เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
Automotive SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
News กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
Politics นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
สามัญสำนึก ‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
Finance ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ข่าวหน้า 1 จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
SC ผนึก Rosewood ผุดเรสซิเดนซ์อัลตราลักเซอรี่ ทำเลพระราม 4 สร้างเสร็จปี‘73
Real Estate SC ผนึก Rosewood ผุดเรสซิเดนซ์อัลตราลักเซอรี่ ทำเลพระราม 4 สร้างเสร็จปี‘73
ธอส. เปิดตัวเงินฝากออมทรัพย์ “เก็บออม” ดอกเบี้ย 1.55% ต่อปี ถึง 30 ธ.ค.นี้
Finance ธอส. เปิดตัวเงินฝากออมทรัพย์ “เก็บออม” ดอกเบี้ย 1.55% ต่อปี ถึง 30 ธ.ค.นี้
“วราวุธ” สั่งกวาดล้างโรงงานขยะอิเล็กทรอนิกส์ 5 จังหวัด คิกออฟ 1 พ.ย. ฝ่าฝืนปิดโรงงาน-เร่งแก้กฎหมายเพิ่มโทษ
Economic “วราวุธ” สั่งกวาดล้างโรงงานขยะอิเล็กทรอนิกส์ 5 จังหวัด คิกออฟ 1 พ.ย. ฝ่าฝืนปิดโรงงาน-เร่งแก้กฎหมายเพิ่มโทษ
ดูทั้งหมด

รัฐบาลใหม่ Kick-off เลือกลงทุนหุ้น ที่ได้ประโยชน์มาตรการรัฐ

05 ต.ค. 2568 | 10:22น.
คอลัมน์ : เติมความคิดพิชิตการลงทุน
ผู้เขียน : พบชัย ภัทราวิชญ์ บล. InnovestX

เมื่อวันที่ 29-30 กันยายน ที่ผ่านมา คุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาและประชาชน โดยจะแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศ 5 ด้าน 15 นโยบายสำคัญ ภายใน 4 เดือน เราประเมินว่า ภายใต้ข้อจำกัดด้านเวลาบริหารประเทศ 4 เดือนของรัฐบาลคุณอนุทิน ทำให้นโยบายที่แถลงออกมาจะสร้างผลบวกต่อเศรษฐกิจได้จำกัด

โดยเมื่อพิจารณานโยบายสำคัญ คาดนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นอย่างโครงการคนละครึ่งพลัส จะเร่งดำเนินการและมีความชัดเจนมากสุดเป็นโครงการแรก ๆ รองมาที่คาดจะเห็นความคืบหน้า คือ มาตรการพักหนี้และเสริมสภาพคล่องให้ประชาชนและ SMEs รวมทั้งมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ

ขณะที่นโยบายอื่น ๆ อาจต้องใช้เวลาอีกระยะ ส่วนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ต่าง ๆ เช่น รถไฟฟ้าสายต่าง ๆ รถไฟความเร็วสูง และสะพานเชื่อมโยงภูมิภาค ไม่ได้อยู่ในแถลงการณ์ 15 นโยบายสำคัญของรัฐบาล คาดเป็นเพราะต้องใช้เวลาเตรียมการมากและมีผลผูกพัน

อีกทั้งยังเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย จึงเน้นไปที่นโยบายเร่งด่วนเฉพาะหน้าเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม ในถ้อยแถลงเพิ่มเติมมีการกล่าวถึงการเตรียมพร้อมศึกษาและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอยู่บ้าง ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป

ทั้งนี้ เรามีความเห็นว่า โครงการคนละครึ่งพลัสจะดำเนินการได้เร็วหาก ครม.อนุมัติ เพราะไม่ต้องลงทุนระบบแอปพลิเคชั่นใหม่ โดยใช้แอปเป๋าตังที่มีอยู่เดิม อีกทั้งยังสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ซึ่งจะเป็น Sentiment บวกต่อบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มค้าปลีก กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (เครื่องดื่ม) จะเป็นผู้ได้ประโยชน์โดยตรงในช่วงที่โครงการมีผลบังคับใช้ เนื่องจากประชาชนจะมีแรงจูงใจในการจับจ่ายเพิ่มขึ้น และเงินหมุนเวียนเข้าสู่เศรษฐกิจฐานรากมากขึ้น จากข้อมูลในอดีตพบว่า ส่งผลดีต่อยอดขายและศักยภาพทำกำไร

ขณะที่ในเชิงเศรษฐกิจ เราประเมินว่าโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งใช้งบประมาณ 6.65 หมื่นล้านบาท จะช่วยกระตุ้น GDP เพิ่มขึ้นได้ราว 0.20-0.25%

ขณะที่แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้นั้น เรามองว่า SET มีโอกาสแกว่งตัว Sideways-up จากความคืบหน้าการเร่งออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น รวมทั้งการเริ่มเบิกจ่ายงบประมาณปี 2569 ซึ่งจะช่วยหนุนให้เกิดแรงซื้อเก็งกำไรและการไหลกลับเข้ามาของ Fund Flow

อีกทั้งคาดมีปัจจัยหนุนเพิ่มจาก 1) การประชุมนโยบายการเงินของ กนง. ซึ่งหากมีการตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีกใน 4Q68 จะทำให้ทิศทางดอกเบี้ยขาลงชัดเจนขึ้น ช่วยหนุนให้เกิดกระแสเงินทุนไหลเข้าในตลาดสินทรัพย์เสี่ยง เช่น ตลาดหุ้น แทนตลาดตราสารหนี้ 2) ความคืบหน้าการเจรจาการค้าเพิ่มเติมระหว่างสหรัฐและจีน 3) จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาไทยที่เริ่มฟื้นตัวดีขึ้น และเข้าสู่ High Season

เราคาดปี 2568 GDP ไทยจะเติบโต 1.8% YOY และเติบโต 1.4% ในปี 2569 ขณะที่ตลาดหุ้นไทย คาด SET มีโอกาสซื้อขายในกรอบ PER 14-15 เท่า หรืออยู่ในกรอบ 1,316-1,410 จุด

กลยุทธ์ลงทุนสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ แนะนำหาจังหวะซื้อสะสม 1) หุ้นที่เคยได้ประโยชน์จากเกิดโครงการคนละครึ่งในอดีต ซึ่งมียอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นในช่วงที่มาตรการมีผลบังคับใช้ แนะนำ CPAXT (มีฐานลูกค้าโชห่วยและร้านอาหาร), TNP (เป็นร้านธงฟ้า), BJC, CPALL, CBG, OSP, HTC, ICHI, SAPPE

และ 2) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่น ๆ ของรัฐบาล แนะนำ กลุ่มค้าปลีก (CPALL BJC TNP GLOBAL) กลุ่มท่องเที่ยว (CENTEL ERW) กลุ่มไฟแนนซ์ (MTC TIDLOR) กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม (WHA AMATA) และกลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF BGRIM BCPG CKP)

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดัชนีหุ้นไทย