เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘พท.’ ประกบ พ.ร.บ.หลักของพรรคการเมือง หลังพบเนื้อหายังไม่ใช่
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘พท.’ ประกบ พ.ร.บ.หลักของพรรคการเมือง หลังพบเนื้อหายังไม่ใช่
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
Automotive SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
News กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
Politics นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
สามัญสำนึก ‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
Finance ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ข่าวหน้า 1 จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ดูทั้งหมด

รัฐบาลใหม่ Kick-off เลือกลงทุนหุ้น ที่ได้ประโยชน์มาตรการรัฐ

05 ต.ค. 2568 | 10:22น.
คอลัมน์ : เติมความคิดพิชิตการลงทุน
ผู้เขียน : พบชัย ภัทราวิชญ์ บล. InnovestX

เมื่อวันที่ 29-30 กันยายน ที่ผ่านมา คุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาและประชาชน โดยจะแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศ 5 ด้าน 15 นโยบายสำคัญ ภายใน 4 เดือน เราประเมินว่า ภายใต้ข้อจำกัดด้านเวลาบริหารประเทศ 4 เดือนของรัฐบาลคุณอนุทิน ทำให้นโยบายที่แถลงออกมาจะสร้างผลบวกต่อเศรษฐกิจได้จำกัด

โดยเมื่อพิจารณานโยบายสำคัญ คาดนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นอย่างโครงการคนละครึ่งพลัส จะเร่งดำเนินการและมีความชัดเจนมากสุดเป็นโครงการแรก ๆ รองมาที่คาดจะเห็นความคืบหน้า คือ มาตรการพักหนี้และเสริมสภาพคล่องให้ประชาชนและ SMEs รวมทั้งมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ

ขณะที่นโยบายอื่น ๆ อาจต้องใช้เวลาอีกระยะ ส่วนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ต่าง ๆ เช่น รถไฟฟ้าสายต่าง ๆ รถไฟความเร็วสูง และสะพานเชื่อมโยงภูมิภาค ไม่ได้อยู่ในแถลงการณ์ 15 นโยบายสำคัญของรัฐบาล คาดเป็นเพราะต้องใช้เวลาเตรียมการมากและมีผลผูกพัน

อีกทั้งยังเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย จึงเน้นไปที่นโยบายเร่งด่วนเฉพาะหน้าเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม ในถ้อยแถลงเพิ่มเติมมีการกล่าวถึงการเตรียมพร้อมศึกษาและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอยู่บ้าง ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป

ทั้งนี้ เรามีความเห็นว่า โครงการคนละครึ่งพลัสจะดำเนินการได้เร็วหาก ครม.อนุมัติ เพราะไม่ต้องลงทุนระบบแอปพลิเคชั่นใหม่ โดยใช้แอปเป๋าตังที่มีอยู่เดิม อีกทั้งยังสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ซึ่งจะเป็น Sentiment บวกต่อบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มค้าปลีก กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (เครื่องดื่ม) จะเป็นผู้ได้ประโยชน์โดยตรงในช่วงที่โครงการมีผลบังคับใช้ เนื่องจากประชาชนจะมีแรงจูงใจในการจับจ่ายเพิ่มขึ้น และเงินหมุนเวียนเข้าสู่เศรษฐกิจฐานรากมากขึ้น จากข้อมูลในอดีตพบว่า ส่งผลดีต่อยอดขายและศักยภาพทำกำไร

ขณะที่ในเชิงเศรษฐกิจ เราประเมินว่าโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งใช้งบประมาณ 6.65 หมื่นล้านบาท จะช่วยกระตุ้น GDP เพิ่มขึ้นได้ราว 0.20-0.25%

ขณะที่แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้นั้น เรามองว่า SET มีโอกาสแกว่งตัว Sideways-up จากความคืบหน้าการเร่งออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น รวมทั้งการเริ่มเบิกจ่ายงบประมาณปี 2569 ซึ่งจะช่วยหนุนให้เกิดแรงซื้อเก็งกำไรและการไหลกลับเข้ามาของ Fund Flow

อีกทั้งคาดมีปัจจัยหนุนเพิ่มจาก 1) การประชุมนโยบายการเงินของ กนง. ซึ่งหากมีการตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีกใน 4Q68 จะทำให้ทิศทางดอกเบี้ยขาลงชัดเจนขึ้น ช่วยหนุนให้เกิดกระแสเงินทุนไหลเข้าในตลาดสินทรัพย์เสี่ยง เช่น ตลาดหุ้น แทนตลาดตราสารหนี้ 2) ความคืบหน้าการเจรจาการค้าเพิ่มเติมระหว่างสหรัฐและจีน 3) จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาไทยที่เริ่มฟื้นตัวดีขึ้น และเข้าสู่ High Season

เราคาดปี 2568 GDP ไทยจะเติบโต 1.8% YOY และเติบโต 1.4% ในปี 2569 ขณะที่ตลาดหุ้นไทย คาด SET มีโอกาสซื้อขายในกรอบ PER 14-15 เท่า หรืออยู่ในกรอบ 1,316-1,410 จุด

กลยุทธ์ลงทุนสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ แนะนำหาจังหวะซื้อสะสม 1) หุ้นที่เคยได้ประโยชน์จากเกิดโครงการคนละครึ่งในอดีต ซึ่งมียอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นในช่วงที่มาตรการมีผลบังคับใช้ แนะนำ CPAXT (มีฐานลูกค้าโชห่วยและร้านอาหาร), TNP (เป็นร้านธงฟ้า), BJC, CPALL, CBG, OSP, HTC, ICHI, SAPPE

และ 2) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่น ๆ ของรัฐบาล แนะนำ กลุ่มค้าปลีก (CPALL BJC TNP GLOBAL) กลุ่มท่องเที่ยว (CENTEL ERW) กลุ่มไฟแนนซ์ (MTC TIDLOR) กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม (WHA AMATA) และกลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF BGRIM BCPG CKP)

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดัชนีหุ้นไทย