คลัง เตือนอย่าเชื่อแจกเงินดิจิทัล 10,000 ผ่าน Token รอสรุป 10 เม.ย.

เงินดิจิทัล แจกเงินดิจิทัล 10000 บาท

คลังเตือนอย่าเชื่อ อย่าแชร์ แจกเงินดิจิทัล 10,000 หมื่นบาท ผ่านสกุลเงิน Token ชี้แจง 3 ประเด็นข้อเท็จจริง เผย 10 เม.ย.นี้ สรุปโครงการ

วันที่ 6 เมษายน 2567 นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อออนไลน์ โดยเฉพาะ Application “LINE” ว่ารัฐบาลจะดำเนินการโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ให้ประชาชนด้วยเงินดิจิทัล สกุลเงิน Token

โดยตนขอให้ข้อมูลข้อเท็จจริง เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนี้

ประเด็นที่ 1 ทำไมไม่โอนเงินเข้าบัญชีของทุกคนโดยตรงเลย ? เพื่อให้ง่าย และไม่โดนกล่าวหาว่ามีวาระซ้อนเร้น

ข้อเท็จจริง : วัตถุประสงค์หลักของโครงการคือการกระตุ้นเศรษฐกิจ ดังนั้น แม้การแจกเงินสดจะสะดวก และง่ายต่อการดำเนินการ แต่ก็มีข้อเสียที่ไม่อาจมองข้ามได้คือ การแจกเป็นเงินสดจะสุ่มเสี่ยงที่จะมีประชาชนบางส่วนนำไปเก็บออม โดยไม่ได้เอาไปจับจ่ายใช้สอย ซึ่งไม่ทำให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ และผิดวัตถุประสงค์ของโครงการ

Advertisment

ประเด็นที่ 2 หากมีการแจกจ่ายผ่านสกุลเงินดิจิทัล Token ใครเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์

ข้อเท็จจริง : โครงการดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบ ซึ่งเป็นการดำเนินงานจัดทำโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทที่มีการจัดทำ Token แต่อย่างใด

ประเด็นที่ 3 มีการตั้งคำถามว่า เหตุใดต้องแจกเงินในโครงการเติมเงิน 10,000 บาทผ่าน Digital Wallet ด้วยเงินดิจิทัล

ข้อเท็จจริง : ประเด็นดังกล่าวน่าจะเกิดจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เนื่องจากการเติมเงินในโครงการดังกล่าวไม่สามารถอยู่ในรูปเงินดิจิทัลตามที่อ้างได้ เพราะขัดต่อกฎหมายว่าด้วยเงินตรา

Advertisment

“ขณะนี้ประเด็นข้อทักทวงดังกล่าวตามที่อ้าง คณะกรรมการนโยบายเติมเงิน 10,000 บาทผ่าน Digital Wallet รับทราบและได้นำประเด็นต่าง ๆ มาพิจารณาแล้ว โดยจะมีการประชุมเพื่อสรุปรูปแบบของโครงการในวันพุธที่ 10 เมษายน 2567 ต่อไป

ดังนั้น จึงอยากเตือนประชาชนอย่าได้หลงเชื่อ หรือแชร์ ซึ่งทางกระทรวงการคลังจะได้เร่งเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในโครงการดังกล่าวทันทีที่ได้ข้อสรุป เพื่อป้องกันความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลเสียต่อประชาชนได้” นายพรชัยกล่าว