จุลพันธ์ เปิดตัว Easy e-Receipt คาดดันจีดีพี 0.18% เงินหมุนเวียน 7 หมื่นล้าน

จุลพันธ์ easy e-receipt

รมช.คลัง แถลงเปิดตัวมาตรการ “Easy e-Receipt” ระหว่าง 1 ม.ค.-15 ก.พ. 67 คาดมีเงินหมุนเวียน 70,000 ล้านบาท เพิ่มจีดีพี 0.18% ย้ำคนได้ Digital Wallet ใช้ได้ด้วย พร้อมเผยประเภทสินค้า/บริการใช้สิทธิไม่ได้

วันที่ 20 ธันวาคม 2566 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง แถลงข่าวมาตรการ Easy e-Receipt ที่ให้นำค่าใช้จ่าย ค่าซื้อสินค้า และบริการภายในประเทศมาลดหย่อนภาษีได้ตามจริง แต่ไม่เกิน 50,000 บาท ซึ่งมาตรการจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-15 ก.พ. 2567 นี้ รวมระยะเวลาโครงการ 45 วัน

นายจุลพันธ์กล่าวว่า โครงการ Easy e-Receipt คาดว่าจะสามารถเพิ่มเงินหมุนเวียนในระบบ 70,000 ล้านบาท เพิ่มจีดีพี 0.18% เมื่อเทียบกับไม่มีมาตรการเชื่อว่าจะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และสนับสนุนการใช้ระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะเป็นการขยายฐานภาษีและสนับสนุนการใช้ระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการจัดเก็บรายได้ภาษีของรัฐบาลในระยะยาว

สำหรับปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบจดทะเบียนประมาณ 4,000 กว่าราย แต่มีจุดช่องทางจำหน่ายกว่า 110,000 กว่าจุดทั่วประเทศ ดังนั้น เชื่อว่ามาตรการดังกล่าวจะทำให้มีผู้เข้ามาจดทะเบียนมากขึ้น

ทั้งนี้ ผู้ที่ใช้มาตรการ Easy E-Receipt แล้ว หากเข้าเงื่อนไขของเกณฑ์ Digital Wallet ยังสามารถใช้โครงการดังกล่าวได้ด้วย โดยมาตรการดังกล่าว เพื่อต้องการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศช่วงต้นปี และเป็นแรงส่งให้กับเศรษฐกิจในภาพรวมขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ามาตรการดังกล่าวจะทำให้รัฐสูญเสียการจัดเก็บรายได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น หรือประมาณ 10,000 ล้านบาท

สำหรับบุคคลที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว คือผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีบุคคลธรรมดา แต่ไม่รวมห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล โดยสามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับปีภาษี’67 ซึ่งมีกำหนดการยื่นแบบระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-31 มี.ค. 68

ส่วนสินค้าและบริการเข้าเกณฑ์นั้น จะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กรมสรรพากรประกาศ โดยสินค้าที่ไม่เข้าร่วมดังนี้

  • สินค้า และบริการ ของผู้ประกอบการภายในประเทศที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่น ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต
  • ร้านสะดวกซื้อ และร้านอาหารที่จดทะเบียน VAT
  • ร้านค้าทั่วไป รวมถึงร้านค้าออนไลน์ที่สามารถออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบให้
  • อุปกรณ์ไอที เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน
  • ค่าที่พัก เช่น โรงแรม
  • ตั๋วเครื่องบิน

สำหรับมีสินค้าและบริการที่มีสินค้าและบริการที่ไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีตามมาตรการได้ทั้งสิ้น 6 รายการด้วยกัน ดังนี้

  • ค่าซื้อสุรา เบียร์ และไวน์
  • ค่าซื้อยาสูบ
  • ค่าซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเรือ
  • ค่าน้ำมันและก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ
  • ค่าสาธารณูปโภค ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าบริการสัญญาณโทรศัพท์ ค่าบริการสัญญาณอินเทอร์เน็ต และค่าบริการสำหรับบริการที่มีข้อตกลงการให้บริการระยะยาว ซึ่งเริ่มต้นก่อนวันที่ 1 ม.ค. 2567 หรือสิ้นสุดหลังวันที่ 15 ก.พ. 2567 แม้ว่าจะจ่ายค่าบริการระหว่างวันที่ 1 ม.ค. 2567 ถึงวันที่ 15 ก.พ. 2567 ก็ตาม
  • ค่าเบี้ยประกันวินาศภัย

อย่างไรก็ดี มีสินค้าและบริการที่มีสินค้าและบริการที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ได้แก่

  • ค่าหนังสือ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร
  • ค่าบริการหนังสือ หนังสือพิมพ์ และนิตยสารที่อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต
  • ค่าสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นสินค้าที่ได้ลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชนแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง