เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
Politics “พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
News จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
Politics ‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
“จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
HR “จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Politics ‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
Tech Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
Economic ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
Economic เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
Economic ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
Real Estate ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
ดูทั้งหมด

บล.กสิกรไทย ชี้แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ยังต้องฝ่าอีกหลายด่าน

14 ม.ค. 2567 | 14:49น.
บลกสิกรไทย เงินดิจิทัล

บล.กสิกรไทย ชี้โครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท แม้ผ่านกฤษฎีกาแล้ว ยังต้องฝ่าด่านด้านกระบวนการกฎหมายอีกหลายด่าน ทั้งรัฐสภา-ศาลรัฐธรรมนูญ ชี้หากผ่านได้ช่วยหนุน GDP-ตลาดหุ้น

วันที่ 14 มกราคม 2567 บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KS วิเคราะห์โครงการแจกเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเลต หลังคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความออกมาแล้ว ว่าโครงการดิจิทัลวอลเลตยังต้องผ่านกระบวนการในรัฐสภา และการออกกฎหมายกู้เงินจะต้องเป็นไปตาม  พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง มาตรา 53 และ มาตรา 57 ซึ่งรวมถึงการกำหนดวัตถุประสงค์ที่เหมาะสมในการกู้ยืม ระยะเวลาคืนทุนที่สมเหตุสมผล และความคุ้มค่าของโครงการ

โดยมาตรการอัดฉีดทางการคลังขนาดใหญ่ โครงการดิจิทัลวอลเลตจะแจกเงินดิจิทัลคนละ 10,000 บาทแก่ประชาชนประมาณ 50 ล้านคน ซึ่งคาดว่าจะช่วยอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจประมาณ 5 แสนล้านบาทผ่านแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” โดยการให้เงินดิจิทัลจำนวน 10,000 บาทจะจำกัดเฉพาะผู้ที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปที่มีรายได้ต่อเดือนน้อยกว่า 70,000 บาท หรือมีเงินในบัญชีธนาคารน้อยกว่า 500,000 บาท

ในด้านความครอบคลุมของนโยบายที่กว้าง เงินดิจิทัลสามารถนำมาใช้จ่ายในเขตทะเบียนบ้านของผู้ลงทะเบียนไว้ ซึ่งเพิ่มเติมจากนโยบายแรกที่ภายในรัศมี 4 กม. ธุรกิจที่มีสิทธิภายใต้โครงการรูปแบบใหม่ ได้แก่ ผู้ที่ลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมโครงการและเงินดิจิทัลสามารถใช้ได้ภายใน 6 เดือน

อย่างไรก็ตาม เงินดิจิทัลจะถูกหมุนเวียนในระบบจนถึงเดือน เม.ย. 2570 เนื่องจากธุรกิจที่จดทะเบียนในระบบภาษีเท่านั้นที่สามารถแปลงเงินดิจิทัลเป็นเงินสด ระยะเวลาดังกล่าวคาดว่าจะนานพอช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับธุรกิจขนาดเล็กในการใช้จ่ายเงินดิจิทัลเมื่อได้รับมา

ทั้งนี้ บล.กสิกรไทยประเมินแนวโน้มดีขึ้น แต่มีแรงกดดันในระยะสั้นจากความกังวลเรื่องหนี้สาธารณะ แม้ว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาจะเห็นชอบกับโครงการดิจิทัลวอลเลต แต่ บล.กสิกรไทยมองว่ายังมีความท้าทายในกระบวนการทางกฎหมาย รวมถึงการลงมติคะแนนเสียงเห็นชอบในสภาและคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่หากโครงการนี้สามารถผ่านกระบวนการทางกฎหมายทั้งหมดได้

บล.กสิกรไทยมองจะเป็นบวกต่อการคาดการณ์การเติบโตของ GDP ไทยในตลาดจากปัจจุบันอยู่ในกรอบ 3.0-3.5% เป็น 3.5-4.0% รวมถึงประมาณการ market EPS มีแนวโน้มที่จะได้รับแรงหนุนและกระตุ้นให้เกิดแนวโน้มเชิงบวกต่อ SET Index

อย่างไรก็ตาม ตลาดอาจตอบสนองเชิงลบต่อความกังวลในระยะสั้นบนประเด็นหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น และความเสี่ยงจากการปรับลดระดับเครดิตของประเทศ ซึ่งอาจส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยปรับตัวสูงขึ้น และมีแรงกดดันต่อเงินบาททำให้อ่อนค่าลง

แต่จากมุมมองสิ้นปี เราคาดว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีจะอยู่ที่ 2.8% หากไม่มีโครงการดิจิทัลวอลเลต และเพิ่มได้ถึง 3.2% หากมีโครงการดิจิทัลวอลเลต และมีการกู้โดยการออกอุปทานพันธบัตรใหม่เพิ่มขึ้น 5.0 แสนล้านบาท

ในขณะเดียวกัน อัตราแลกเปลี่ยนคาดว่าจะแข็งค่าขึ้นเป็น 34 ดอลลาร์สหรัฐ/บาท จากการฟื้นตัวของการส่งออกและการท่องเที่ยว เราเชื่อว่าโครงการดิจิทัลวอลเลตไม่น่าจะเป็นปัญหาที่ต้องกังวล และหนี้สาธารณะต่อ GDP คาดว่าจะอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ 70% หากโครงการดังกล่าวสามารถกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจให้สูงกว่า 3% ได้ในปีนี้

นอกจากนี้ บล.กสิกรไทยเชื่อว่ากลุ่มค้าปลีกจะเป็นผู้ได้ประโยชน์หลักจากโครงการดิจิทัลวอลเลต โดยเฉพาะ CPALL, CRC และ COM7 โดย CPALL มีความได้เปรียบ เนื่องจากมีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ เจาะตลาดเข้าถึงระดับรากหญ้า ด้าน CRC จะได้ประโยชน์จากมูลค่าการใช้จ่ายที่มากขึ้นและผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ในขณะที่ COM7 จะได้ประโยชน์จากอุปสงค์ของผลิตภัณฑ์เทคโนโลยี โดยเฉพาะสมาร์ทโฟน