สรรพากรปักธงดึง 1 หมื่นร้านค้า เข้าร่วม “Easy e-Receipt”

Easy e-Receipt

อธิบดีกรมสรรพากรเร่งเครื่องดึงร้านค้าร่วมมาตรการ “Easy e-Receipt” ช็อปปิ้งสินค้า/บริการได้ลดหย่อนภาษีสูงสุด 50,000 บาท ตั้งเป้าร้านค้าเข้าร่วมเพิ่มเป็น 10,000 ราย จากปัจจุบันอยู่ที่ 4,100 ราย โตก้าวกระโดด พร้อมคาดการณ์ผู้ใช้สิทธิพุ่งทะลุ 1 ล้านราย เหตุได้สิทธิลดหย่อนสูงกว่าทุกครั้ง แถมให้สิทธิรายจ่ายด้านท่องเที่ยว “ค่าที่พัก-ค่าโรงแรม-ตั๋วเครื่องบิน” ด้วย

น.ส.กุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า มาตรการ Easy e-Receipt ที่ให้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 50,000 บาท จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ไปจนถึงวันที่ 15 ก.พ. 2567 โดยรอบนี้ให้สิทธิเฉพาะใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น และต้องเป็นการซื้อสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการร้านค้าที่สามารถออกใบกำกับภาษีและใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice & e-Receipt) ได้เท่านั้น

ซึ่งปัจจุบันมีร้านค้าที่อยู่ในระบบดังกล่าวของกรมสรรพากรแล้วราว 4,100 ราย โดยกรมตั้งเป้าหมายว่า จากมาตรการที่ออกมารอบนี้ จะสามารถกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบนี้เพิ่มขึ้นเป็น 10,000 รายได้

ปัจจุบันมีผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ประมาณ 600,000-700,000 ราย ซึ่งส่วนที่จะดึงเข้าระบบตามมาตรการนี้จะเป็นร้านค้าเป็นหลัก เนื่องจากคนที่อยู่ในระบบ VAT บางส่วนก็ไม่ใช่ร้านค้าที่ขายสินค้า ยังมีธุรกิจอื่น ๆ ด้วย

“ถ้าเข้าระบบ e-Tax Invoice และ e-Receipt จะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 15 วัน แต่อันนี้ส่วนใหญ่จะเป็นรายใหญ่ที่ระบบพร้อม แต่ก็มีอีกแบบที่ให้รายเล็กสามารถเข้าได้ ก็คือ e-Tax Invoice by e-Mail ซึ่งจะใช้เวลาดำเนินการแค่ 7 วัน รูปแบบนี้มีมือถือแค่เครื่องเดียวก็สามารถทำได้ แต่ร้านค้าเหล่านี้ต้องอยู่ในระบบ VAT อยู่แล้ว ล่าสุดเราได้เรียกสรรพากรพื้นที่คุย มีการให้นโยบายไปอำนวยความสะดวกผู้ประกอบการที่จะเข้าร่วมแล้ว” น.ส.กุลยากล่าว

กุลยา ตันติเตมิท
กุลยา ตันติเตมิท

สำหรับผู้ประกอบการที่จะเข้าระบบใบกำกับอิเล็กทรอนิกส์ สามารถสมัครได้ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร ซึ่งจะมีให้เลือกว่าจะสมัครรูปแบบใดที่เหมาะสม เช่น ถ้ามีรายได้เกิน 30 ล้านบาท เข้าแบบไหนจะง่ายกว่า หรือถ้ารายได้ไม่ถึง 30 ล้านบาท ก็แนะนำให้ใช้รูปแบบ e-Tax Invoice by e-Mail เป็นต้น ทั้งนี้ รวมถึงร้านค้าโอท็อปที่จะเข้าร่วมมาตรการด้วย

โดยประชาชนที่ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีรอบนี้จะได้รับความสะดวก เพราะใบกำกับอิเล็กทรอนิกส์จะลิงก์กับระบบยื่นแบบแสดงรายการภาษีออนไลน์ ผ่านระบบ My Tax Account อยู่แล้ว โดยเมื่อยื่นแบบ ข้อมูลใบกำกับภาษีที่จะใช้ลดหย่อนก็จะแสดงขึ้นมาให้ทันที ซึ่งรอบนี้คาดว่าจะมีผู้ใช้สิทธิกว่า 1 ล้านราย เนื่องจากวงเงินลดหย่อนสูงถึง 50,000 บาท และมีการให้สิทธิลดหย่อนค่าที่พัก ค่าโรงแรม ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการท่องเที่ยวต่าง ๆ ด้วย

“เทียบกับปี 2565 ที่ตอนนั้นเป็นมาตรการช้อปดีมีคืน ให้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30,000 บาท แต่ไม่รวมพวกค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ซึ่งมีผู้ใช้สิทธิเกือบ 800,000 ราย ดังนั้นรอบนี้ก็น่าจะได้กว่า 1 ล้านราย” อธิบดีกรมสรรพากรกล่าว

รายงานจากกรมสรรพากรแจ้งว่า สมัยปี 2565 มาตรการช้อปดีมีคืน มีผู้ใช้สิทธิทั้งสิ้น 787,000 ราย ซึ่งในจำนวนดังกล่าว ผู้ที่ได้เงินคืนสูงสุด หรือคนที่เสียภาษีอัตราสูงสุดที่ 35% หรือกลุ่มผู้มีเงินได้มากกว่า 5 ล้านบาทขึ้นไป พบว่ามีการใช้สิทธิแค่ 10,000 รายเท่านั้น ขณะที่กลุ่มผู้ที่เสียภาษีในอัตรา 5% มีการใช้สิทธิ 150,000 ราย กลุ่มผู้เสียภาษีอัตรา 10% มีการใช้สิทธิ 180,000 ราย กลุ่มผู้เสียภาษีอัตรา 15% มีการใช้สิทธิ 140,000 ราย


นอกจากนี้ กรมสรรพากรประเมินว่า มาตรการ Easy e-Receipt จะทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจประมาณ 70,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เติบโตไม่ต่ำกว่า 0.18% ต่อปี เมื่อเทียบกับกรณีไม่มีมาตรการ และยังเป็นแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นด้วย ซึ่งจะส่งผลดีต่อการจัดเก็บภาษีของรัฐในระยะยาว