กรุงศรีฯ หนุนสภาพคล่อง SMEs นำเข้า-ส่งออก ตั้งเป้าปล่อยกู้ 1.5 หมื่นล้าน

กรุงศรีฯ

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “Krungsri SME Trade Power Up” สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีนำเข้า-ส่งออก ให้วงเงินสูงตามศักยภาพเพียงพอแก่กิจการ พร้อมบริการด้านธุรกรรมการค้าต่างประเทศ-วงเงิน FX ตามวงเงิน Trade Finance และส่วนลด 7 สตางค์ ตั้งเป้ายอดขอสินเชื่อ 1.5 หมื่นล้านบาท

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 นางสาวดวงกมล ลิมป์พวงทิพย์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจ SMEs ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากที่มีการคาดการณ์ว่าในปี 2567 ภาคการส่งออกไทยจะมีการกลับมาขยายตัวอันเป็นผลจากการฟื้นตัวของการค้าโลก โดยข้อมูลจากสภาพัฒน์ มีการคาดการณ์ว่าจะขยายตัว 2.9% เมื่อเทียบกับปี 2566 ที่มีมูลค่าการส่งออกลดลง 1.7%

ธนาคารกรุงศรีฯ เล็งเห็นถึงโอกาสในการสนับสนุนธุรกิจ SMEs โดยเฉพาะในภาคส่งออกของไทยให้มีเงินทุนที่เพียงพอต่อการเติบโต รับการขยายตัวของภาคส่งออกที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น อีกทั้งสอดคล้องกับแนวนโยบายในการสนับสนุนโอกาสธุรกิจการค้าระหว่างประเทศให้กับลูกค้าผ่านผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ จึงเป็นที่มาของผลิตภัณฑ์สินเชื่อ “Krungsri SME Trade Power Up” มีจุดเด่นอยู่ที่วงเงินกู้ไม่จำกัด เพียงมีหลักฐานแสดงถึงศักยภาพของธุรกิจ ซึ่งผู้ประกอบการสามารถใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการนำเข้าและส่งออก เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้สามารถผลิตหรือจำหน่ายสินค้าได้อย่างคล่องตัว

นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังมาพร้อมบริการและสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมการค้าต่างประเทศมากมายที่ช่วยอำนวยความสะดวก ลดภาระค่าใช้จ่ายของค่าธรรมเนียม รวมถึงลดความเสี่ยงความผันผวนของค่าเงิน ช่วยยกระดับการบริหารจัดการธุรกิจให้มีประสิทธิภาพ และสามารถคว้าโอกาสเติบโตได้ต่อไป”

ทั้งนี้ “Krungsri SME Trade Power Up” เป็นสินเชื่อเพื่อการค้าต่างประเทศสำหรับการส่งออกและนำเข้า โดยพิจารณาอนุมัติวงเงินตามความต้องการเงินทุนหมุนเวียนของธุรกิจและความสามารถในการชำระหนี้  ซึ่งจะทำให้ธุรกิจได้รับวงเงินมากเพียงพอตามศักยภาพของธุรกิจ พร้อมให้วงเงิน FX ตามวงเงิน Trade Finance และส่วนลด 7 สตางค์ สำหรับการโอนเงินต่างประเทศขาออก 9 สกุลเงิน ผ่านบริการ Krungsri Biz Online

ได้แก่ USD, JPY, EUR, GBP, AUD, SGD, CAD, CHF และ NZD สำหรับลูกค้าที่สมัครใช้บริการ Krungsri Biz Online ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม- 31 ธันวาคม 2567 และสามารถรับสิทธิได้จนถึง 31 มีนาคม 2568 เพิ่มความสะดวกในการรับ-จ่ายเงินได้ทั่วโลก

นอกจากนี้ยังมาพร้อมสิทธิประโยชน์ด้านผลิตภัณฑ์และบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมการค้าต่างประเทศ อาทิ ค่าธรรมเนียมพิเศษสำหรับบริการ LC Advising & Amendment, Collection under LC, Collection under BC/OA, Communication charge SWIFT/TELEX, Outward Transaction fee และ Inward Transaction fee ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2567 รวมถึงอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับบัญชีเงินฝากประจำสกุลเงิน USD ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 พฤษภาคม 2567

โดยผู้ขอสินเชื่อต้องเป็นนิติบุคคลธุรกิจนำเข้า และ/หรือส่งออกที่จดทะเบียนในประเทศไทย ประกอบกิจการในประเทศไทยมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ปี มีผลประกอบการและประวัติการเงินดี มีรายได้ต่อปี 100 ล้านบาทขึ้นไป โดยจะต้องไม่มีสินเชื่อ Trade Finance และไม่มีธุรกรรม Trade กับธนาคารกรุงศรีอยุธยามาก่อน

  • “กรุงศรีฯตั้งเป้ายอดการขอสินเชื่อดังกล่าวในปี 2567 ที่ 15,000 ล้านบาท โดยหวังว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะเป็นตัวช่วยเสริมทัพธุรกิจให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น พร้อมที่จะช่วยขับเคลื่อนภาคการส่งออกและเศรษฐกิจของประเทศไทยต่อไป ซึ่งนอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ทางการเงินแล้ว กรุงศรีฯยังพร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจในต่างประเทศให้กับลูกค้าของธนาคารผ่านกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ ตลอดจนให้บริการที่ปรึกษาด้านธุรกิจสำหรับลูกค้าที่ต้องการขยายธุรกิจสู่อาเซียนอีกด้วยเช่นกัน” นางสาวดวงกมลกล่าวสรุป