เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

ไทยคนโสดมากขึ้น 40.5% สภาพัฒน์แนะส่งเสริมแอปหาคู่ หนุน Work-life Balance

27 พ.ค. 2567 | 14:38น.
ดนุชา พิชยนันท์

ไทยกำลังเข้าสู่สังคมคนโสดมากขึ้น สภาพัฒน์เผยคนไทยวัยเจริญพันธุ์ (15-49 ปี) เป็นโสดเพิ่มแตะ 40.5% แนะพัฒนาแพลตฟอร์มส่งเสริมให้คนโสดมีคู่ หนุน Work-life Balance

วันที่ 27 พฤษภาคม 2567 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ระหว่างการเร่งผลักดันนโยบายส่งเสริมการมีลูก โดยมีเป้าหมายไปที่คนมีคู่ เพื่อแก้ปัญหาเด็กเกิดน้อย

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน (SES) ปี 2566 กลับพบว่าคนไทยในช่วงวัยเจริญพันธุ์ (อายุ 15-49 ปี) มีคนโสดอยู่ 40.5% สูงกว่าภาพรวมประเทศเกือบเท่าตัว 23.9% และเพิ่มขึ้นจากปี’60 ที่ 35.7

สอดคล้องกับสัดส่วนของคนไทยที่มีสถานะแต่งงานแล้วที่ลดลงต่อเนื่อง จากระดับ 57.9% ในปี 2560 เหลือ 52.6% ในปี 2566 ท่ามกลางอัตราการหย่าร้างที่สูงขึ้น โดยคนโสดในความหมายของรายงานหมายถึงผู้ที่ยังไม่เคยสมรส

นายดนุชากล่าวว่า คนโสดส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่เขตเมือง โดยกรุงเทพฯ มีสัดส่วนคนโสดในพื้นที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น ๆ ถึง 50.4% เมื่อจำแนกตามการศึกษา พบว่าผู้หญิงที่โสดส่วนใหญ่คือผู้ที่มีการศึกษาระดับอุดมศึกษาขึ้นไป คิดเป็น 42% รองลงมาคือผู้ที่มีการศึกษาระดับมัธยมปลาย คิดเป็น 31.2% ส่วนผู้ชายที่โสดส่วนใหญ่คือ ผู้ที่มีการศึกษาระดับมัธยมปลาย คิดเป็น 29.4% รองลงมาคือผู้ที่มีการศึกษาระดับมัธยมต้น คิดเป็น 28.7%

สำหรับปัจจัยที่ส่งผลต่อการเป็นคนโสด แบ่งได้เป็น 4 ด้านคือ

1.ค่านิยมทางสังคมของการเป็นโสดยุคใหม่ อาทิ

SINK (Single Income, No Kids) หรือคนโสดที่มีรายได้และไม่มีลูก เน้นใช้จ่ายเพื่อตนเอง จากข้อมูล SES ในปี’66 พบว่า สัดส่วนคนโสด SINK สูงขึ้นตามระดับรายได้

PANK (Professional Aunt, No Kids) หรือกลุ่มผู้หญิงโสดอายุ 30 ปีขึ้นไป ที่มีรายได้ หรืออาชีพการงานดี และไม่มีลูก ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลหลาน หรือเด็กในครอบครัวรอบตัว โดยคนโสด PANK มีจำนวน 2.8 ล้านคน ส่วนใหญ่มีรายได้ดีและจบการศึกษาสูง

Waithood หรือกลุ่มคนโสดที่เลือกจะรอคอยความรัก เนื่องจากความไม่พร้อม หรือไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ ส่วนหนึ่งสะท้อนได้จากคนโสด 40% ที่มีรายได้ต่ำสุด โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 37.7% ส่วนใหญ่เป็นเพศชายมากถึง 62.6% มีระดับการศึกษาที่ไม่สูงนัก ทำให้ความสามารถในการหารายได้จำกัด

2.ปัญหาความต้องการ หรือความคาดหวังที่ไม่สอดคล้องกัน เป็นผลจากความคาดหวังทางสังคม และทัศนคติต่อการมองหาคู่ของคนที่เปลี่ยนแปลงไป โดยในปี 2564 บริษัทมีทแอนด์ลันช์ สาขาประเทศไทย พบว่าผู้หญิงกว่า 76% จะไม่เดทกับผู้ชายที่มีรายได้น้อยกว่า และ 83% ไม่คบกับผู้ชายที่มีส่วนสูงน้อยกว่า ขณะเดียวกัน ผู้ชาย 59% จะไม่คบกับผู้หญิงตัวสูงกว่า และอีกกว่า 60% ไม่เดทกับผู้หญิงที่เคยหย่าร้าง

3.โอกาสในการพบปะผู้คน โดยในปี 2566 คนโสดมีชั่วโมงการทำงานสูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งประเทศ อีกทั้งกรุงเทพฯ ยังจัดอยู่ในอันดับที่ 5 ของเมืองที่แรงงานทำงานหนักที่สุดในโลก ทำให้คนโสดไม่มีโอกาสในการมองหาคู่

4.นโยบายส่งเสริมการมีคู่ของภาครัฐยังไม่ต่อเนื่อง และครอบคลุมความต้องการของคนโสด โดยนโยบายส่งเสริมการมีคู่ของไทยในช่วงที่ผ่านมายังมีไม่มากนัก โดยเน้นไปที่กลุ่มคนโสดที่มีความพร้อม ขณะที่ในต่างประเทศมีแนวทางการส่งเสริมการมีคู่ที่ครอบคลุมไปถึงการบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย และการสร้างโอกาสในการมีคู่

ทั้งนี้ สภาพัฒน์มีแนวทางสนับสนุนให้คนมีคู่ ดังนี้

  • การสนับสนุนเครื่องมือการ Matching คนโสด โดยภาครัฐอาจร่วมมือกับผู้ให้บริการ หรือพัฒนาแพลตฟอร์ม เพื่อส่งเสริมให้คนโสดสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น
  • การส่งเสริมการมี Work-life Balance ทั้งในภาครัฐและเอกชน ทำให้คนโสดมีคุณภาพชีวิตที่ขึ้น และเพิ่มโอกาสให้คนโสดมีเวลาทำกิจกรรมที่ชอบ และพบเจอคนที่น่าสนใจมากขึ้น
  • การยกระดับทักษะที่จำเป็นในการทำงาน เพิ่มโอกาสความก้าวหน้าในอาชีพการงาน และรายได้ ซึ่งคนโสดยังมีโอกาสพบรักจากสถานศึกษาได้อีกด้วย
  • การส่งเสริมกิจกรรม และการมีส่วนร่วมทางสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คนโสดมีโอกาสพบปะ และสร้างความสัมพันธ์ใหม่ ๆ ได้

สำหรับแนวทางการแก้ปัญหานโยบายส่งเสริมการมีคู่ของภาครัฐไม่ต่อเนื่อง และไม่ครอบคลุมความต้องการ สภาพัฒน์ชี้ว่าอาจถอดบทเรียนจากต่างประเทศที่มีแนวทางการส่งเสริมการมีคู่ที่ครอบคลุมไปถึงการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและสร้างโอกาสในการมีคู่ได้ ตัวอย่างเช่น

  • สิงคโปร์ ในปี 2561 มีการจัดทำโครงการลดคนโสด โดยจ่ายเงินให้คู่รักออกเดทอย่างน้อย 2,500 บาท เพื่อให้ประชาชนนำไปใช้ในกิจกรรมออกเดต หรือบริการหาคู่
  • จีน ในปี 2566 รัฐบาลท้องถิ่นของมณฑลเจียงซีให้การสนับสนุนแอปพลิเคชั่นหาคู่ โดยใช้ฐานข้อมูลของคนโสดที่อาศัยอยู่ในเมืองมาพัฒนาจัดทำแพลตฟอร์มบริการหาคู่ที่เรียกว่า Palm Guixi
  • ญี่ปุ่น ในปี 2567 จัดทำแอปพลิเคชั่นหาคู่สำหรับคนโสดที่อายุมากกว่า 18 ปี และอยู่ในโตเกียว โดยใช้ระบบ AI เพื่อช่วยวิเคราะห์หาคนที่มีความชอบใกล้เคียงกัน รวมทั้งยังมีระบบการยืนยันตัวตนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้งาน

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดนุชา พิชยนันท์ สภาพัฒน์