เงินบาททรงตัว รอรับปัจจัยใหม่ปลายสัปดาห์

เงินบาท-ธนบัตร-แบงก์โน้ต
REUTERS/Athit Perawongmetha

เงินบาททรงตัว รอรับปัจจัยใหม่ปลายสัปดาห์ หลังแข็งค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ เนื่องจากมีการขายทำกำไรออกมา ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME ชี้ว่า มีโอกาส 49.4% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ย. 2567

วันที่ 27 พฤษภาคม 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (27/5) ที่ระดับ 36.64/65 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (24/5) ที่ระดับ 36.67/68 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากมีการขายทำกำไรหลังการแข็งค่าในช่วงที่ผ่านมา

แต่ดอลลาร์ยังคงมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อ โดยได้แรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ ซึ่งทำให้ตลาดลดการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดย FedWatch Tool ของ CME บ่งชี้ว่า มีโอกาส 49.4% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ย. ลดลงจาก 54.8% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ขณะที่โกลด์แมน แซคส์ เลื่อนคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกของเฟดจากเดือน ก.ค.ไปเป็นเดือน ก.ย.

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.37% แต่ที่ระดับ 104.724

Advertisment

นอกจากนี้ ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นขั้นสุดท้ายของผู้บริโภคสหรัฐ ปรับตัวลง 8.1 สู่ระดับ 69.1 ในเดือน พ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน ต่ำกว่าตัวเลขเบื้องต้นที่ระดับ 67.4 และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 76.0 จากระดับ 77.2 ในเดือน เม.ย.

ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคคาดการณ์ว่าเงินเฟ้ออาจจะเพิ่มขึ้น 3.3% ในช่วง 1 ปีข้างหน้า ลดลงจากการสำรวจก่อนหน้านี้ที่ระดับ 3.5% และผู้บริโภคคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น 3.0% ในช่วง 5 ปีข้างหน้า ลดลงจากการสำรวจก่อนหน้านี้ที่ระดับ 3.1% โดยวันนี้ปริมาณการซื้อขายในตลาดเป็นไปอย่างซบเซา เนื่องจากเป็นวันเมโมเรียล เดย์ (Memorial Day) ซึ่งเป็นวันหยุดของสหรัฐ

สำหรับปัจจัยในประเทศ นายเฉลิมพล เพ็ญสูตร ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ ครั้งที่ 3/2567 ที่มีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติเห็นชอบการจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 เพื่อใช้ในโครงการเติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ต กรอบวงเงิน 122,000 ล้านบาท โดยที่มาของงบประมาณนี้มาจากรัฐบาลมีรายได้เพิ่ม 10,000 ล้านบาท และจะทำงบประมาณขาดดุล 112,000 ล้านบาท โดยจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันพรุ่งนี้ (28/05)

ด้านนายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ที่มาของรายได้ที่เพิ่มขึ้น 10,000 ล้านบาท ไม่ใช่รายได้ที่จัดเก็บเพิ่ม แต่เป็นรายได้ที่รัฐบาลมีอยู่แล้ว ส่วนรายละเอียดจะต้องรอเสนอ ครม.พิจารณาในวันพรุ่งนี้ โดยในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 35.56-36.65 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 36.59/60 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

Advertisment

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (27/5) ที่ระดับ 1.0850/51 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (24/5) ที่ระดับ 1.0830/31ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร สอดคล้องกับการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ

โดยนางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐเปิดเผยว่า ธนาคารพาณิชย์ในยุโรปกำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในการดำเนินธุรกิจในรัสเซีย เนื่องจากสหรัฐกำลังพิจารณาเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรครั้งที่สองต่อธนาคารที่อำนวยความสะดวกด้านการทำธุรกรรมที่สนับสนุนความพยายามในการทำสงครามของรัสเซีย

นอกจากนี้ นายฟาบิโอ ปาเน็ตตา ผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้ออกคำแนะนำที่ชัดเจนสำหรับธนาคารอิตาลีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (25/5) โดยเน้นย้ำว่าธนาคารจะต้องถอนตัวออกจากรัสเซีย เนื่องจากการยังคงดำเนินธุรกิจในรัสเซียจะก่อให้เกิดปัญหาด้านชื่อเสียง

ทั้งนี้ ธนาคารไรฟไฟเซนเป็นธนาคารรายใหญ่ที่สุดของยุโรปที่ยังดำเนินธุรกิจให้รัสเซีย ตามมาด้วยธนาคารยูนิเครดิต ขณะที่ธนาคารอินเทซา ซานเปาโล (Intesa Sanpaolo) ซึ่งเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของอิตาลี กำลังอยู่ในระหว่างกระบวนการถอนตัวออกจากรัสเซีย ทั้งนี้ในระหว่างวันยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.0848-1.0851 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0850/51 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (28/5) ที่ระดับ 1156.79/80 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (24/5) ที่ระดับ 157.01/02 นายมาซาโตะ คันดะ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังฝ่ายกิจการระหว่างประเทศของญี่ปุ่นกล่าวว่า ญี่ปุ่นพร้อมที่จะดำเนินการที่เหมาะสมในตลาดทุกเวลา เพื่อรับมือกับความเคลื่อนไหวที่มากเกินไปของค่าเงินเยน โดยออกคำเตือนเกี่ยวกับโอกาสที่จะมีการแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยนครั้งใหม่

โดยนายคันดะกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ภายใต้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนที่ยืดหยุ่น BOJ ไม่จำเป็นต้องเข้าไปแทรกแซง หากการเคลื่อนไหวของสกุลเงินมีเสถียรภาพ แต่หากมีการเคลื่อนไหวที่ผันผวนมากเกินไป ซึ่งส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจ จึงจำเป็นต้องดำเนินการ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 156.79-156.88 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 155.68/69 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน พ.ค. (29/5) รายงาน Beige Book ของเฟด (30/5) ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2567 (Second Estimate) (30/5) ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (30/5) ตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (30/5) รายได้/รายจ่ายส่วนบุคคล (31/5) และอัตราเงินเฟ้อที่วัดจาก PCE/Core PCE Price Indices เดือน เม.ย. (31/5)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -8.8/-8.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -6.3/-5.6 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ