ตลท. มอง “ดอกเบี้ยแบงก์ชาติ” ไม่ได้สูง ชี้ฟันด์โฟลว์ไหลกลับส่งสัญญาณบวก

นายภากร ปีตธวัชชัย

ตลท. มองดอกเบี้ยแบงก์ชาติไม่ได้สูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น จับตาเซ็กเตอร์น่าห่วง ถูกผลกระทบเศรษฐกิจโลก-ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ ชี้ฟันด์โฟลว์ไหลกลับเริ่มส่งสัญญาณบวก ลุ้นระยะสั้น-ระยะยาว

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ในปีนี้เริ่มเห็นความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มากขึ้นในระดับกลาง เนื่องจาก 2 ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่นักลงทุนมีความวิตกกังวลเป็นอย่างมาก แต่ในปีนี้ได้มีการแก้ไขปัญหาและคลี่คลายลง

อย่างไรก็ตามต้องติดตามปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitics) ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความไม่แน่นอน ที่อาจจะส่งผลกระทบได้ ขณะที่การเปลี่ยนเทรนด์ของอัตราดอกเบี้ยที่เริ่มปรับตัวลง มองว่าเป็นเรื่องที่ดี โดยหากอัตราดอกเบี้ยมีการค่อย ๆ ลดลงในตลาดโลกได้ เชื่อว่าจะทำให้เม็ดเงินไหลกลับเข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้มากยิ่งขึ้น อย่างในภาคธุรกิจเห็นการเจริญเติบโต อาทิ การท่องเที่ยว การบริโภคในประเทศ เป็นต้น

อย่างไรก็ตามยังคงมีเซ็กเตอร์ที่มองว่ายังมีความเสี่ยงและน่าติดตาม มองว่าเป็นกลุ่มที่ถูกผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก (Global economy) อาทิ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมัน ที่เป็นตัวที่ถูกกำหนดทั้งด้านความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าติดตาม

ขณะที่เกณฑ์ใหม่ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่ได้ปรับออกมานั้น มองว่า เพื่อเป็นการปรับปรุงคุณภาพให้สูงขึ้น สร้างความหลากหลายและแตกต่างขึ้นในการเข้ามาจดทะเบียนทั้งใน SET และ Mai นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มเหตุของการแสดงเครื่องหมาย C ให้เข้มงวดมากขึ้น เพื่อให้นักลงทุนเข้าใจและชัดเจนมากขึ้น  “ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก ที่เราได้ทำงานร่วมกันกับ ก.ล.ต. และเห็นผลออกมาที่ดีขึ้น”

สำหรับประเด็นความกังวลต่อการใช้โปรแกรมเทรดดิ้งนั้น ทุกเคสที่มีผู้ส่งข้อมูลมาให้ ตลท.ตรวจสอบแล้วทั้งหมดไม่พบการทำ Naked Short sell และยังคงเปิดรับเคสที่เสนอให้ตรวจสอบเสมอ โดยจะตรวจสอบทุก Transaction ในช่วงเวลาที่มีข้อสงสัย อย่างไรก็ตาม ตลท.ไม่สามารถตรวจสอบกรณีที่มีการซื้อขายนอกตลาดหลักทรัพย์ฯได้ เนื่องจากไม่ได้อยู่ในขอบเขตการทำงาน

ด้านทิศทางดอกเบี้ย ที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ ระดับ 2.5% นั้น มองว่าในประเทศไทยอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ดอกเบี้ยเงินฝาก-เงินกู้ อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับช่วง 10-20 ปีที่ผ่านมา “ฉะนั้นเราบอกได้ว่าอัตราดอกเบี้ยไม่ได้อยู่ในระดับที่สูง เมื่อเทียบกับประเทศอื่น”

อย่างไรก็ตาม มติของคณะกรรมการ กนง.ไม่เป็นเอกฉันท์ ที่ 5 ต่อ 2 เสียง มองว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจ ที่ในการประชุมระยะถัดไปการตัดสินใจจะเป็นอย่างไร เนื่องจากมีคณะกรรมการเริ่มเห็นเหตุผลที่ควรจะต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งก็ต้องติดตามต่อไป “ผมคิดว่าเป็นสัญญาณที่ดี เวลาที่ดูรายละเอียดจริง ๆ มันสามารถบอกแนวโน้มในอนาคตได้ และทิศทางดอกเบี้ยก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่จะประเมินทิศทางของฟันด์โฟลว์ได้”

ทั้งนี้ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 เริ่มเห็นทิศทางของฟันด์โฟลว์กลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทยแล้ว แต่ต้องติดตามว่าเป็นระยะสั้นหรือระยะยาว หากเป็นระยะสั้นก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือค่าเงิน หากเป็นระยะยาวก็อาจจะเป็นความเชื่อมั่นในการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวจีน “มองว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวเป็นตัวเลขที่ดีมาก เพราะว่าไม่ได้เห็นตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนโต 40% แบบนี้ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา หากเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง จะผลบวกกับตลาดหุ้นได้อย่างมาก”

ด้าน นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในเดือนแรกปี 2567 มีเงินลงทุนเคลื่อนย้ายออกจากตลาดหุ้นไทย จากการคาดการณ์เศรษฐกิจไทยใน

ไตรมาส 4/2566 ที่ขยายตัวต่ำกว่าคาด ซึ่งส่งผลไปถึงการปรับลดประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนในปี 2566 และหากพิจารณา fund flow ของผู้ลงทุนต่างชาติในช่วง 10 ปีย้อนหลังพบว่าจะมีเงินทุนไหลเข้าเฉพาะในปีที่มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ดี แม้ว่าเงินทุนต่างชาติจะไหลออกแต่สัดส่วนมูลค่าการถือครองหุ้นต่างประเทศเทียบกับมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (market capitalization) ยังคงอยู่ที่ระดับใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยย้อนหลังในอดีต

นอกจากนี้ หากพิจารณาจากอัตราส่วน Price to Book (P/B ratio) ของ SET Index ยังค่อนข้างต่ำ ขณะที่อัตราตอบแทนจากเงินปันผลของ SET ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 3.24% ทั้งนี้ ความเชื่อมั่นของ ผู้ลงทุนในตลาดหุ้นไทยปรับลดลงจากต้นปี 2566 จากปัจจัยกดดันทั้งในและต่างประเทศ

ขณะที่ ในเดือน ม.ค. 67 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ของไทยในปี 2567 ขยายตัว 4.4% ซึ่งแข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้าที่ 3.6% เนื่องจากอุปสงค์ในต่างประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น และการขยายตัวของการอุปโภคบริโภคในภาคเอกชน

ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการที่รัฐบาลไทยออกมาตรการกระตุ้นด้านการคลัง ขณะที่เงินเฟ้อโลกปรับลงรวดเร็วกว่าคาด อย่างไรก็ดี คณะกรรมการ FOMC พิจารณาให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 5.25-5.50% จนกว่าจะมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่า เงินเฟ้อกำลังปรับตัวสู่ระดับ 2% อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือนมกราคม 2567 SET Index ปิดที่ 1,364.52 จุด ปรับลดลง 3.6% จากเดือนก่อนหน้า โดยให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของภูมิภาค