BITE SIZE : รวมเงื่อนไข Easy E-Receipt ช็อปปิ้งยังไง ได้ลดหย่อนภาษี

Prachachat BITE SIZE
โดย พฤฒินันท์ สุดประเสริฐ

ช่วงเทศกาลปีใหม่ ถือเป็นช่วงหนึ่งที่ผู้คนมักจะจับจ่าย ซื้อของต่าง ๆ เพื่อเป็นของขวัญให้กับคนรอบตัว หรือเปย์ตัวเอง สำหรับความทุ่มเท ความเหนื่อยในช่วงปีที่ผ่านมา และเทศกาลปีใหม่ 2567 นี้ มีมาตรการลดหย่อนภาษีที่รอนักช็อปทุกคนได้ใช้สิทธิกัน

โดยตั้งแต่วันปีใหม่ 2567 นี้ (1 มกราคม 2567) ลากยาวจนถึง 15 กุมภาพันธ์ 2567 รัฐบาลจัดมาตรการ Easy E-Receipt นำค่าใช้จ่าย ค่าซื้อสินค้า และบริการภายในประเทศ ตลอด 45 วันนี้ มาลดหย่อนภาษีได้ตามจริง สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท ในปีภาษี 2567 ยื่นรายการในปี 2568

แล้วการจะใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากมาตรการ Easy E-Receipt ต้องทำยังไง ค่าใช้จ่ายอะไรเอาไปลดหย่อนได้-ไม่ได้

Prachachat BITE SIZE สรุปให้ฟัง

ใครใช้สิทธิ Easy E-Receipt ได้ ?

Easy E-Receipt เป็นมาตรการลดหย่อนภาษี ที่ให้สิทธิประชาชนผู้เสียภาษีทุกคน สามารถนำค่าใช้จ่าย ค่าซื้อสินค้า และบริการภายในประเทศมาลดหย่อนภาษีได้ตามจริง สูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท โดยต้องเป็นยอดใช้จ่ายระหว่างวันที่ 1 มกราคม-15 กุมภาพันธ์ 2567 และนำมาลดหย่อนภาษีได้ในปีภาษี 2567 ซึ่งกำหนดการยื่นแบบ ระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-31 มี.ค. 2568

ถ้าดูในรายละเอียด Easy E-Receipt แทบจะเหมือนกับมาตรการช็อปปิ้งลดหย่อนภาษีที่เกิดขึ้นมาก่อนแล้วอย่าง “ช้อปดีมีคืน” แต่สิ่งที่แตกต่างไปคือ วงเงินการซื้อสินค้าเพื่อลดหย่อนภาษี เพิ่มขึ้น จากเดิมสูงสุด 40,000 บาท เป็นสูงสุด 50,000 บาท

แต่แลกกับการที่ต้องมีใบเสร็จ/ใบกำกับภาษี แบบอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น ไม่สามารถใช้ใบเสร็จ/ใบกำกับภาษี ที่เป็นแบบกระดาษ ในการลดหย่อนภาษีตามมาตรการ Easy E-Receipt ได้

ใช้จ่ายอะไร ลดหย่อนภาษีได้-ไม่ได้ ?

ค่าสินค้า-บริการ ที่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ จะต้องเป็นค่าสินค้า-บริการ ที่ซื้อจากร้านค้า จากผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ไม่ว่าจะเป็นซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านค้าในห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการท่องเที่ยว “ที่พัก-โรงแรม-ตั๋วเครื่องบิน”

หรือจะเป็นการซื้อหนังสือ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ทั้งรูปแบบเล่มกระดาษ หรือ e-book ก็ได้ รวมถึงการซื้อสินค้า OTOP ที่ลงทะเบียนกับกรมพัฒนาชุมชน ก็สามารถนำมาลดหย่อนภาษีตามมาตรการดังกล่าวได้เช่นกัน โดยสามารถหักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 50,000 บาท

โดยให้สังเกตสัญลักษณ์ที่ร้านค้า หากมีสัญลักษณ์ Easy E-Receipt หรือ E-Tax Invoice & Receipt หรือร้านค้านั้น ๆ สามารถให้บริการออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ได้ สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีในมาตรการ Easy E-Receipt ได้

สำหรับสินค้าที่ซื้อในช่วงเทศกาลปีใหม่ แต่ไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีตามมาตรการนี้ได้ เช่น

  • การซื้อเหล้า เบียร์ ไวน์ ยาสูบ
  • การซื้อรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ และเรือ
  • การซื้อทองคำแท่ง
  • ค่าน้ำมันและก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ
  • ค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ (ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต)
  • ค่าบริการระยะยาวที่เริ่มต้นก่อนหรือสิ้นสุดหลังมาตรการ Easy E-Receipt
  • ค่ารักษาพยาบาล
  • ค่าเบี้ยประกัน

ทั้งหมดนี้ ไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีในมาตรการนี้ได้

ใบกำกับภาษีแบบไหน นำมาลดหย่อนภาษีได้ ?

ข้อสำคัญที่ต้องย้ำและเช็กให้ดี เพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ คือ ใบกำกับภาษี หรือใบเสร็จ ต้องเป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น และบนใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จ ต้องระบุเลขประจำตัวประชาชน ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการด้วย และต้องทำการออกใบกำกับภาษีแบบอิเล็กทรอนิกส์ ณ วันที่ซื้อสินค้าเท่านั้น

ฉะนั้น เมื่อออกใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จแล้ว เช็กให้ดีก่อนออกจากจุดบริการลูกค้าหรือจุดออกใบเสร็จ ถ้าเจอจุดผิดพลาด จะได้แก้ไขทันและไม่เสียสิทธิลดหย่อน

Easy E-Receipt รัฐบาลคาดหวังอย่างไร ?

มาตรการ Easy E-Receipt ถือเป็นหนึ่งในมาตรการเศรษฐกิจที่รัฐบาล ซึ่งนำโดยพรรคเพื่อไทย ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ และสนับสนุนผู้ประกอบการร้านค้าเข้าระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ด้วย

โดยรัฐบาลมองว่า จะเป็นการขยายฐานภาษีและสนับสนุนการใช้ระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งส่งผลดีต่อการจัดเก็บรายได้ภาษีของรัฐบาลในระยะยาว

ส่วนผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจ รัฐบาลคาดการณ์ว่า จะสามารถเพิ่มเงินหมุนเวียนในระบบ 70,000 ล้านบาท และเพิ่มตัวเลขจีดีพี 0.18% แลกกับการที่รัฐสูญเสียการจัดเก็บรายได้เล็กน้อย ประมาณ 10,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม จะช็อปปิ้งทั้งที อย่าลืมวางแผนการใช้จ่ายให้ดี เพื่อให้ทุกใบเสร็จสามารถลดหย่อนภาษี เอาเงินคืนได้บางส่วน


ติดตาม Prachachat BITE SIZE EP.35 ได้ที่ https://youtu.be/uoaOxGpd1To