Skip to content

ส่องหุ้นกลุ่ม TOURISM รับอานิสงส์รัฐปลุกเที่ยวเมืองรอง

09 มิ.ย. 2567 | 10:25น.
ส่องหุ้นกลุ่ม TOURISM รับอานิสงส์รัฐปลุกเที่ยวเมืองรอง

รัฐบาลได้อนุมัติมาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรองไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งในมุมของหุ้น คาดว่าธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว การเดินทาง ก็น่าจะได้รับอานิสงส์เชิงบวก

โดย นายภาสกร หวังวิวัฒน์เจริญ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส จำกัด กล่าวว่า ตามที่กระทรวงการคลังได้ออกมาตรการกระตุ้นเที่ยวในประเทศ เน้นเมืองรอง แบ่งเป็น 1.มาตรการกระตุ้นสัมมนาในประเทศไทย สำหรับนิติบุคคล หักรายจ่ายได้ 2 เท่า สำหรับการอบรมสัมมนาที่จัดในจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรอง และหักรายจ่ายได้ 1.5 เท่า หากจัดนอกเมืองรอง

และ 2.มาตรการภาษีกระตุ้นท่องเที่ยวเมืองรอง สำหรับบุคคลธรรมดา สามารถนำค่าบริการที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว, ค่าที่พัก ในจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรองได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท มาหักเป็นค่าใช้จ่ายคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.-30 พ.ย. 2567 ซึ่งทั้ง 2 มาตรการ ต้องมีใบกำกับภาษีในรูปแบบ e-Tax Invoice & e-Receipt

“มาตรการดังกล่าว ถือว่าเข้ามาช่วยการท่องเที่ยวในช่วงโลว์ซีซั่นได้ แต่มีผลในเชิงบวกอาจจะมีแรงส่งต่อภาคการท่องเที่ยวไทยไม่ได้มากนัก เพราะโดยปกติมาตรการกระตุ้นเมืองรองในอดีต จะดีกับหุ้นโรงแรม อย่างเช่น บมจ.ดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERW) เพราะมีโรงแรมฮ็อป อินน์ (HOP INN) ซึ่งเป็นโรงแรมราคาประหยัด สัดส่วน 12% ของรายได้รวม แต่ตอนนี้ ERW ยังไม่มี e-Tax Invoice & e-Receipt จึงยังไม่ได้ประโยชน์ทั้งโรงแรมเมืองรองและการจัดสัมมนา ซึ่งธุรกิจไมซ์ (MICE) มีสัดส่วนราว 4% ของรายได้ ERW”

ในทางตรงข้าม บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) มี e-Tax Invoice & e-Receipt เพราะได้เข้าร่วมมาตรการเมื่อต้นปีในส่วนของมาตรการ Easy e-Receipt ที่สามารถออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ได้ แต่โรงแรมส่วนใหญ่จะอยู่ในเมืองหลัก

ยกเว้นที่จังหวัดตาก ดังนั้น จะได้ประโยชน์เฉพาะในเชิงการจัดสัมมนา เนื่องจากมีสัดส่วนรายได้จากลูกค้ากลุ่ม MICE ที่สูง ทั้งโรงแรมใหญ่ที่ Central World ที่มีรายได้เฉพาะส่วน MICE ของ Central World ปี 2566 ประมาณ 440 ล้านบาท หรือราว 5% ของรายได้โรงแรม รวมทั้งเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ ทำให้ตอนนี้จึงได้ประโยชน์มากกว่า ERW

กราฟฟิก หุ้นท่องเที่ยว

ขณะที่ บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) โครงสร้างรายได้สัดส่วนเกือบ 50% ของรายได้รวมมาจากโรงแรมในยุโรป ส่วนธุรกิจโรงแรมในไทยส่วนใหญ่อยู่ในเมืองหลัก จึงได้ประโยชน์ไม่มาก

“ตอนนี้ ERW ยังไม่ได้ประโยชน์ ต้องติดตามว่า จะมีการออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่ ขณะที่ CENTEL คาดว่าจะมีรายได้ในเชิงบวกจากการจัดสัมมนา ขยับขึ้นได้ 5-10% แต่ไม่มีนัยมาก เมื่อเทียบกับฐานของรายได้โรงแรมที่มีอยู่กว่า 9,000 ล้านบาท ดังนั้น มาตรการนี้คงจะดีต่อบริษัทไซซ์ขนาดกลางและเล็กที่เข้าร่วมมากกว่า อย่างพวกเอเยนซี่ที่ไม่ได้จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นไทย”

ส่วน บมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT) ไม่มีสนามบินในเมืองรอง ยกเว้นที่จังหวัดเชียงราย ดังนั้น จะได้ประโยชน์เฉพาะขาออกขาเดียว แต่ขากลับไม่ได้ ส่วนหุ้นสายการบินอาจจะได้ประโยชน์มากกว่า เพราะอาจมีบางสายการบินที่สามารถบินลงสนามบินจังหวัดเมืองรองได้ เช่น สนามบินน่าน, สนามบินแพร่ เป็นต้น แต่ทั้งนี้ จะมีไฟลต์แค่วันละ 1-2 เที่ยวเท่านั้น แต่ทั้งนี้ ก็อาจจะกระตุ้นในเชิงจังหวัดเมืองรองใกล้ ๆ ที่สามารถขับรถเดินทางไปท่องเที่ยวได้

ดังนั้นในเชิงกลยุทธ์ลงทุนโฟกัสที่ CENTEL เพราะอย่างน้อยยังได้ประโยชน์ในเชิงการจัดสัมมนาสำหรับในกลุ่มหุ้นโรงแรม แต่ถ้าเป็น Top Pick กลุ่มยังมอง AOT มีความน่าสนใจ จากราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมาในช่วงนี้ตามจังหวะของฟันด์โฟลว์ หรือกระแสความกังวลในเรื่องการรับโอนสนามบินภูมิภาค ทำให้ราคาหุ้นน่าสนใจ เพื่อรอการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่น

นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า สำหรับมาตรการลดหย่อนภาษี 2567 เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในเมืองรองและจังหวัดท่องเที่ยว

คีย์สำคัญคือออกมาในช่วงที่เป็นโลว์ซีซั่น จึงเชื่อว่าสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้บ้าง แต่ประเด็นสำคัญคือช่วงไฮซีซั่นในช่วงต้นปีและปลายปี ภาคท่องเที่ยวก็ยังเพอร์ฟอร์มได้ดี ไม่มีสะดุด ดังนั้นในปีนี้ภาคท่องเที่ยวยังเป็นพระเอก