IVL เปิดจองซื้อ หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ 1-4 ก.ค. จ่ายดอกเบี้ย 5.90-6.10% ต่อปี

“อินโดรามา เวนเจอร์ส” เปิดจองซื้อหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน วันที่ 1-4 ก.ค. 67 ให้แก่ประชาชนทั่วไป ผ่านสถาบันการเงินชั้นนำ จ่ายดอกเบี้ย 5.90-6.10% ต่อปี รอประกาศอัตราดอกเบี้ยที่แน่นอนอีกครั้ง

วันที่ 23 พฤษภาคม 2567 บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL บริษัทเคมีภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เตรียมออกและเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน ไถ่ถอนเมื่อเลิกบริษัท ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนด และมีสิทธิเลื่อนชำระดอกเบี้ยโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ครั้งที่ 1/2567 (หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน)

โดยอันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกหุ้นกู้อยู่ที่ AA- แนวโน้ม “คงที่” และอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน อยู่ที่ “A” จัดอันดับโดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2567

ทั้งนี้ บริษัทกำหนดอัตราดอกเบี้ยในช่วง 5 ปีแรกไว้ระหว่าง 5.90-6.10% ต่อปี โดยจะประกาศอัตราดอกเบี้ยที่แน่นอนอีกครั้ง กำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุก ๆ 6 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้

การออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมการไถ่ถอนหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน ที่ออกเมื่อปี 2562 ซึ่งจะมีอายุครบ 5 ปี ในเดือนพฤศจิกายน 2567 นี้

Advertisment

ทั้งนี้ อินโดรามา เวนเจอร์ส เป็นบริษัทแรก ๆ ในประเทศไทย ที่ออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน ตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งได้ไถ่ถอนเมื่ออายุครบ 5 ปี ด้วยการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนอีกครั้งในปี 2562 นับว่าเป็นผู้ออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน ที่มีประวัติการไถ่ถอนสม่ำเสมอและได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนครั้งนี้ คาดว่าจะเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 1-4 กรกฎาคม 2567 โดยเป็นการเสนอขายให้แก่ประชาชนเป็นการทั่วไป ผ่านสถาบันการเงินชั้นนำ ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ประกอบด้วย

  • ธนาคารกรุงเทพ
  • ธนาคารกรุงไทย
  • ธนาคารกสิกรไทย
  • ธนาคารไทยพาณิชย์
  • ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย
  • บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร
  • บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง
  • บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย)
  • บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย)
  • บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส
  • บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต

ปัจจุบัน บริษัทอยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งยังไม่มีผลบังคับใช้ โดยผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sec.or.th

นายดีเค อากาวาล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน อินโดรามา เวนเจอร์ส กล่าวว่า มั่นใจว่าหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนของบริษัท ยังคงเป็นที่ต้องการและน่าสนใจสำหรับผู้ลงทุน ด้วยอันดับความน่าเชื่อถือระดับ “A” และอัตราผลตอบแทนที่น่าพอใจ รวมถึงพื้นฐานธุรกิจ และความแข็งแกร่งทางการเงินของอินโดรามา เวนเจอร์ส จะเป็นปัจจัยสนับสนุนความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนต่อการตัดสินใจลงทุนในหุ้นกู้ด้อยสิทธิ ที่มีลักษณะคล้ายทุนของบริษัทในครั้งนี้ด้วยดีเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

Advertisment
ดีเค อากาวาล
ดีเค อากาวาล

ทั้งนี้ อินโดรามา เวนเจอร์ส เป็นหนึ่งในผู้ผลิตเคมีภัณฑ์รายใหญ่ของโลก มีโรงงานมากกว่า 140 แห่ง ตั้งอยู่ใน 34 ประเทศ ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วโลก ทั้งเอเชีย-แปซิฟิก อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ยุโรป และแอฟริกา โดยนำเสนอตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ขั้นต้น รวมทั้งสารตั้งต้นที่ใช้ในการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคต่าง ๆ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ขั้นปลายอย่างเส้นใย เส้นด้าย และพลาสติก PET ที่สามารถรีไซเคิลได้ 100% และนิยมใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งผลิตภัณฑ์ทั้งหมดเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของผู้คนนับพันล้านคนทั่วโลก ตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งเข้านอน

โดยลูกค้าของอินโดรามา เวนเจอร์ส อยู่ในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัย ความปลอดภัย ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลส่วนบุคคล และยานยนต์

ปัจจุบัน อินโดรามา เวนเจอร์ส ดำเนินธุรกิจ 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ (1) กลุ่มธุรกิจ Combined PET ในฐานะผู้ผลิตและรีไซเคิลพลาสติก PET ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยกำลังการผลิตรวมประมาณ 6 ล้านตันต่อปี ทำให้บริษัทกลายเป็นส่วนสำคัญในการผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ ขวดคุณภาพสูง ฟิล์มและสิ่งทอชนิดพิเศษ ซึ่งในส่วนของธุรกิจ Packaging กลุ่มลูกค้าหลักคือบริษัทเครื่องดื่มที่มีชื่อเสียงในระดับสากล และผู้ผลิตกลุ่มอุตสาหกรรม FMCG อาทิ บริษัท L’Oreal Pepsi Coca-Cola และ P&G

(2) Indovinya ซึ่งเดิมคือกลุ่มธุรกิจ Integrated Oxides and Derivatives (IOD) หรือธุรกิจออกไซด์และอนุพันธ์แบบบูรณาการ ซึ่งมีนวัตกรรมด้านเคมีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสารลดแรงตึงผิว (Surfactant) ที่ช่วยให้การกระจายตัวของของเหลวดีขึ้น และช่วยลดแรงตึงผิวระหว่างของเหลว 2 ชนิด จึงเป็นส่วนประกอบสำคัญของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ใกล้ตัว เช่น ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ผงซักฟอก น้ำยาทำความสะอาดในครัวเรือน สบู่ ยาสีฟัน ยาสระผม รวมถึงผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าและผิวกาย เครื่องสำอาง ครีมกันแดด ไปจนถึงสารเคมีกำจัดวัชพืช เป็นต้น

(3) กลุ่มธุรกิจ Fibers ผลิตเส้นใยที่ครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขอนามัยอย่างผ้าอ้อมเด็ก หน้ากากอนามัย กลุ่มผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ อาทิ เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ และกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับยานยนต์ทั้งหมด ทั้งเส้นใยที่ใช้ในรถยนต์และยางล้อรถ

“ภายใต้กลยุทธ์ใหม่ของบริษัท ที่เรียกว่า IVL 2.0 เราจะเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างการเงิน ไปพร้อม ๆ กับการเพิ่มขีดความสามารถของโมเดลธุรกิจของเรายิ่งขึ้นไปอีก เราจะใช้ประโยชน์จากฐานการผลิตทั่วโลกที่ไม่มีใครเทียบได้ และรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม รวมถึงสร้างความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างหนี้ เพิ่มคุณภาพรายได้ และสร้างกระแสเงินสดภายใต้นโยบายวินัยด้านเงินทุนที่เข้มงวดและมาตรฐานการจัดการหนี้สินระดับสากล ซึ่งเชื่อว่าจะสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่ลงทุนในหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนในครั้งนี้ได้อย่างแน่นอน” นายดีเค อากาวาล กล่าว

อินโดรามา เวนเจอร์ส ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและความยั่งยืน โดยได้ตั้งเป้าหมายที่มีตัวชี้วัดความยั่งยืนที่ชัดเจน ผ่านการรีไซเคิล PET การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยในปี 2566 อินโดรามา เวนเจอร์สได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิกในดัชนีความยั่งยืนของดาวโจนส์ระดับโลก (Dow Jones Sustainability World Index : DJSI World) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5

และสมาชิกในดัชนีความยั่งยืนของดาวโจนส์ กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (Dow Jones Sustainability Emerging Markets Index : DJSI Emerging Markets) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 รวมถึงครองอันดับ 1 ใน FTSE4Good Index Series โดยได้รับคะแนนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environment, Social and Governance หรือ ESG) ที่ 4.5 จาก 5

นอกจากนี้ ในปี 2567 MSCI หรือมอร์แกน สแตนลีย์ แคปิตอล อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่เชี่ยวชาญด้านการจัดทำดัชนีและบทวิเคราะห์ที่ขับเคลื่อนด้วยการวิจัยชั้นนำ ได้ปรับอันดับบริษัทเป็น “AA” จาก “A” ตอกย้ำพัฒนาการที่โดดเด่นของบริษัทในด้านความยั่งยืน และความมุ่งมั่นต่อแนวทางปฏิบัติด้าน ESG อย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย

สามารถติดต่อผ่านสถาบันการเงินที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ดังนี้

  • ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (ยกเว้นสาขาไมโคร) โทร.1333 หรือจองซื้อผ่านแอปพลิเคชั่น Bualuang mBanking สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปที่เป็นบุคคลธรรมดา
  • ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โทร.0-2111-1111
  • ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โทร.0-2888-8888 กด 869
  • ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โทร.0-2777-6784
  • ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) โทร.0-2626-7777
  • บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) โทร.0-2165-5555
  • บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด โทร.0-2695-5000
  • บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โทร.0-2658-5050
  • บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด โทร.0-2009-8351-59
  • บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด โทร .0-2680-4004
  • บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) โทร 02-779-9000

รวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) รวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และรวมถึงธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของบริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)