Skip to content

ออมสิน-ธอส.-บสย. ระดมมาตรการเยียวยาผลกระทบชายแดนไทย-กัมพูชา

07 ส.ค. 2568 | 11:57น.
ออมสิน-ธอส.-บสย. ระดมมาตรการเยียวยาผลกระทบชายแดนไทย-กัมพูชา

สถาบันการเงินของรัฐ ขานรับนโยบายรัฐ ร่วมจัดมาตรการเยียวยาผลกระทบชายแดนไทย-กัมพูชา
“ออมสิน” จัด 4 สินเชื่อพิเศษดอกเบี้ย 0% “ธอส.” ให้กู้ซ่อมบ้านดอกเบี้ย 1% นาน 3 ปีแรก “บสย.” ช่วยลูกหนี้ SMEs – ลูกค้าเดิม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (6 ส.ค. 68) ในการประชุมร่วมระหว่างหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง โดยมีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง และนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง ติดตามมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณไทย-กัมพูชาอย่างใกล้ชิด โดยมีมาตรการจากสถาบันการเงินของรัฐเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ดังนี้

ออมสินจัด 4 สินเชื่อพิเศษดอกเบี้ย 0%

นายวีระชัย อมรถกลสุเวช รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินอาวุโส รักษาการผู้อำนวยการธนาคารออมสินเปิดเผยว่า ธนาคารมีความห่วงใยอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา และอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายทั้งต่อทรัพย์สิน การดำรงชีวิต และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสภาพจิตใจของ พี่น้องประชาชน ในการนี้ ธนาคารได้ดำเนินมาตรการออก สินเชื่อเงื่อนไขพิเศษ 4 ประเภท โดยทุกประเภทคิดอัตราดอกเบี้ย 0% นาน 3 เดือนแรก ไม่ต้องรับภาระดอกเบี้ยในช่วงเริ่มต้น

เพื่อช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการจำนวนมากที่ยังประสบปัญหาทางการเงินจากการต้องหยุดประกอบอาชีพ ขาดรายได้ หรือทรัพย์สิน/ที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหาย ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนและฟื้นคืนสู่สภาวะปกติได้เร็วขึ้น

มาตรการสินเชื่อเงื่อนไขพิเศษ เปิดให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถยื่นกู้ได้ตั้งแต่บัดนี้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา ดังนี้

– สินเชื่อฉุกเฉิน เพื่อเสริมสภาพคล่อง ไม่ต้องใช้หลักประกัน วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาทต่อราย ไม่ต้องชำระทั้งดอกเบี้ยและเงินต้นใน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ย 0.60% ต่อเดือน ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 24 เดือน สำหรับผู้มีอาชีพ มีรายได้ สัญชาติไทย ที่มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป

– สินเชื่อฟื้นฟูบ้าน เพื่อต่อเติมซ่อมแซมที่อยู่อาศัย วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาทต่อราย
อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 – 24 = 2.000% ต่อปี ปีที่ 3 = MRR – 3.350%
และปีที่ 4 เป็นต้นไป = MRR – 0.750% ต่อปี ระยะเวลาชำระคืนเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 10 ปี สำหรับลูกค้าใหม่ กรณีลูกค้าเดิมผ่อนชำระไม่เกินระยะเวลาคงเหลือตามสัญญาเดิม โดยธนาคารสนับสนุนค่าประเมินหลักทรัพย์ตามจ่ายจริงแต่ไม่เกิน 3,000 บาทต่อราย

– สินเชื่อฟื้นฟูรายย่อย เพื่อเป็นเงินทุนหรือซ่อมแซมสถานประกอบการ ไม่ต้องใช้หลักประกัน วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาทต่อราย ไม่ต้องชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยใน 3 เดือนแรก อัตราดอกเบี้ยเดือนที่ 4 เป็นต้นไป = 15.00% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 84 เดือน สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระหรือบุคคลธรรมดา ที่มีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป

– สินเชื่อฟื้นฟู SME เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในการฟื้นฟูกิจการ อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี 3 เดือนแรก และเดือนที่ 4 เป็นต้นไป ดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.99% ต่อปี สำหรับวงเงินกู้ไม่เกิน 10 ล้านบาท
ทั้งนี้ ให้กู้เท่าที่จำเป็นและความสามารถในการชำระคืน เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

ธอส.ให้กู้ซ่อมบ้านดอกเบี้ย 1% นาน 3 ปีแรก

นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า หลังจาก ธอส. ได้จัดทำมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนลูกค้า จากสถานการณ์ข้อพิพาทชายแดนไทย – กัมพูชา ที่ที่อยู่อาศัยหรือหลักประกันเสียหายทั้งหลัง จนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ โดยลูกค้าสถานะปกติจะได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.01 % ต่อปีตลอดอายุสัญญา และสำหรับลูกค้าสถานะ NPL สามารถพักชำระหนี้นานสูงสุด 1 ปี จากนั้นผ่อน 0.01% ตลอดระยะเวลาคงเหลือ

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการดำเนินการตามนโยบายกระทรวงการคลัง ที่มีความมุ่งมั่นในการช่วยบรรเทาและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ธอส. จึงสานต่อความช่วยเหลือให้ครอบคลุมกรณีที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายบางส่วน ดังนี้

1) ลูกค้าปัจจุบันของธนาคารสามารถกู้เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยกับ ธอส. ภายใต้โครงการสินเชื่อซ่อม-แต่ง และสินเชื่อซ่อม-แต่ง Plus วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 3 แสนบาท/ราย ระยะเวลาการกู้นานสูงสุด 5 ปี โดยวงเงิน 1 แสนบาทแรก อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีเพียง 1% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ย 1.99% ต่อปี ในวงเงิน 200,000 บาทถัดมา โดยไม่ต้องจดทะเบียนการจำนองเพิ่มที่สำนักงานที่ดิน

2) ลูกค้าใหม่สามารถกู้เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย วงเงินกู้สูงสุด/ราย/หลักประกัน ไม่เกิน 2 ล้านบาท ระยะเวลาการกู้นานสูงสุดนาน 40 ปี อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 – 24 เท่ากับ 2.00% ต่อปี ปีที่ 3 เท่ากับ MRR -3.30% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ย MRR ของ ธอส. ปัจจุบัน เท่ากับ 6.495% ต่อปี) พร้อมฟรีค่าธรรมเนียมประเมินราคาหลักประกัน (1,900-2,800 บาท) และค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการจำนองไม่เกิน 1% ของวงเงินจำนอง

บสย.ช่วยลูกหนี้ SMEs – ลูกค้าเดิม

นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า ในส่วนของ บสย. ได้ออกมาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ลูกหนี้ที่ถูกจ่ายเคลม และลูกค้าของ บสย. โดยมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ และลูกค้าเดิมของ บสย. ที่อยู่ในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ดังนี้

– ผ่อนผันการชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกัน และค่าจัดการค้ำประกัน โดยพักชำระออกไปอีก 6 เดือน นับจากวันถึงกำหนดชำระค่าธรรมเนียมสำหรับ SMEs ลูกค้า บสย. ที่จะครบกำหนดชำระในวันที่ 31 ส.ค.68

– ขยายการพักชำระค่างวด เป็นระยะเวลา 6 เดือน สำหรับ SMEs ลูกหนี้ที่ถูกจ่ายเคลม ที่อยู่ในระหว่างผ่อนชำระตามแผนปรับโครงสร้างหนี้ และไม่ผิดนัดชำระหนี้

พร้อมด้วยมาตรการเสริมสภาพคล่อง ภายใต้โครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS11 “บสย. SMEs ยั่งยืน” 2 โครงการหลัก ได้แก่ โครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs Power Trade & Biz วงเงินค้ำประกัน 3,000 ล้านบาท วงเงินค้ำประกันต่อราย 5 แสน – 10 ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนสำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

และโครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs Micro Biz วงเงินค้ำประกัน 2,000 ล้านบาท วงเงินค้ำประกันต่อราย 10,000 – 500,000 บาท ตอบโจทย์กลุ่มรายย่อย (Micro SMEs) ที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียน แต่ขาดคนค้ำประกัน และขาดหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยทั้ง 2 โครงการมีจุดเด่น คือ ฟรี! ค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 3 ปีแรก ปีต่อไปชำระต่ำเพียง 1.5% ต่อปี ค้ำประกันสูงสุด 7 ปี