ไทยประกันชีวิต กวาดกำไรครึ่งปีแรกกว่า 6.3 พันล้าน ยอดขายโตทุกช่องทาง
ไทยประกันชีวิต (TLI) โชว์ผลงานครึ่งปีแรก 2568 กำไรธุรกิจใหม่ (VONB) โต 28% รับแรงหนุนยอดขายทุกช่องทาง ภายใต้มาตรฐานบัญชีใหม่กำไรสุทธิยังแข็งแกร่ง 6,328 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าพื้นฐานของกิจการเพิ่มขึ้นเกือบ 10%
บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI รายงานผลประกอบการครึ่งปีแรก ของปี 2568 มูลค่ากำไรของธุรกิจใหม่ (Value of New Business : VONB) อยู่ที่ 4,258 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการเติบโตของยอดขายทุกช่องทาง ภายใต้กลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะสัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพ แม้เผชิญภาวะอัตราดอกเบี้ยขาลง ทั้งนี้ ภายใต้มาตรฐานบัญชีใหม่ กำไรสุทธิยังคงแข็งแกร่งที่ 6,328 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) 23.0%
นายไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า การเติบโตของ VONB มาจากการเติบโตของการขายของทุกช่องทางการขาย โดยเบี้ยประกันภัยรับปีแรกแบบคำนวณรายปี (APE) ในช่วง 6 เดือนแรกอยู่ที่ 6,725 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งการขายผ่านตัวแทนประกันชีวิตยังเป็นช่องทางการขายหลักและเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขายสัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพที่ยังคงมีความต้องการจากผู้บริโภค รวมถึงการร่วมมือกับพันธมิตรพัฒนาผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ลูกค้า
สำหรับกำไรในส่วนที่ไม่รวมรายการพิเศษและผลกระทบจากความผันผวนของตลาด สูงถึง 5,955 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ ยังมีกำไรจากการรับประกันภัยเป็นหลักอยู่ที่ 5,069 ล้านบาท ขณะที่กำไรจากการลงทุนที่ไม่รวมรายการพิเศษและผลกระทบจากความผันผวนของตลาด มีการเติบโตสอดคล้องกับการเติบโตของพอร์ตลงทุนและธุรกิจประกันภัย
ทั้งนี้ พอร์ตการลงทุนของบริษัท มีการกระจายความเสี่ยงทั้งในและนอกประเทศ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 มากกว่า 85% ของสินทรัพย์ลงทุนทั้งหมด อยู่ในรูปแบบตราสารหนี้ที่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับที่น่าลงทุน
ผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มูลค่าพื้นฐานของกิจการ (Embedded Value) ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 อยู่ที่ 198,701 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.9% จากสิ้นปี 2567 หรือคิดเป็น 17.4 บาทต่อหุ้น ขณะที่อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR Ratio) ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 อยู่ที่ 577.9% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดไว้อยู่ที่ 140%
TLI ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ควบคู่ไปกับการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และพัฒนาประสิทธิภาพการบริการเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีและไร้รอยต่อให้กับลูกค้า ผ่าน “แอปพลิเคชั่น ไทยประกันชีวิต” เพื่อเป็นช่องทางหลักในการให้บริการลูกค้าในการเข้าถึงข้อมูลกรมธรรม์และความคุ้มครองได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมขยายบริการด้านสุขภาพ ไทยประกันชีวิต Health Care Solutions อาทิ บริการไทยประกันชีวิต Telemedicine และ ไทยประกันชีวิต ฮอตไลน์ บนแอปพลิเคชั่น รวมถึงแพลตฟอร์ม “TL SMART” เพื่อยกระดับการทำงานของตัวแทน
นายไชยกล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทได้นำแนวทาง ESG ผนวกเข้ากับกลยุทธ์ทางธุรกิจ ครอบคลุมทั้งในมิติเศรษฐกิจ มิติสังคม มิติสิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล เห็นได้จากรางวัลและการคัดเลือกต่าง ๆ ที่บริษัทได้รับ สะท้อนการดำเนินธุรกิจของไทยประกันชีวิตที่ยึดมั่นในบรรษัทภิบาลและความโปร่งใส รวมถึงความเป็นเลิศในการบริหารจัดการและสร้างความสัมพันธ์อันดีกับนักลงทุน ซึ่งช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือ และเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนในระดับสากล