เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics เช็กรายชื่อ 100 ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ‘ฝ่ายผู้ประกันตน’ ชิงเค้กดูแลเงินกองทุน 2.5 ล้านล้าน
เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
Politics เช็กรายชื่อ 85 ผู้สมัครฝั่งนายจ้าง ศึกเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ ทั้งบิ๊กธุรกิจ-ผู้นำหน่วยงาน
กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
Politics กางนโยบาย 6 กลุ่มผู้สมัครชิง ‘บอร์ดประกันสังคม 2569’ แก้โจทย์กองทุน 2.5 ล้านล้าน
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
News เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เช็กสถานที่-เอกสาร ก่อนเข้าคูหา 11 ต.ค.นีั้
สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
World สก็อตต์ เบสเซนต์ ขุนคลังสหรัฐไม่เข้าร่วมประชุม IMF-World Bank ที่ไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี
เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
Biz Movement เสิร์ฟเมนู“ปลานิล” ปลาของพ่อ บนเวที IMF-Worldbank
เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
Biz Movement เปิดพิกัดเทศกาลกินเจ 2569 รวมเมนูเด็ดอาหารเจ ตั้งแต่เยาวราชถึงห้างดัง
‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
Politics ‘วิโรจน์’ ชี้ เพื่อไทย รู้ดีปมฮั้ว ส.ว. บอกถึงเวลาวัดใจ เลือกบ้านเมืองหรืออำนาจ
ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
Real Estate ชงรัฐแก้ 5 โจทย์ใหญ่ปลดล็อกแบงก์-ฟื้นบ้านหลังแรก
ดูทั้งหมด

CEO แบงก์ไทยเครดิต โชว์ผลงานโตเด่น-ปล่อยกู้ SMEs

04 ส.ค. 2568 | 12:09น.
Roy Augustinus Gunara
สัมภาษณ์

ครึ่งปีที่ผ่านมา “ธนาคารไทยเครดิต” (CRADIT) ที่เป็นแบงก์น้องใหม่ ซึ่งเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯมาได้เพียงปีเศษ สามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ท่ามกลางความเสี่ยงสารพัด ทั้งปัญหาหนี้ครัวเรือน ภาวะดอกเบี้ยขาลง และปัจจัยจากภายนอกที่เข้ามากระทบ ทำได้อย่างไรและทิศทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร “รอยย์ ออกุสตินัส กุนารา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนล่าสุด

CEO ปลื้มครึ่งปีแรกโตสวนตลาด

“รอยย์” เปิดเผยว่า ธนาคารมีผลประกอบการที่ดีขึ้นต่อเนื่อง ถือได้ว่าดีที่สุดในภูมิภาค สวนทางกับภาพเศรษฐกิจในปี 2568 ที่มีความท้าทายและปัจจัยเสี่ยงเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งการทำธุรกิจจึงต้องเป็นไปอย่างรอบคอบและระมัดระวัง โดยการเติบโตของธนาคารในช่วงที่ผ่านมา มีการปรับตัวที่ดี หนี้เสียที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ค่อนข้างทรงตัว สะท้อนว่ากลุ่มลูกค้าหลักของธนาคาร ที่เป็นธุรกิจไมโครเอสเอ็มอี และกลุ่มสินเชื่อนาโนและไมโครเครดิต ยังคงมีความแข็งแกร่งและมีความยืดหยุ่น แม้ว่าเศรษฐกิจจะผันผวน

สำหรับภาพรวมผลประกอบการในช่วงครึ่งแรก ปี 2568 ธนาคารสามารถรักษาการเติบโตและคุณภาพสินเชื่อได้ดี ประสบความสำเร็จภายใต้ภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว และหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง โดยไทยเครดิตเติบโตถึง 5.2% สูงสุดในระบบธนาคารพาณิชย์ที่ภาพรวมหดตัว -0.4% บางแห่งโตเล็กน้อย และบางแห่งหดตัว

“กำไรสุทธิของธนาคารเติบโต 44% จาก 1,270 ล้านบาท มาอยู่ที่ 1,828 ล้านบาท ในช่วงครึ่งปีแรก”

ทั้งนี้ ธนาคารมียอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 1.74 แสนล้านบาท ขณะที่การให้สินเชื่ออย่างระมัดระวัง ส่งผลให้เอ็นพีแอลอยู่ที่ 4.3% เทียบกับหนี้เสียกลุ่มเอสเอ็มอีในอุตสาหกรรมที่สูงถึง 7% สะท้อนว่าธนาคารสามารถบริหารจัดการหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปีนี้ธนาคารไม่ได้ตัดขายหนี้เอ็นพีแอล จากปีก่อนที่ตัดขายราว 2,000 ล้านบาท ประกอบกับเร่งช่วยเหลือลูกค้าผ่านโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” แม้จะกระทบรายได้ดอกเบี้ย แต่ลูกค้าไม่ไหลเป็นหนี้เสีย

“การเติบโตของเรา ในอดีตเฉลี่ยปีละ 24-25% แต่ในระยะสั้นจะเติบโต 10-15% การจะกลับไปเติบโตสูง ๆ ขึ้นกับสถานการณ์เศรษฐกิจและความแข็งแกร่งของลูกค้า เพราะปล่อยสินเชื่อปีละ 60,000 ล้านบาท ประมาณ 70% จะเป็นลูกค้าใหม่ ทั้งนี้ ธนาคารจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่ในวงเงินที่เล็กลง ระมัดระวังมากขึ้น เพื่อไม่ให้ลูกค้าเป็นหนี้เกินตัว”

ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สินเชื่อของธนาคารมีอัตราการเติบโต 250% หรือกว่า 3 เท่า ซึ่งในปีนี้คาดว่าอัตราการเติบโตจะเป็น 2 หลัก ขยายตัวต่อเนื่อง แต่เป็นการขยายตัวที่มีความระมัดระวังมากขึ้น

“ในภาวะเศรษฐกิจมีความผันผวน และปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง ส่งผลให้อัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) ปรับเพิ่มขึ้น และยอดการอนุมัติสินเชื่อ (Approval Rate) ปรับลดลง เมื่อเทียบกับช่วงการระบาดของโควิด ที่ยอดการอนุมัติสูงกว่า เนื่องจากลูกค้าไม่มีการลงทุนใหม่ แต่ยังต้องการสินเชื่อ ซึ่งธนาคารต้องรัดกุม”

สำหรับกลยุทธ์การเติบโตของธนาคาร จะโฟกัสในกลุ่มลูกค้าไมโครเอสเอ็มอี และกลุ่มนาโน เนื่องจากเป็นกลุ่มลูกค้าหลัก สัดส่วนประมาณ 70% ของพอร์ตสินเชื่อรวม ซึ่งในช่วง 10-20 ปีที่ผ่านมา ธนาคารหรือสถาบันการเงินส่วนใหญ่ไม่ได้ลงมาเล่นในตลาดนี้ แต่ธนาคารมองว่าเป็นโอกาส

“ในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา มูลค่าตลาดกลุ่มไมโครเอสเอ็มอีและนาโน มีมูลค่าเพียง 2 หมื่นล้านบาท แต่ปัจจุบันมีมูลค่าตลาดสูงถึง 1.7 แสนล้านบาท และคาดการณ์ว่าภายใน 3-5 ปีข้างหน้า มูลค่าตลาดกลุ่มนี้จะปรับเพิ่มขึ้นอีกเป็นหลักแสนล้าน จึงเป็นโอกาสในการเติบโต”

“รอยย์” กล่าวว่า เป้าหมายธุรกิจในปีนี้ ธนาคารตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อเติบโต 10-15% ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อยู่ที่ 7.5-8% ต้นทุนต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) อยู่ที่ 42-43% หนี้เอ็นพีแอลควบคุมไม่เกิน 4.5% ต้นทุนความเสี่ยงจากการปล่อยสินเชื่อ (Credit Cost) 2-2.7% และผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 15.5-20%

“แผนในอนาคต เราจะเน้น 2 เรื่อง คือ เน้นลูกค้ากลุ่มไมโครเอสเอ็มอีและกลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน ภายใต้การจัดการควบคุมคุณภาพหนี้ เพื่อให้ธนาคารสามารถขยายธุรกิจและฐานลูกค้าใหม่ได้ต่อเนื่อง รวมถึงการนำเอาเทคโนโลยีผ่านการทำ Digital Transformation เข้ามารองรับธุรกิจใหม่ ๆ โดยจะมีการลงทุนในด้านไอที ซึ่งจะช่วยให้ลดการดำเนินงานในอนาคตลง”

สำหรับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าของสหรัฐ “รอยย์” กล่าวว่า ธนาคารได้สำรวจพอร์ตสินเชื่อของลูกค้าอย่างใกล้ชิด ซึ่งส่วนใหญ่กว่า 70% ค้าขายภายในประเทศ ทำให้ผลกระทบค่อนข้างน้อย แต่ก็มีบางส่วนที่เกี่ยวข้องในซัพพลายเชน

“จากการสำรวจและพูดคุยกับลูกค้า พบว่าประมาณ 50% ธุรกิจยังมีเสถียรภาพและทรงตัว และอีกราว 50% ยอมรับว่ารายได้ปรับลดลงประมาณ 20-30% และอาจมีบางกลุ่มที่จำเป็นต้องปิดกิจการลง เนื่องจากไม่มีรายได้ ซึ่งโดยภาพรวมยังมองว่าลูกค้าส่วนใหญ่ยังสามารถปรับตัวได้”

“รอยย์” กล่าวว่า ในการเตรียมความพร้อมรับผลกระทบดังกล่าว ธนาคารมี 2-3 แผนด้วยกัน คือ 1.ช่วยเหลือลูกค้าโดยการปรับโครงสร้างหนี้ 2.ตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ กรณีลูกค้าไม่สามารถไปต่อได้ เนื่องจากธนาคารต้องมีความแข็งแรง และ 3.การพิจารณาปล่อยสินเชื่ออย่างรัดกุม ถือเป็นกระบวนการสำคัญ

“เรามองว่า Tariffs ที่ออกมา 19% จากเดิมที่อยู่ 36% ถือว่าเป็นข่าวที่ดี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็น New Normal ที่จะทำให้ธุรกิจจะต้องปรับตัวเพื่อรองรับสิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปในอนาคต ซึ่งเราก็ต้องติดตามใกล้ชิด เพราะว่าเพิ่งเริ่มมีผลบังคับใช้”