กรุงศรี ประเมินกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้ 32.10-32.75 บาท/ดอลลาร์
ค่าเงินบาท
กรุงศรี คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.10-32.75 บาทต่อดอลลาร์ ลุ้นเจรจาการค้าคืบหน้า
รายงานจากกลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กรุงศรี มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.10-32.75 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 32.39 บาท/ดอลลาร์ หลังแกว่งตัวแคบ ๆ ในกรอบ 32.36-32.57 บาท/ดอลลาร์
ขณะที่เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญ แม้ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) เดือนมิถุนายนของสหรัฐออกมาต่ำกว่าคาดเล็กน้อย แต่ผู้ร่วมตลาดเลือกที่จะสนใจข้อบ่งชี้ที่ว่าอัตราภาษีศุลกากรที่สูงขึ้นกำลังเริ่มส่งผลกระทบต่อราคาสินค้า ซึ่งสนับสนุนท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่าจะยังคงไม่รีบกลับมาลดดอกเบี้ยในอนาคตอันใกล้
นอกจากนี้ ตลาดการเงินปรับตัวผันผวนตามกระแสข่าวที่ว่าประธานาธิบดีทรัมป์วางแผนจะปลดประธานเฟดออกจากตำแหน่ง แต่ทรัมป์ได้ปฏิเสธในเวลาต่อมา ทางด้านเงินเยนแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 3 เดือนครึ่งก่อนการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกของญี่ปุ่น ซึ่งคาดว่าพรรคฝ่ายรัฐบาลจะเสียเสียงข้างมาก และการทำข้อตกลงการค้ากับสหรัฐอาจยากขึ้น ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทย 4,595 ล้านบาท แต่มียอดขายพันธบัตรสุทธิ 626 ล้านบาท
สำหรับในสัปดาห์นี้ ข่าวที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาการค้าจะยังเป็นปัจจัยชี้นำสำคัญ ในขณะเดียวกัน กรุงศรีตั้งข้อสังเกตว่าหากนักลงทุนกังวลมากขึ้นต่อความเป็นอิสระของเฟด ความน่าเชื่อถือด้านนโยบายจะถูกกระทบในวงกว้าง สถานการณ์เช่นนี้เพิ่มความไม่แน่นอนให้กับตลาดการเงิน
โดยความเสี่ยงที่เฟดจะถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองจะจำกัดการฟื้นตัวของเงินดอลลาร์ ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐสุ่มเสี่ยงจะเผชิญความเสียหายในระยะยาวและจะส่งผลให้เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Yield Curve) สหรัฐชันขึ้น กรณีที่ความเชื่อมั่นเกี่ยวกับการพยายามควบคุมอัตราเงินเฟ้อของเฟดถูกสั่นคลอน นอกจากนี้ ตลาดจะติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ซึ่งคาดว่าจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 2.00% ในวันที่ 24 กรกฎาคม
สำหรับปัจจัยในประเทศ แม้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในเดือนกรกฎาคม และเศรษฐกิจไทยเผชิญมรสุมหลายด้าน แต่เงินบาทกลับแข็งค่าสวนทางสกุลเงินส่วนใหญ่ในกลุ่มตลาดกำลังพัฒนา ขณะที่ราคาทองคำซึ่งได้รับอานิสงส์จากความเสี่ยงต่าง ๆ อาทิ กรณีเฟดอาจถูกคุกคาม ยังคงมีอิทธิพลต่อค่าเงินบาทในระยะสั้น
อย่างไรก็ดี ต้องติดตามแนวทางเจรจาการค้าต่อไป อนึ่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคาดว่าสหรัฐจะลดอัตราภาษีศุลกากรกับไทยจาก 36% เป็นไม่เกิน 20% เช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค โดยระบุว่าไทยปรับปรุงข้อเสนออย่างมากในการหารือรอบล่าสุด