TEAMG เฮ คลังปรับราคากลางจ้างที่ปรึกษาโปรเจ็กต์รัฐเพิ่ม 14% มีผล 1 ต.ค. 68
TEAMG ขานรับ สบน. ปรับราคากลางการจ้างที่ปรึกษาฉบับใหม่ ดันราคาจ้างที่ปรึกษาพุ่ง 14% มีผลตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569 ขณะที่ปี’68 กวาดงานต่อเนื่อง ทั้งงานที่ปรึกษาและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง มูลค่ากว่า 2,900 ล้านบาท
นายระพี ผ่องบุพกิจ ประธานกรรมการ บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEAMG เปิดเผยว่า จากที่ล่าสุด สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กระทรวงการคลัง ในฐานะหน่วยงานกลางที่กำหนดราคามาตรฐานงานจ้างที่ปรึกษา ได้กำหนดหลักเกณฑ์ราคากลางการจ้างที่ปรึกษาฉบับใหม่ เพื่อให้เหมาะสมกับปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคม โดยทำหนังสือแจ้งปลัดกระทรวง อธิบดี เลขาธิการ ผู้อำนวยการ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายกเมืองพัทยา หัวหน้ารัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารท้องถิ่น และหัวหน้าหน่วยงานอื่นของรัฐให้หน่วยงานของรัฐถือปฏิบัติตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป
ในการปรับราคากลางการจ้างที่ปรึกษาใหม่ ส่งผลดีต่อรายได้ของบริษัท โดยเฉพาะที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม ที่เป็นธุรกิจหลักของบริษัท มีการปรับราคากลางเพิ่มขึ้นประมาณ 14% โดยบริษัทดำเนินธุรกิจที่ปรึกษาด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรม สิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การศึกษา ออกแบบ จัดทำรายงาน บริหารโครงการ ควบคุมก่อสร้าง และการก่อสร้างโครงการ รวมถึงการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
“TEAMG นับเป็นบริษัทที่ปรึกษารายใหญ่อันดับต้น ๆ ของประเทศ มีประสบการณ์ในโครงการขนาดใหญ่ของรัฐมากว่า 47 ปี ส่วนใหญ่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โครงข่ายรถไฟ รถไฟฟ้า ระบบถนน การพัฒนาท่าอากาศยานและท่าเรือ รวมถึงเขื่อนผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ เป็นต้น ซึ่งล่าสุด บริษัทและพันธมิตรได้รับเลือกเป็นผู้สำรวจและออกแบบสนามบินภูเก็ตระยะที่ 2 กับการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) มูลค่าโครงการ 200 ล้านบาท
พร้อมกันนี้บริษัทกับพันธมิตรได้รับเลือกเป็นผู้สำรวจและออกแบบโครงการพัฒนาการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงระยะที่ 1 กับ ทอท. ดังนั้นการปรับหลักเกณฑ์ราคากลางการจ้างที่ปรึกษาฉบับใหม่จึงเป็นประโยชน์กับบริษัทอย่างมาก”
นายระพีกล่าวต่อไปอีกว่า ขณะที่ผลประกอบการบริษัท ยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการรับงานได้เกินกว่าเป้าที่วางไว้ ทั้งงานที่ปรึกษาและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ด้าน Engineering Procurement & Construction (EPC) โดยบริษัทมีงานที่ยังไม่ส่งมอบ (Backlog) ณ เดือนสิงหาคม 2568 มูลค่า 5,404 ล้านบาท และได้รับงานในปี 2568 นับถึงปัจจุบันเป็นมูลค่ากว่า 2,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 85% เทียบกับช่วง 9 เดือนแรกของปี 2567