เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
World อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
Politics ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
Business ‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
Business ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
Biz Movement ‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
Economic สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
Biz Movement มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
Economic ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
“พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
Real Estate “พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
ดูทั้งหมด

คลังปรับเพิ่มจีดีพีปี’68 โต 2.2% รับแรงหนุนส่งออก-บริโภคในประเทศ

30 ก.ค. 2568 | 12:53น.
GDP

GDP

คลังปรับเพิ่มจีดีพีปี 2568 โต 2.2% จากเดิม 2.1% สอดคล้อง IMF คาดไทยโต 2% รับแรงหนุนจากภาคอุตสาหกรรม-ส่งออก-บริโภคในประเทศ พร้อมเตรียมมาตรการรองรับผลกระทบชายแดนไทย-กัมพูชา และภาษีสหรัฐ

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2568 เพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะขยายตัวที่ 2.2% ต่อปี จากเดิมที่ประเมินไว้ 2.1% (ณ เมษายน 2568) ภายใต้สถานการณ์นโยบายภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐ และผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศของประเทศคู่ค้าของไทย โดยสอดคล้องกับทิศทางของเศรษฐกิจโลกและการปรับประมาณการของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่คาดว่า GDP ประเทศไทยจะเติบโต 2.0% จากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ที่ 1.8% ภายใต้บริบทของเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะขยายตัว 3.0%

สำหรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยมีแรงขับเคลื่อนหลักจาก 3 ปัจจัย ได้แก่ การผลิตภาคอุตสาหกรรม การส่งออก และการบริโภคภายในประเทศ โดยคาดว่าการผลิตภาคอุตสาหกรรมจะกลับมาขยายตัวที่ 1.2% ต่อปี (ในช่วงคาดการณ์ 0.7-1.7%) พลิกจากปีที่แล้วที่หดตัว -0.4% ตามการฟื้นตัวของกลุ่มยานยนต์ ชิ้นส่วน และแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์

พรชัย ฐีระเวช
พรชัย ฐีระเวช

ด้านมูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปดอลลาร์สหรัฐ คาดว่าจะขยายตัว 5.5% ต่อปี (ช่วงคาดการณ์ 5.0-6.0%) ปรับขึ้นจากประมาณการเดิมที่ 2.3% โดยได้รับแรงหนุนจากการนำเข้าที่เร่งตัวของประเทศคู่ค้าในครึ่งปีแรก ขณะที่การนำเข้าสินค้าคาดว่าจะโต 5.0% (ช่วงคาดการณ์ 4.5-5.5%) ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าสินค้าทุนเพื่อการผลิตส่งออก ทั้งนี้ยังมีความคาดหวังว่าไทยจะได้รับการผ่อนปรนภาษีนำเข้าจากสหรัฐ ภายในไตรมาส 3/2568 แม้จะยังมีความเสี่ยงจากมาตรการภาษีของสหรัฐ ในช่วงครึ่งปีหลัง

“ประเทศไทยคาดว่าจะได้รับข้อตกลงผ่อนปรนภาษีนำเข้าสหรัฐ (Reciprocal Tariffs) ภายในไตรมาส 3 ปี 2568 โดยอัตราภาษีที่ได้รับน่าจะอยู่ในช่วง 15-36% แต่ไม่น่าจะสูงถึง 36% และไม่ต่ำกว่า 15% โดยประเมินว่าไทยจะได้รับเงื่อนไขใกล้เคียงกับประเทศอื่นในอาเซียน เช่น เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และญี่ปุ่น ซึ่งสหรัฐได้มีการผ่อนปรนให้กับประเทศที่ตกลงสำเร็จแล้ว” นายพรชัย

การบริโภคภาคเอกชนยังเป็นแรงหนุนสำคัญ คาดว่าจะขยายตัว 3.1% (ช่วงคาดการณ์ 2.6-3.6%) สะท้อนจากแนวโน้มภาษีมูลค่าเพิ่มที่ขยายตัวต่อเนื่อง 9 ไตรมาส ส่วนการลงทุนภาคเอกชนขยายตัว 3.0% (ช่วงคาดการณ์ 2.5-3.5%) เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมที่ 0.4% ตามคำขอรับส่งเสริมการลงทุนจาก BOI มูลค่ารวมกว่า 1 ล้านล้านบาท จาก 1,880 โครงการในครึ่งปีแรก

ขณะที่การบริโภคภาครัฐคาดว่าจะเติบโต 1.2% (ช่วงคาดการณ์ 0.7-1.7%) ส่วนการลงทุนภาครัฐขยายตัว 3.9% (ช่วงคาดการณ์ 3.4-4.4%) โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ และการเดินหน้าโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาครัฐ วงเงินรวม 157,000 ล้านบาท ซึ่ง ครม.ได้อนุมัติแล้วกว่า 115,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน (น้ำ คมนาคม) การท่องเที่ยว เพิ่มผลิตภาพภาคส่งออก และเศรษฐกิจชุมชน

สำหรับด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจในประเทศยังแข็งแกร่ง คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ 0.4% (ช่วงคาดการณ์ -0.1% ถึง 0.9%) ขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 14.6 พันล้านดอลลาร์ หรือ 2.9% ของ GDP

สำหรับประเด็นผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา ประเมินว่าผลกระทบมีจำกัดอยู่ในพื้นที่ชายแดนและความเสียหายด้านทรัพย์สินและเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้ทางการทหาร ซึ่งกระทรวงการคลังได้ให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกรณีพิพาทชายแดน ประกอบด้วย

การขยายวงเงินทดรองราชการให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ จังหวัดละ 100 ล้านบาท และพร้อมพิจารณาขยายเพิ่มหากไม่เพียงพอเพื่อให้จังหวัดสามารถบริหารจัดการได้อย่างคล่องตัว การเลื่อนกำหนดเวลาชำระภาษี และการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเสริมสภาพคล่องและพักชำระหนี้ผ่านสถาบันการเงินของรัฐ โดยกระทรวงการคลังมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และมีการเตรียมความพร้อมที่จะออกมาตรการเพิ่มเติมอย่างเหมาะสมได้ทันท่วงทีต่อไป

ในระยะต่อจากนี้ไป ควรติดตามปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิด ได้แก่

1.นโยบายด้านภาษีของสหรัฐ และผลกระทบทางอ้อมจากการไหลเข้าของสินค้าจากประเทศที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายด้านภาษีที่ย้ายตลาดเข้าสู่ไทยมากขึ้น

2.ทิศทางของการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ

3.ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ทั้งในและนอกประเทศ

4.ระดับหนี้ครัวเรือนของภาคประชาชน

5.การย้ายฐานการลงทุนและการผลิตในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายด้านภาษีของสหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีดีพี (GDP)