บสย.เผยแผนยุทธศาสตร์ปี 2567 ตั้งเป้าค้ำประกัน 115,600 ล้านบาท หนุนผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงสินเชื่อผ่าน 2 โครงการหลัก เล็งค้ำประกันสินเชื่อน็อนแบงก์บนแพลตฟอร์ม ลุ้นคลังไฟเขียว PGS11 วงเงิน 1 แสนล้านบาท
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เผยแผนยุทธศาสตร์และทิศทางการดำเนินงาน บสย.ในปี 2567 บสย.ตั้งเป้าค้ำประกันสินเชื่อ 115,600 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนเอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อในระบบ โดยผ่าน 2 โครงการหลัก คือ โครงการค้ำประกันสินเชื่อที่ บสย.พัฒนาขึ้น เช่น BI7 และ RBP วงเงิน 75,600 ล้านบาท และโครงการค้ำประกันสินเชื่อดอกเบี้ยถูก หรือ พ.ร.ก.สินเชื่อฟื้นฟู อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 5 ปีแรกไม่เกิน 5% วงเงิน 40,000 ล้านบาท

โดยเร่งขับเคลื่อนองค์กรก้าวสู่การเป็น Credit Mediator และ SMEs Digital Gateway ประกอบด้วย กองหน้า การเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs ครบวงจร (บสย. F.A. Center) ปรับรูปแบบบริการ สำนักงานเขต 11 สาขาทั่วประเทศ ขยายความร่วมมือกับพันธมิตร ให้ความรู้ช่วยเหลือ SMEs ในด้านการเงินและธุรกิจ เพื่อยกระดับเป็น บสย. Business School
ด้านกองกลาง ก้าวสู่ระบบนิเวศทางการเงิน (Ecosystem) พัฒนา Digital Platform เชื่อมระบบการค้ำประกันสินเชื่อด้วย Digital Guarantee Platform และบริการใหม่จาก LINE OA @tcgfirst ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้งานกว่า 30,000 ราย
ขณะที่กองหลัง คือ การเพิ่มมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ แก้หนี้อย่างยั่งยืน คือ มาตรการปลอดดอกเบี้ย ขยายเวลามาตรการ 3 สี โดย บสย.พร้อมช่วยลูกหนี้อย่างต่อเนื่องอีก 1 ปี ภายใต้โครงการผ่อนน้อย เบาแรง และมาตรการปลดหนี้ ต่อยอดมาตรการสีฟ้า โดยปลดหนี้ ลดต้น 15% สำหรับลูกหนี้ บสย. มาตรการสีเขียว ผ่อน ดี 3 งวดต่อเนื่อง โดยจะสิ้นสุดระยะเวลาทดลองโครงการเฟสแรก 30 มิ.ย. 2567
นายสิทธิกรกล่าวว่า ทาง บสย.อยู่ระหว่างเข้าหารือกับกระทรวงการคลัง ในการดำเนินการค้ำประกันสินเชื่อน็อนแบงก์ ซึ่งปัจจุบันกฎหมายของ บสย. สามารถดำเนินการค้ำประกันสินเชื่อน็อนแบงก์ได้ แต่จะต้องเป็นน็อนแบงก์ที่สถาบันการเงินถือหุ้นอยู่ในสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 50% โดยน็อนแบงก์ดังกล่าวจะต้องอยู่ภายใต้การได้รับใบอนุญาตการประกอบธุรกิจจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
ด้านโครงการ PGS11 ได้หารือกับกระทรวงการคลัง และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) แล้ว ซึ่งคาดหวังว่าจะได้วงเงินประมาณ 100,000 ราย โดยจะช่วยผู้ประกอบการ SMEs ได้ค่อนข้างมาก
สำหรับผลการดำเนินงาน บสย. ปี 2566 ได้อนุมัติค้ำประกัน รวม 114,025 ล้านบาท ทั้งนี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายใหม่ได้สินเชื่อ 99,298 ราย โดย 80% เป็นผู้ประกอบการรายย่อย (Micro SMEs) รักษาการจ้างงาน รวม 855,087 ตำแหน่ง สร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ 470,388 ล้านบาท และสร้างสินเชื่อในระบบ 124,815 ล้านบาท
นอกจากนี้ บสย.ได้ดำเนินโครงการแก้หนี้เอสเอ็มอี โดยช่วยผู้ประกอบการแก้หนี้ สะสมตั้งแต่ปี 2560-2566 ช่วยลูกหนี้เข้าโครงการประนอมหนี้ จำนวน 19,000 ราย คิดเป็นมูลหนี้ปรับโครงสร้างสะสม 6,942 ล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงระหว่างปี 2565 (เริ่มเมษายน) จนถึงปี 2566 ซึ่งเป็นปีที่ บสย.ออกมาตรการ “บสย. พร้อมช่วย” มาตรการ 3 สี ม่วง เหลือง เขียว “ผ่อนน้อย เบาแรง” ดอกเบี้ย 0% สามารถช่วยลูกหนี้กว่า 13,378 ราย คิดเป็นมูลหนี้ 4,723 ล้านบาท
และในปี 2566 นี้ ประเภทธุรกิจค้ำประกันสูงสุด 5 ลำดับโดดเด่น ได้แก่ 1.ภาคบริการ 2.ภาคการผลิตสินค้าและการค้าอื่น ๆ 3.ภาคเกษตรกรรม 4.ภาคอาหารและเครื่องดื่ม และ 5.สินค้าอุปโภคบริโภค โดย 3 อันดับแรก ครองสัดส่วนค้ำประกันถึง 50% ของพอร์ตวงเงินค้ำประกันสินเชื่อทั้งหมด