เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ฯ ทรงเปิดงาน “สืบสานใจ หัตถศิลป์ไทย สู่สากล” EM DISTRICT SENSE OF THAI 2026
Biz Movement เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ฯ ทรงเปิดงาน “สืบสานใจ หัตถศิลป์ไทย สู่สากล” EM DISTRICT SENSE OF THAI 2026
นายกฯ ลุยปฏิรูปราชการ-สร้างคน วางกรอบ 4P รับเทรนด์ AI ดันเศรษฐกิจกระจายตัว
Politics นายกฯ ลุยปฏิรูปราชการ-สร้างคน วางกรอบ 4P รับเทรนด์ AI ดันเศรษฐกิจกระจายตัว
พล.ต.ท.ผ่อน ปลัดรักษา บิดา ‘พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน’ เสียชีวิต อายุ 103 ปี
News พล.ต.ท.ผ่อน ปลัดรักษา บิดา ‘พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน’ เสียชีวิต อายุ 103 ปี
เอกนิติ ตั้งคณะทำงานรื้อยุทธศาสตร์ Data Center ครอบคลุมทุกมิติ ชง ครม. 4 ส.ค.นี้
Finance เอกนิติ ตั้งคณะทำงานรื้อยุทธศาสตร์ Data Center ครอบคลุมทุกมิติ ชง ครม. 4 ส.ค.นี้
PTTEP บอร์ดเคาะจ่ายปันผลระหว่างกาล หุ้นละ 4.50 บาท ขึ้น XD 14 ส.ค.นี้
Finance PTTEP บอร์ดเคาะจ่ายปันผลระหว่างกาล หุ้นละ 4.50 บาท ขึ้น XD 14 ส.ค.นี้
ไอคอนสยาม น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระพันปีหลวง จัดกิจกรรมตลอดเดือนแห่งวันแม่
Biz Movement ไอคอนสยาม น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระพันปีหลวง จัดกิจกรรมตลอดเดือนแห่งวันแม่
SET ฟื้นแรง-ปิดตลาดสุดสัปดาห์บวก 25 จุด ดัชนีกลับมายืนเหนือ 1,600 จุด DELTA หนุน
Finance SET ฟื้นแรง-ปิดตลาดสุดสัปดาห์บวก 25 จุด ดัชนีกลับมายืนเหนือ 1,600 จุด DELTA หนุน
จับตาปี 2040 รถไร้คนขับ ‘ระดับ 4’ จะกลายเป็นเรื่องปกติ ?
Automotive จับตาปี 2040 รถไร้คนขับ ‘ระดับ 4’ จะกลายเป็นเรื่องปกติ ?
เสนาฯ รุกตลาดต่างประเทศ โรดโชว์คอนโด 5 ทำเล เจาะนักลงทุน-เอเจนต์ไต้หวัน
Real Estate เสนาฯ รุกตลาดต่างประเทศ โรดโชว์คอนโด 5 ทำเล เจาะนักลงทุน-เอเจนต์ไต้หวัน
แจงปม “คีย์ทิพย์” แจ้งข้อมูลเท็จสุขภาพประชาชน แสดงผลบนแอปทางรัฐ
Politics แจงปม “คีย์ทิพย์” แจ้งข้อมูลเท็จสุขภาพประชาชน แสดงผลบนแอปทางรัฐ
ดูทั้งหมด

JKN ราคาหุ้นชนซิลลิ่ง +29% ศาลสั่งฟื้นฟู “แอน-จักรพงษ์” ชี้แจง 5 ประเด็น ตลท.

23 เม.ย. 2567 | 16:13น.
JKN

“เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป” ราคาหุ้นพุ่งชนซิลลิ่ง +29.17% แตะ 0.62 บาท หลังศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ จ่อตั้งบริษัทจัดทำแผน ด้าน “แอน-จักรพงษ์” แจ้งยกเลิกการประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 30 เม.ย. 67 พร้อมแจง 5 ประเด็นต่อตลาดหลักทรัพย์

วันที่ 23 เมษายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ JKN วันนี้พบว่าหลังเปิดตลาดไต่แดนบวกได้ตลอดทาง โดยเด้งแรงช่วงตั้งแต่เวลา 12.00 น. ยาวจนถึงท้ายตลาด โดยชนระดับราคาสูงสุดของวัน (Ceiling) ที่ระดับราคา 0.62 บาท เป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.14 บาท หรือ +29.17% เมื่อเทียบจากราคาวันก่อนหน้า

แอน-จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ JKN รายงานตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ตามที่เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2566 บริษัทได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลางภายใต้พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม)

โดยเสนอให้บริษัทเป็นผู้ทำแผน ต่อมาในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2566 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทไว้พิจารณา โดยเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2567 ศาลล้มละลายกลางได้ไต่สวนพยานของผู้ร้องขอ และไต่สวนพยานของผู้คัดค้านแล้ว คดีเสร็จการไต่สวน และกำหนดนัดฟังคำสั่งในวันที่ 23 เมษายน 2567 นั้น

บริษัทขอแจ้งว่าในวันนี้ (23 เมษายน 2567) ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งให้พื้นฟูกิจการของบริษัท (ลูกหนี้) ตามมาตรา 90/10 แห่ง พ.ร.บ.ล้มละลาย และกำหนดให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรียกประชุมเจ้าหนี้ทั้งหลายโดยเร็วที่สุดเพื่อพิจารณาเลือกว่าบุคคลใดสมควรเป็นผู้ทำแผน

ทั้งนี้ ในระหว่างดำเนินการเพื่อตั้งผู้ทำแผน กำหนดให้ผู้บริหารของบริษัท (ลูกหนี้) เป็นผู้บริหารชั่วคราว และให้มีอำนาจหน้าที่จัดการกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ต่อไปภายใต้การกำกับดูแลของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จนกว่าจะมีการตั้งผู้ทำแผน ตามมาตรา 90/20 แห่ง พ.ร.บ.ล้มละลาย สำหรับค่าฤชาธรรมเนียมให้ตกเป็นพับ

โดยผลของคำสั่งของศาลล้มละลายกลางดังกล่าว เป็นผลให้อำนาจหน้าที่ในการจัดการกิจการและทรัพย์สินของผู้บริหารของบริษัท (ลูกหนี้) สิ้นสุดลง ตามมาตรา 90/20 แห่ง พ.ร.บ.ล้มละลาย และบรรดาสิทธิตามกฎหมายของผู้ถือหุ้นของบริษัท (ลูกหนี้) ระงับลง เว้นแต่สิทธิที่จะได้รับเงินปันผล และให้สิทธิดังกล่าวตกแก่ผู้บริหารชั่วคราวจนกว่าจะมีการตั้งผู้ทำแผน

ทั้งนี้ ตามมาตรา 90/21 แห่ง พ.ร.บ.ล้มละลาย บริษัทจึงไม่ต้องจัดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2567

ในการนี้ บริษัทขอแจ้งยกเลิกการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2567 ในวันที่ 30 เมษายน 2567 ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 5/2567 เรื่อง การกำหนดวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2567 และตามที่บริษัทได้ส่งหนังสือเชิญประชุมให้แก่ผู้ถือหุ้นทุกท่านแล้ว

และตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้บริษัทชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมในงบการเงินปี 2566 ซึ่งผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นต่องบการเงินเนื่องจากมีความไม่แน่นอนที่มีสาระสำคัญต่อความสามารถในการดำเนินงานต่อเนื่อง ได้แก่ (1) การขาดสภาพคล่องทางการเงินและการผิดนัดชำระหนี้ (2) การยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลส้มละลายกลาง และ (3) การจัดหาเงินและสภาพคล่องเพื่อใช้ในการดำเนินงานต่อเนื่อง โดยกลุ่มบริษัทมีผลขาดทุน 2,128 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการตั้งด้อยค่าของสินทรัพย์รวม 1,145 ล้านบาท

ส่วนใหญ่เป็นการขาดทุนจากการด้อยค่าลิขสิทธิ์รายการ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ส่วนใหญ่ของบริษัท และมีผลขาดทุนจากการด้อยค่าลูกหนี้การค้า 495 ล้านบาท โดยที่ผ่านมาบริษัทได้ชี้แจงข้อมูลตามที่ตลาดหลักทรัพย์สอบถาม เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2566 และวันที่ 5 มกราคม 2567 เกี่ยวกับการปรับปรุงมูลค่าสินทรัพย์ว่า บริษัทไม่บันทึกการด้อยค่า เนื่องจากมีการขายลิขสิทธิ์รายการอย่างต่อเนื่อง สอบทานแผนธุรกิจ และประเมินด้อยค่าสม่ำเสมอ

โดยยังไม่มีข้อบ่งชี้การด้อยค่า จึงเชื่อมั่นว่า ไม่มีการด้อยค่าของสินทรัพย์ สำหรับลูกหนี้การค้าที่ค้างนานเป็นปกติของธุรกิจ โดยประเมินจากประสบการณ์และหลักการประมาณการภายใต้ภาวะปัจจุบันและบริษัทมีความมั่นใจว่าจะสามารถเก็บเงินได้ เนื่องจากในอดีตไม่เคยมีประวัติไม่ชำระเงิน ทั้งนี้ บริษัทได้แต่งตั้งผู้ประเมินอิสระเพื่อประเมินมูลค่ายุติธรรม คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมกราคม 2567 นั้น ขอให้บริษัทชี้แจงข้อมูลผ่านระบบเผยแพร่ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยมีประเด็นดังนี้

ประเด็นที่ 1 ปัจจัยที่ใช้พิจารณาเพื่อบ่งชี้การด้อยค่าสินทรัพย์ตามข้อ 1.-4. และข้อบ่งชี้ดังกล่าวมีความแตกต่างจากในอดีตซึ่งไม่เคยตั้งด้อยค่าอย่างไร รวมทั้งแนวทางดำเนินการเพื่อติดตามดูแลให้สินทรัพย์ที่แสดงในงบการเงินสะท้อนมูลค่าที่แท้จริง

ข้อ 1.การด้อยค่าลิขสิทธิ์ เนื่องจากมูลค่าของลิขสิทธิ์ (Content) เป็นสาระสำคัญของรายการทรัพย์สินของบริษัท จึงเห็นควรให้มีการประเมินเพื่อให้มูลค่าของ Content สะท้อนมูลค่าแท้จริงกับราคาตลาดปัจจุบันมากที่สุด โดยผู้เชี่ยวชาญอิสระในการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน (ผู้ประเมิน) ทั้งนี้ บริษัทได้ให้ข้อมูลรายละเอียดของ Content ที่บริษัทถือครอง ผลการดำเนินงานตั้งแต่ในอดีตถึงปัจจุบัน รวมถึงแผนการดำเนินงานในอนาคตให้แก่ผู้ประเมิน เพื่อที่ผู้ประเมินได้ทำการศึกษา วิเคราะห์ด้วยหลักการและวิธีการที่เหมาะสมกับธุรกิจ และสรุปเป็นรายงานมูลค่าของลิขสิทธิ์

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาแม้ว่าบริษัทได้มีการทบทวนการด้อยค่าลิขสิทธิ์ตามนโยบายของบริษัทในขณะนั้นในทุก ๆ ไตรมาส ซึ่งยังไม่มีข้อบ่งชี้ในการที่จะต้องตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ลิขสิทธิ์ อย่างไรก็ตามเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นในความสามารถในการก่อให้เกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในอนาคตของลิขสิทธิ์ที่บริษัทถือครองอยู่ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 4/2567 เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2567 จึงได้มีการทบทวนนโยบายในการพิจารณาด้อยค่าสินทรัพย์-ลิขสิทธิ์ และมีมติอนุมัติให้ดำเนินการตามนโยบายฉบับปรับปรุงนี้ตั้งแต่งบการเงินสำหรับปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2566 เป็นต้นไป

อย่างไรดี หากได้รับรายงานการประเมินลิขสิทธิ์โปรแกรมจากผู้ประเมินอิสระทันการปิดบัญชีงบการเงิน ให้ใช้ข้อมูลตามรายงานที่ได้รับจากผู้ประเมินอิสระ

ข้อ 2.การด้อยค่าเครื่องหมายการค้า ในส่วนของเครื่องหมายการค้า Miss Universe นั้น ผลกระทบที่สำคัญที่ทำให้เกิดผลด้อยค่า เนื่องจากการที่ผู้ประเมินได้มีการปรับค่า Discount Rate (โดยเป็นการอ้างอิงการคำนวณ Weighted Average Cost of Capital (WACC) Analysis) จากการประเมินครั้งก่อนเมื่อตุลาคม 2565 ที่มีอัตราอยู่ที่ 17.00% มาเป็น 20.00% เมื่อธันวาคม 2566 ทำให้มีผลต่อการคำนวณมูลค่าปัจจุบันในด้านที่ทำให้มูลค่าของเครื่องหมายการค้าลดลง

ส่วนการด้อยค่าเครื่องหมายการค้าผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม เนื่องด้วย บริษัท เจเคเอ็น ดริ๊งก์ จำกัด (JKN Drink) ได้ถูกพิจารณาให้ชะลอการสั่งผลิต โดยให้ขายสินค้าที่มีอยู่ในคลังและที่ฝากขายเท่านั้นตั้งแต่ปลายไตรมาส 3 ปี 2566 ทั้งนี้การดำเนินธุรกิจ JKN Drink เป็นลักษณะต่อเนื่องจากการที่มีบริษัทย่อยอีกแห่งหนึ่งที่เป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มให้กับทาง JKN Drink

ดังนั้น ตามที่บริษัทมีแนวทางว่าจะยุติการดำเนินกิจการในส่วนการผลิต จึงส่งผลต่อ JKN Drink ด้วย บริษัทจึงมีการพิจารณาด้อยค่าเครื่องหมายการค้าที่อยู่ภายใต้ JKN Drink ณ 31 ธันวาคม 2566 โดย JKN Drink ยังคงถือสิทธิในเครื่องหมายการค้าผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มต่อไป

ข้อ 3.การด้อยค่าความนิยมซื้อบริษัทย่อย 2 แห่ง หลังจากที่บริษัทมีการพิจารณาผลประกอบการของบริษัทย่อยทั้ง 2 แห่งนี้แล้วเห็นว่า การลงทุนใน บริษัท เอ็มเอ็น เบฟเวอเรจ จำกัด (MN Beverage) แม้ว่าตัวบริษัทย่อยนี้ยังคงมีศักยภาพ แต่บริษัทเองขาดบุคคลากรที่มีความรู้ความสามารถที่จะส่งเข้าไปดำเนินงานอย่างเต็มที่ รวมถึงปัจจัยที่บริษัทย่อยนี้ตั้งอยู่ห่างไกล ซึ่งมีผลต่อการที่ต้องควบคุมดูแลเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินการ

บริษัทจึงได้มีการตัดสินใจที่จะหยุดพักการดำเนินการของบริษัทย่อยแห่งนี้ไว้ก่อนในช่วงสิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 ซึ่งต่อมาเมื่อบริษัทประสบปัญหาสภาพคล่อง จึงมีการทบทวนการพิจารณาอีกครั้งและมีข้อสรุปในขณะนี้ว่าจะยุติการดำเนินกิจการด้วยตัวเอง โดยพิจารณาเปลี่ยนเป็นให้ผู้ที่สนใจทำการเช่าเพื่อทำธุรกิจด้านการผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม หรือ อาจจะเป็นการขายทรัพย์สินทั้งหมดของกิจการเพื่อยุติการลงทุนใน MN Beverage

ส่วนของ บริษัท เจเคเอ็น ไฮ ช็อปปิ้ง จำกัด (JKN HS) เนื่องด้วยบริษัทต้องการกระชับองค์กรเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับพนักงานลง จึงเล็งเห็นว่าควรยุบรวมการทำงานให้เหลือเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตรายการ ซึ่งบริษัทมีทรัพยากรพร้อมอยู่แล้ว ส่วนในเรื่อง Operation ได้ปรับการดำเนินการเป็นการใช้ระบบ Outsource ที่ทำให้บริษัทสามารถควบคุมรายจ่ายให้สอดคล้องกับรายได้มากยิ่งขึ้น

บริษัทจึงมีแผนที่จะยุติการดำเนินงานของ JKN HS โดยโอนย้ายพนักงานฝ่ายผลิตรายการให้มาอยู่ภายใต้บริษัทในเครืออีกแห่งหนึ่งเพื่อเป็นการกระชับเรื่องการบริหารและควบคุมรายจ่ายให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น จึงเป็นเหตุให้มีการพิจารณาด้อยค่าความนิยม (ที่เกิดขึ้นเมื่อเข้าซื้อกิจการ) เต็มจำนวน ในงบการเงิน สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2566

ข้อ 4.ค่าเผื่อขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัทย่อย ซึ่งเป็นรายการในงบการเงินเฉพาะกิจการจากการที่บริษัทได้มีการลงทุนในบริษัทย่อยต่าง ๆ บริษัทได้มีการพิจารณาในแต่ละกิจการที่เข้าไปลงทุนพร้อมทั้งแผนงานในอนาคตแล้ว ทำให้บริษัทมีการพิจารณาการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัทย่อยแต่ละแห่ง

อย่างไรก็ตาม ในการพิจารณามูลค่าของการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัทย่อย ผู้ประเมินได้พิจารณาการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัทย่อย JKN Global Content Pte.Ltd. (JKN Global Content) เป็นจำนวนถึง 462 ล้านบาท เนื่องด้วยวิเคราะห์จากผลประกอบการในอดีตซึ่งเริ่มมีการดำเนินธุรกิจ (ขายลิขสิทธิ์ ในปี 2566 โดยก่อนหน้านั้น JKN Global Content ยังไม่มีการดำเนินกิจการอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับผลประกอบการในปี 2566 มีผลขาดทุน แม้ว่า JKN Global Content มีแผนธุรกิจในอนาคตที่มี

ประเด็นที่ 2 เนื่องจากลิขสิทธิ์รายการเป็นสินทรัพย์หลักของบริษัท ในขณะที่ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2566 มีรายได้จากจำหน่ายลิขสิทธิ์รายการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และได้มีการยกเลิกการขายบางรายการ เนื่องจากพฤติกรรมการชำระหนี้ไม่เป็นไปตามแผนที่ให้กับทางบริษัทไว้ จึงขอให้อธิบายแผนการบริหารลิขสิทธิ์เพื่อให้เกิดรายได้และการจัดการสภาพคล่อง เพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ เป็นที่ทราบกันว่าบริษัทมีการผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้รุ่น JKN239A เนื่องจากประสบปัญหาสภาพคล่องทำให้ไม่สามารถชำระหนี้หุ้นกู้เต็มจำนวนที่ถึงกำหนดชำระเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2566

ซึ่งต่อมาเกิดผลต่อเนื่องโดยผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ของหุ้นกู้อีก 6 รุ่นที่เหลือได้ใช้สิทธิเรียกให้หุ้นกู้ทั้งหมดถึงกำหนดชำระโดยพลัน (Cross Default) ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดสิทธิและหน้าที่ของผู้ออกหุ้นกู้ ดังนั้น ในช่วงปลายไตรมาสที่ 3 เป็นต้นมา ทำให้บริษัทใช้เวลาส่วนใหญ่ในการสื่อสารและให้ข้อมูลกับหน่วยงานที่กำกับดูแล รวมถึงผู้ที่มีรายการธุรกรรมกับบริษัทในประเด็นการขอรับชำระหนี้จากบริษัทก่อนการครบกำหนดตามปกติ

ด้วยเหตุการณ์ผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้ดังกล่าวข้างต้น โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการดำเนินการต่าง ๆ ทั้งภายในกิจการและว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษามืออาชีพทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาการเงินเพื่อช่วยบริษัทในการวางแผนการชำระหนี้ให้กับผู้ถือหุ้นกู้และหนี้สถาบันการเงินได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งการว่าจ้างที่ปรึกษาด้านอื่น ๆ ในการขอรับคำปรึกษาในด้านต่าง ๆ เพื่อให้บริษัทกลับมาดำเนินงานได้ตามปกติโดยได้เร็วที่สุด

นอกจากนั้น ด้วยข้อจำกัดที่แผนการชำระเงินจากลูกค้ากลุ่มธุรกิจให้บริการและจำหน่ายลิขสิทธิ์รายการไม่เป็นไปตามที่ได้มีการตกลงกันไว้ บริษัทจึงต้องใช้ความระมัดระวังสูงสุดในการพิจารณาการจำหน่ายลิขสิทธิ์รายการแก่ลูกค้าดังกล่าว ซึ่งด้วยเหตุข้างต้นบริษัทได้มีการพิจารณาแนวทางในการหารายได้จากการจำหน่ายลิขสิทธิ์รายการในรูปแบบอื่นเพิ่มเติม อันได้แก่

  • การให้ความสำคัญกับลูกค้าในประเทศโดยการขายตรงให้แก่กลุ่มลูกค้าที่เป็นช่องทีวีดิจิทัล จากเดิมที่บริษัทใช้วิธีการขายผ่านตัวแทนจำหน่าย ซึ่งในช่วงนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้าแต่ละรายและคาดว่าจะมีคำสั่งซื้อเกิดขึ้นในไตรมาส 2 ปี 2567
  • การนำเสนอ Bundle Package ที่ประกอบไปด้วยลิขสิทธิ์รายการของ MUO และ ลิขสิทธิ์รายการ (Content) ประเภทต่าง ๆ ที่อยู่ในมือ ให้แก่ลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งนี้ การนำลิขสิทธิ์รายการของ MUO ที่เป็นรายการที่เกี่ยวกับการประกวดนางงามจักรวาลมามัดรวมไว้เป็นการเพิ่มศักยภาพของ Content ในมือไปยังตลาดต่างประเทศที่กว้างขวางมากขึ้น
  • บริษัทมีแผนว่าจ้างผู้มีความรู้ความสามารถในเรื่อง Content และ Broadcasting ทั้งในและต่างประเทศมาร่วมงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดจำหน่ายและการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากกว่าอดีต
  • บริษัทได้กำหนดแผนและหลักการในการพิจารณาการซื้อ Content ใหม่ให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้การใช้กระแสเงินสดของบริษัทมีประสิทธิภาพสูงสุด
  • บริษัทกำหนดให้มีการปฏิบัติตามนโยบายการให้สินเชื่อและการติดตามการชำระหนี้อย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันและควบคุมความเสี่ยงด้านสินเชื่อ ทำให้มีการดำเนินการที่เหมาะสมกับความเสี่ยงที่บริษัทได้รับ

ประเด็นที่ 3 ขอให้อธิบายสาเหตุที่บริษัทไม่ตั้งค่าเผื่อด้อยค่าทั้งหมดของเงินลงทุนใน บริษัท เอ็มเอ็น เบฟเวอเรจ จำกัด (MN Beverage) และเงินให้กู้ยืมและดอกเบี้ยแก่ MN Beverage ซึ่งหยุดดำเนินธุรกิจแล้วเมื่อเดือนตุลาคม 2566 โดยในงบปี 2566 ได้ตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าเงินลงทุนบางส่วน (52 ล้านบาท คิดเป็น 68% ของราคาทุน) และไม่ปรากฏการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเงินให้กู้และดอกเบี้ยที่คงค้าง ทั้งนี้บริษัทบันทึกค่าเผื่อการด้อยค่าเพียงพอแล้วหรือไม่ และการพิจารณาตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าดังกล่าวได้สะท้อนฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของ MN Beverage ครบถ้วนแล้วหรือไม่ อย่างไร

การที่บริษัทได้มีการตั้งค่าเผื่อด้วยค่าเงินลงทุนใน MN Beverage บางส่วนเป็นจำนวนเงิน 52 ล้านบาท เนื่องด้วยบริษัทย่อยแห่งนี้มีทรัพย์สิน ซึ่งบริษัทได้มีการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน ได้แก่ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 43.30 ล้านบาท (มูลค่าสุทธิตามบัญชี 2.08 ล้านบาท) และเครื่องจักรพร้อมอุปกรณ์จำนวน 79 เครื่อง 20.94 ล้านบาท (มูลค่าสุทธิตามบัญชี 20.28 ล้านบาท)

ในส่วนของเงินให้กู้ยืมและดอกเบี้ยคงค้างซึ่งบริษัทอยู่ในสถานะเจ้าหนี้ของ MN Beverage บริษัทพิจารณาว่าภาระหนี้ดังกล่าว MN Beverage ยังคงมีทรัพย์สินที่มีมูลค่าและสามารถนำมาชำระหนี้ได้ รวมทั้งการที่ MN Beverage มีผู้ถือหุ้นอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 40 ย่อมมีหน้าที่ในการร่วมรับผิดชอบในการชำระหนี้ดังกล่าวด้วย จึงเป็นเหตุที่ไม่ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญในจำนวนหนี้ดังกล่าว

ประเด็นที่ 4 ขอให้อธิบายแนวทางดำเนินการติดตามลูกหนี้ค้างชำระ และการดำเนินการเพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น บริษัทเห็นถึงความสำคัญในการติดตามทวงถามให้ลูกหนี้ชำระหนี้ที่ค้างอยู่ ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้มีการติดตามทั้งทางวาจาและหนังสือ อย่างไรก็ตาม ลูกค้าที่ค้างชำระหนี้ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าเก่าของบริษัท ซึ่งก็มีการชำระหนี้ภายในกรอบเวลาที่บริษัทย่อมรับได้มาอย่างสม่ำเสมอ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี 2566 ลูกค้ากลุ่มนี้เริ่มมีการเลื่อนการชำระหนี้และผิดนัดชำระหนี้ จากกรณีที่เกิดขึ้นดังกล่าวในช่วงต้นบริษัทได้มีการผ่อนปรนให้ อย่างไรก็ตาม ในช่วงไตรมาสที่ 3 ปี 2566 แม้ว่าบริษัทได้รับหนังสือยืนยันตารางการชำระหนี้จากลูกหนี้ว่าจะเริ่มมีการทยอยชำระหนี้คงค้าง โดยเริ่มชำระในช่วงเดือนตุลาคม 2566 เป็นต้นไป ปรากฏว่าลูกหนี้ยังคงมีการผิดนัดชำระหนี้ ไม่เป็นไปตามกำหนดการที่ให้ไว้ จึงเป็นอีกเหตุหนึ่งที่ทำให้บริษัทขาดสภาพคล่อง

ดังนั้น บริษัทจึงได้มีมาตรการที่เข้มงวดขึ้นโดยได้มีการทบทวนนโยบายที่เกี่ยวกับลูกหนี้ทั้งในเรื่องการให้สินเชื่อ การติดตามหนี้ และ การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ โดยเริ่มมีการนำมาปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2566

ประเด็นที่ 5 อธิบายนโยบายการให้สินเชื่อ นโยบายการติดตามหนี้ และนโยบายการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ที่คณะกรรมการตรวจสอบให้ความเห็นว่าควรมีการทบทวน และชี้แจงว่าบริษัทได้ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวแล้วหรือไม่ อย่างไร รวมทั้งอธิบายแนวทางการทบทวนและติดตามให้ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 16/2566 เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2566 มีมติอนุมัติการปรับปรุงนโยบายการให้สินเชื่อ นโยบายการติดตามหนี้ และนโยบายการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการตรวจสอบครั้งที่ 7/2586 วันที่ 6 ธันวาคม 2566 มีความเห็นและนำเสนอ (รายละเอียดตามที่ปรากฏในสิ่งที่ส่งมาด้วย 1, 2, 3) ซึ่งนโยบายการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของลูกหนี้การค้านั้น จะพิจารณาทั้งทางด้านคุณภาพและปริมาณและมีการกำหนดหลักเกณฑ์ให้มีความเข้มข้นมากขึ้น

โดยฝ่ายจัดการได้นำนโยบายดังกล่าวมาใช้พิจารณาค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของลูกหนี้การค้า ร่วมกับมูลค่าจากผู้ประเมินอิสระภายนอก รวมถึงได้ปฏิบัติตามนโยบายการให้สินเชื่อแก่ลูกค้า และนโยบายการติดตามหนี้ค้างนานและเช็คคืน ที่ปรับปรุงใหม่ เพื่อให้มีการควบคุมความเสี่ยงด้านสินเชื่อและการบริหารสภาพคล่องให้มีประสิทธิภาพ

ซึ่งจากการดำเนินตามนโยบายทั้ง 3 ฉบับ ทำให้บริษัทและบริษัทย่อยได้หยุดการค้ากับลูกหนี้การค้าที่ถูกกำหนดให้ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ จนกว่าจะได้รับการชำระหนี้ที่ค้างไว้
ดังนั้น ลูกค้าดังกล่าวจะไม่สามารถซื้อลิขสิทธิ์เพิ่มเติมได้หากยังไม่มีการชำระเงินยอดคงค้างเดิม ซึ่งบริษัทและบริษัทย่อยจะต้องพิจารณาการให้สินเชื่อลูกค้ารายใหม่อย่างรอบคอบเพื่อป้องกันและควบคุมความเสี่ยงจากการไม่ได้รับชำระ

ทั้งนี้คณะกรรมการตรวจสอบจะติดตามการดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวจากการประชุมร่วมกับผู้ตรวจสอบภายในและผู้สอบบัญชีของบริษัทเป็นประจำทุกไตรมาส และรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท โดยหากเห็นว่าจำเป็นที่จะต้องทบทวนหรือปรับปรุงนโยบายใดเพิ่มเติมจะเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติต่อไป