ตลท. สั่ง NUSA ชี้แจงเหตุยื่นศาลขอเพิกถอนสัญญา WEH ภายใน 25 ม.ค.นี้

บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) (NUSA)

ตลาดหลักทรัพย์ฯ สั่งการ “ณุศาศิริ” ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณียื่นคำฟ้องต่อศาลขอให้เพิกถอนสัญญาที่มีผลต่อสถานะการเป็นผู้ถือหุ้นกับ “วินด์ เอนเนอร์ยี่” ภายในวันที่ 25 ม.ค. 67 พร้อมส่งความเห็นบอร์ดภายในวันที่ 5 ก.พ. 2567

วันที่ 22 มกราคม 2567 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) รายงานว่า ตามที่บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) (NUSA) แจ้งว่าวันที่ 18 มกราคม 2567 ได้ยื่นคำฟ้องต่อศาลแพ่งขอให้เพิกถอนสัญญาที่ NUSA เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด (WEH) และผู้ถือหุ้นของ WEH เป็นผู้ถือหุ้นของ NUSA (Share Swap)

ซึ่งหากศาลมีคำพิพากษาตามคำขอ NUSA คาดว่าจะส่งผลให้บริษัท ธนา พาวเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (TNH) ไม่มีสถานะเป็นผู้ถือหุ้นของ NUSA ตั้งแต่ต้น (10.13% ของทุนชำระแล้ว)

เนื่องจากไม่มีกรรมสิทธิ์ในหุ้น WEH และ NUSA ต้องปรับปรุงงบการเงินในส่วนของเงินลงทุนใน WEH (21% ของสินทรัพย์รวม และ 33% ของส่วนผู้ถือหุ้น) (รายละเอียดปรากฏตามข่าวของ NUSA วันที่ 19 มกราคม 2567)

เนื่องจากข้อมูลข้างต้นพิจารณาได้ว่าอาจมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่องบการเงินของบริษัท ทั้งฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน รวมถึงสิทธิของผู้ถือหุ้นและอำนาจจัดการของบริษัท

ดังนั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงขอให้ NUSA ชี้แจงข้อมูลผ่านระบบเผยแพร่ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในวันที่ 25 มกราคม 2567 ดังนี้

1.เหตุผลที่ NUSA ยื่นฟ้องต่อศาล เพื่อขอเพิกถอน share swap ดังกล่าว ซึ่งขัดกับข้อมูลที่ NUSA เคยแจ้งผ่านระบบเผยแพร่ของตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2565 ว่าไม่พบว่าหุ้นของ WEH ที่จะนำมา share swap มีประเด็นที่จะกระทบต่อกรรมสิทธิ์ในหุ้น WEH

2.สิทธิในการออกเสียงรวมทั้งสิทธิต่าง ๆ ในฐานะผู้ถือหุ้นของผู้ถือหุ้น NUSA ที่ได้รับหุ้นจากการแลกเปลี่ยน (share swap) กับหุ้น WEH ที่ผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่ ในระหว่างที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาตามคำขอของ NUSA รวมทั้งสิทธิในการเป็นกรรมการของ NUSA

3.อำนาจอนุมัติเพื่อดำเนินการยื่นฟ้องร้องข้างตันต่อศาล

4.ผลกระทบต่องบการเงินของ NUSA ทั้งด้านฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน หากศาลมีคำพิพากษาตามคำขอของ NUSA พร้อมชี้แจงเพิ่มเติมให้ชัดเจน ถึงเหตุผลที่ NUSA ไม่ต้องคืนเงินปันผลที่เคยได้รับจากการถือหุ้น WEH


นอกจากนี้ ขอให้ชี้แจงความเห็นของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบต่อกรณีข้างต้นภายในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2567