 : 50% ของเบี้ยประกันภัย ในปีที่ต่ออายุ สำหรับรถยนต์คันที่ไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหายต่อบริษัท ในการประกันภัย 4 ปีติดต่อกัน หรือกว่านั้น

ทั้งนี้ บริษัทจะลดเบี้ยประกันภัยให้ต่อเมื่อผู้เอาประกันภัยได้ต่ออายุการประกันภัยกับบริษัท และเฉพาะข้อตกลงคุ้มครองที่ต่ออายุเท่านั้น

สำหรับคำว่า “รถยนต์คันที่ไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหาย” ให้หมายความรวมถึงรถยนต์คันที่มีการเรียกร้องค่าเสียหาย แต่ค่าเสียหายนั้นเกิดจากความประมาทของบุคคลภายนอกและรู้ตัวผู้ต้องรับผิดตามกฎหมาย ซึ่งมีผลทำให้บริษัทมีสิทธิที่จะเรียกค่าเสียหายที่บริษัทได้จ่ายไปคืนจากบุคคลภายนอกได้

หากในระหว่างปีกรมธรรม์ประกันภัยที่ผู้เอาประกันภัยได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยประวัติดี มีการเรียกร้องค่าเสียหายต่อบริษัทแล้ว ในการต่ออายุการประกันภัยปีต่อไป บริษัทจะลดเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยดังนี้

  • ลดลงหนึ่งลำดับขั้นจากเดิม หากการเรียกร้องนั้นเกิดจากความประมาทของรถยนต์คันเอาประกันภัยหรือผู้เอาประกันภัยไม่สามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้
  • ลดลงสองลำดับขั้นจากเดิมแต่ไม่เกินอัตราปกติ หากมีการเรียกร้องที่รถยนต์คันเอาประกันภัยเป็นฝ่ายประมาท หรือไม่สามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้ตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป รวมกันมีจำนวนเงินเกิน 200% ของเบี้ยประกันภัย

กรณีผู้เอาประกันภัยทำประกันภัยกับผู้รับประกันภัยอื่น และมาต่ออายุการประกันภัยกับบริษัท บริษัทจะนำเงื่อนไขข้อ 1 และ 2 มาใช้บังคับโดยอนุโลมก็ได้

เพิ่มเบี้ยประวัติไม่ดี ได้สูงสุด 40%

1.การเพิ่มเบี้ยประกันภัยประวัติไม่ดีสำหรับลักษณะการใช้ส่วนบุคคล ในกรณีผู้เอาประกันภัยมีรถยนต์เอาประกันภัยไว้กับบริษัท และมีการเรียกร้องค่าเสียหายระหว่างปีที่เอาประกันภัยที่เกิดจากอุบัติเหตุ

ซึ่งรถยนต์คันที่เอาประกันภัยเป็นฝ่ายประมาท หรือไม่สามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้ อย่างน้อยตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปรวมกันมีจำนวนเงินเกิน 200% ของเบี้ยประกันภัย บริษัทจะเพิ่มเบี้ยประกันภัยเป็นขั้น ๆ ดังนี้

  • ขั้นที่ 1 : 20% ของอัตราเบี้ยประกันภัย ในปีที่ต่ออายุ
  • ขั้นที่ 2 : 30% ของอัตราเบี้ยประกันภัย ในปีที่ต่ออายุ ในกรณีมีค่าเสียหายดังกล่าวเกิดขึ้นต่อบริษัท 2 ปีติดต่อกัน หรือกว่านั้น
  • ขั้นที่ 3 : 40% ของอัตราเบี้ยประกันภัย ในปีที่ต่ออายุ ในกรณีมีค่าเสียหายดังกล่าวเกิดขึ้นต่อบริษัท 3 ปีติดต่อกัน หรือกว่านั้น

2.การเพิ่มเบี้ยประกันภัยประวัติไม่ดี สำหรับลักษณะการใช้อื่น ๆ นอกเหนือจากการใช้ส่วนบุคคล ในกรณีผู้เอาประกันภัยมีรถยนต์เอาประกันภัยไว้กับบริษัท และมีการเรียกร้องค่าเสียหายระหว่างปีที่เอาประกันภัยที่เกิดจากอุบัติเหตุ

ซึ่งรถยนต์คันที่เอาประกันภัยเป็นฝ่ายประมาทหรือไม่สามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้ อย่างน้อยตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปรวมกันมีจำนวนเงินเกิน 200% ของเบี้ยประกันภัย บริษัทจะเพิ่มเบี้ยประกันภัยเป็นขั้น ๆ ดังนี้

  • ขั้นที่ 1 : 20% ของอัตราเบี้ยประกันภัย ในปีที่ต่ออายุ
  • ขั้นที่ 2 : 30% ของอัตราเบี้ยประกันภัย ในปีที่ต่ออายุ ในกรณีมีค่าเสียหายดังกล่าวเกิดขึ้นต่อบริษัท 2 ปีติดต่อกัน
  • ขั้นที่ 3 : 40% ของอัตราเบี้ยประกันภัย ในปีที่ต่ออายุ ในกรณีมีค่าเสียหายดังกล่าวเกิดขึ้นต่อบริษัท 3 ปีติดต่อกัน
  • ขั้นที่ 4 : 50% ของอัตราเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ ในกรณีมีค่าเสียหายดังกล่าวเกิดขึ้นต่อบริษัท 4 ปีติดต่อกัน หรือกว่านั้น

ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยถูกเพิ่มเบี้ยประกันภัยประวัติไม่ดีไม่ว่าลำดับขั้นใด และในปีกรมธรรม์ประกันภัยนั้นมีการเรียกร้องค่าเสียหาย ที่รถยนต์คันเอาประกันภัยเป็นฝ่ายประมาท หรือไม่สามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้ไม่ถึง 2 ครั้ง หรือถึง 2 ครั้ง แต่มีค่าเสียหายไม่เกิน 200% ของเบี้ยประกันภัยแล้ว ในการต่ออายุการประกันภัย

บริษัทจะใช้เบี้ยประกันภัยในลำดับขั้นเดิม เช่นในปีที่ผ่านมา แต่หากไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหาย หรือมีการเรียกร้องค่าเสียหาย แต่ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ได้เกิดจากความประมาทของรถยนต์คันเอาประกันภัย และผู้เอาประกันภัยสามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้แล้ว ในการต่ออายุการประกันภัยในปีต่อไป บริษัทจะใช้เบี้ยประกันภัยในอัตราปกติ

กรมธรรม์ไม่คุ้มครองอะไรบ้าง

กรมธรรม์ประกันภัยนี้ไม่คุ้มครองความเสียหาย หรือความเสียหายต่อเนื่อง อันเป็นผลโดยตรงหรือโดยอ้อม ซึ่งเกิดขึ้นจากการถูกทำลาย หรือการถูกลบ จากปัจจัยภายนอก (Cyber Breach) ที่ไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ผลิตรถยนต์หรือศูนย์จำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อนั้น

ส่งผลให้เกิดความผิดปกติหรือขัดข้องของคำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือระบบปฏิบัติการที่ใช้ควบคุมการทำงานของรถยนต์ (Software) ได้แก่ การขับเคลื่อนรถ การหยุดรถอัตโนมัติ และการควบคุมการทำงานในส่วนต่าง ๆ การปฏิเสธไม่คุ้มครองตามข้อยกเว้น บริษัทจะต้องมีหลักฐานการพิสูจน์จากผู้เชี่ยวชาญ หรือหน่วยงานที่ได้รับการรับรอง

ส่วนกรณีรถยนต์สูญหาย บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ไม่รวมการสูญหายจากการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง และกรณีรถยนต์ไฟไหม้บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เมื่อรถยนต์เกิดความเสียหายจากไฟไหม้ ไม่ว่าจะเป็นการไหม้โดยตัวของมันเอง หรือเป็นการไหม้ที่เป็นผลสืบเนื่องจากสาเหตุใด ๆ ก็ตาม

แต่ไม่คุ้มครองความสูญหายหรือไฟไหม้ของเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า สำหรับไฟไหม้อันเป็นผลจากการซ่อมหรือการดัดแปลงสภาพแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าจะได้รับความคุ้มครอง

ก็ต่อเมื่อเป็นการซ่อมหรือการดัดแปลงที่ได้ดำเนินการโดยช่างของผู้ผลิตรถยนต์หรือผู้จำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อนั้น หรือช่างที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการซ่อมจากหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือช่างที่ได้รับความยินยอมจากบริษัท

ความเสียหายส่วนแรก

ส่วนเงื่อนไขของความเสียหายส่วนแรก ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบเอง แบ่งเป็น

ค่าเสียหายส่วนแรก ที่เกิดขึ้นจากความตกลงระหว่างบริษัทกับผู้เอาประกันภัย โดยอาจตกลงให้ผู้เอาประกันภัยรับผิดชอบความเสียหายส่วนแรก สำหรับความคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์หรือความเสียหายส่วนแรก สำหรับความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ซึ่งในกรณีนี้บริษัทจะต้องลดเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัย ดังนี้

(1) ความเสียหายส่วนแรก สำหรับความคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์

  • 5,000 บาทแรก ลดเบี้ยประกันภัย 100% ของจำนวนเงินความเสียหายส่วนแรก
  • ส่วนที่เกิน 5,000 บาทแรก ลดเบี้ยประกันภัย 10% ของจำนวนเงินความ
    เสียหายส่วนแรก

(2) ความเสียหายส่วนแรก สำหรับความคุ้มครองความเสียหายต่อรถจักรยานยนต์

  • 1,000 บาทแรก ลดเบี้ยประกันภัย 100% ของจำนวนเงินความเสียหายส่วนแรก
  • ส่วนที่เกิน 1,000 บาทแรก ลดเบี้ยประกันภัย 20% ของจำนวนเงินความเสียหายส่วนแรก

(3) ความเสียหายส่วนแรก สำหรับความคุ้มครองความรับผิดต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก

  • 5,000 บาทแรก ลดเบี้ยประกันภัย 10% ของจำนวนเงินความเสียหายส่วนแรก
  • ส่วนเกิน 5,000 บาทแรก ลดเบี้ยประกันภัย 1% ของจำนวนเงินความเสียหายส่วนแรก

ความเสียหายส่วนแรก เนื่องจากผู้เอาประกันภัยผิดสัญญา เช่น รถยนต์คันเอาประกันภัยไปเกิดความเสียหาย ในขณะที่มีบุคคลอื่นซึ่งมิใช่บุคคลที่ระบุชื่อในกรมธรรม์ประกันภัยเป็นผู้ขับขี่ เป็นต้น

ความเสียหายส่วนแรกสำหรับกรณีที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย เช่น กำหนดให้ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบเองต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง จำนวน 1,000 บาทแรกของความเสียหายอันมิได้เกิดจากการชนหรือคว่ำ หรือกรณีที่เกิดจากการชนแต่ผู้เอาประกันภัยไม่สามารถแจ้งให้บริษัททราบถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้เป็นต้น

เปิดช่องซื้อคุ้มครองเพิ่ม ‘เครื่องชาร์จรถอีวี’

สำหรับเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล เป็นที่ตกลงกันว่ากรมธรรม์ประกันภัยนี้ได้มีการขยายเพิ่มเติมเอกสารแนบท้ายดังต่อไปนี้

บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายต่อเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลอันเกิดจากอุบัติเหตุ ขณะการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า โดยบริษัทและผู้เอาประกันภัยอาจตกลงกันให้มีการเปลี่ยนเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล ซึ่งมีสภาพเดียวกันแทนได้

หรือจะชดใช้เงินเพื่อทดแทนความเสียหายนั้นก็ได้ ความคุ้มครองเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลจะมีขึ้นต่อเมื่อได้รับการติดตั้งตามมาตรฐานการติดตั้งความรับผิดชอบของบริษัท จะมีไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้

ทั้งนี้จะไม่คุ้มครองการใช้งานในทางที่ผิดหรือการใช้งานที่ขัดต่อคำแนะนำของผู้ผลิตรถยนต์หรือผู้จัดจำหน่ายรถยนต์หรือผู้ผลิตเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

การเปลี่ยนแปลง แก้ไข ซ่อมแซมหรือบำรุงรักษาใด ๆ ที่ขัดต่อคำแนะนำของผู้ผลิตรถยนต์หรือผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าหรือผู้ผลิตเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

ข้อบกพร่องในการผลิตหรือการออกแบบที่ผิดพลาดโดยผู้ผลิตรถยนต์หรือผู้ผลิตเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

การอัปเดตซอฟต์แวร์ทางออนไลน์ หรือทางออฟไลน์ ที่ไม่ได้รับการอนุมัติจากทางผู้ผลิตรถยนต์หรือผู้จัดจำหน่ายรถยนต์หรือผู้ผลิตเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

ความล้มเหลวในการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์หรือการอัปเดตที่เกี่ยวข้องกับเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้าน หรือซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยอื่น ตามคำแนะนำของผู้ผลิตรถยนต์หรือผู้จัดจำหน่ายรถยนต์หรือผู้ผลิตเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

อัตราเบี้ย ขั้นต่ำ-ขั้นสูง

อัตราเบี้ยประกันรถยนต์ไฟฟ้าจะวางอยู่ในกรอบ “เบี้ยประกันภัยพื้นฐานขั้นต่ำ-ขั้นสูง” ดังตารางด้านล่าง

 

รหัส E11 คือ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล รหัส E12 คือ รถยนต์นั่งเพื่อการพาณิชย์

ตัวอย่างที่ 1 การคำนวณเบี้ยประกันภัย นาย ก. ต้องการต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 กับบริษัท A ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยมีรายละเอียดดังนี้

ราคารถยนต์ใหม่ 1,500,000 บาท ขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 175 แรงม้า ลักษณะการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล กำหนดผู้ขับขี่ 2 ราย ซึ่งเป็นคนเดิมตั้งแต่ปีแรกที่ทำประกันภัยคือ นาย ก. และ นาย ข. ใน 3 ปีที่ผ่านมา ไม่มีการเรียกร้องให้บริษัทจ่ายค่าสินไหมทดแทนจากผู้ขับขี่รายใด วันที่จดทะเบียนรถยนต์ 31 ตุลาคม 2567 รายละเอียดที่ขอทำประกันภัยมีดังนี้

– ความคุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก จำนวน 1,000,000 บาท/คน และ 10,000,000 บาท/ครั้ง

– ความคุ้มครองความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก จำนวน 1,000,000 บาท/ครั้ง

– ความคุ้มครองความเสียหายของตัวรถยนต์จำนวน 880,000 บาท

– ความคุ้มครองความสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์จำนวน 880,000 บาท

– ความคุ้มครองประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารรวม 7 คน จำนวนเงินเอาประกันภัย 50,000 บาท/คน

– ความคุ้มครองประกันภัยค่ารักษาพยาบาล สำหรับผู้ขับขี่ และผู้โดยสารรวม 7 คน จำนวนเงินเอาประกันภัย 50,000 บาท/คน

– ความคุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่ จำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 บาท

– ความเสียหายส่วนแรก สำหรับความรับผิดต่อความเสียหายของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย 1,000 บาท สำหรับความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก 1,000 บาท

ทั้งนี้ตามตัวอย่างข้างต้น บริษัทสามารถเรียกเก็บเบี้ยประกันภัยจากผู้เอาประกันภัยได้ตั้งแต่จำนวน 11,786.72 บาท ถึงจำนวน 23,170.26 บาท (ไม่รวมอากรแสตมป์และภาษีมูลค่าเพิ่ม)

 

ตัวอย่างที่ 2 นาย ก. ต้องการต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ตามข้อมูลแบบเดียวกันกับตัวอย่างที่ 1 แต่ในปีที่ 3 นาย ก. มีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน 3 ครั้ง แต่ไม่เกิน 200% โดย นาย ก. เป็นฝ่ายประมาท

บริษัทสามารถเรียกเก็บเบี้ยประกันภัยจากผู้เอาประกันภัยได้ตั้งแต่ 19,615.62 บาท ถึงจำนวน 37,800.19 บาท (ไม่รวมอากรแสตมป์และภาษีมูลค่าเพิ่ม)

 

ตัวอย่างที่ 3 นาย ก. ต้องการต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ตามข้อมูลแบบเดียวกันกับตัวอย่างที่ 1 แต่ในการต่ออายุปีที่ 3 ได้มีการเปลี่ยนชื่อผู้ขับขี่จากนาย ข. เป็น นาย ค. โดย นาย ค. นั้น ไม่เคยทำประกันภัยรถยนต์คันใดมาก่อน

บริษัทสามารถเรียกเก็บเบี้ยประกันภัยจากผู้เอาประกันภัยได้ตั้งแต่ 17,163.67 บาท ถึงจำนวน 33,075.17 บาท (ไม่รวมอากรแสตมป์และภาษีมูลค่าเพิ่ม)

 

ตัวอย่างที่ 4 นาย ก. ต้องการต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ตามข้อมูลแบบเดียวกันกับตัวอย่างที่ 1 แต่ทั้งนาย ก. และ นาย ข. มีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนระหว่างปีที่ทำประกันภัยทุกปี รวมเกิน 2 ครั้ง และมีอตราค่าสินไหมทดแทนเกิน 200% ทุกปี

– ความคุ้มครองความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก จำนวน 1,000,000 บาท/คน และ 10,000,000 บาท/ครั้ง

– ความคุ้มครองความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก จำนวน 874,800 บาท/ครั้ง

– ความคุ้มครองความเสียหายของตัวรถยนต์จำนวน 874,800 บาท

– ความคุ้มครองความสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์จำนวน 874,800 บาท

– ความคุ้มครองประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารรวม 7 คน จำนวนเงินเอาประกันภัย 50,000 บาท/คน

– ความคุ้มครองประกันภัยค่ารักษาพยาบาล สำหรับผู้ขับขี่ และผู้โดยสารรวม 7 คน จำนวนเงินเอาประกันภัย 50,000 บาท/คน

– ความคุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่ จำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 บาท

– ความเสียหายส่วนแรก สำหรับความรับผิดต่อความเสียหายของตัวรถยนต์คันเอาประกันภัย 1,000 บาท สำหรับความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก 1,000 บาท

ทั้งนี้ตามตัวอย่างข้างต้น บริษัทสามารถเรียกเก็บเบี้ยประกันภัยจากผู้เอาประกันภัยได้ตั้งแต่จำนวน 31,875.39 บาท ถึงจำนวน 61,425.31 บาท (ไม่รวมอากรแสตมป์และภาษีมูลค่าเพิ่ม)

 

ตัวอย่างที่ 5 นาย ก. ทำประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 กับบริษัท A มาแล้ว 3 ปี ต้องการต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ปีที่ 4 กับบริษัท B ซึ่งใน 3 ปีที่ผ่านมา ไม่มีการเรียกร้องให้บริษัทจ่ายค่าสินไหมทดแทนจากผู้ขับขี่รายใด ข้อมูลความคุ้มครองแบบเดียวกันกับตัวอย่างที่ 1

ทั้งนี้ตามตัวอย่างข้างต้น บริษัทสามารถเรียกเก็บเบี้ยประกันภัยจากผู้เอาประกันภัยได้ตั้งแต่จำนวน 11,786.72 บาท ถึงจำนวน 23,170.26 บาท (ไม่รวมอากรแสตมป์และภาษีมูลค่าเพิ่ม)