เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ก.ล.ต.รับฟังข้อเสนอโบรกฯ จ่อปรับเกณฑ์คุม “ขายชอร์ต” ให้ชัดเจนขึ้น ยันกำกับดูแลตามหลักสากล

03 ต.ค. 2568 | 17:50น.

ก.ล.ต.รับข้อเสนอแนะจากกลุ่มโบรกเกอร์เกี่ยวกับการตรวจสอบธุรกรรมขายชอร์ต โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ HFT ย้ำหลักเกณฑ์ปัจจุบันสอดคล้องมาตรฐานสากล พร้อมปรับปรุงกฎเกณฑ์ให้ชัดเจนขึ้น และลดภาระผู้ลงทุน แต่ยังคงเข้มตรวจสอบธุรกรรมต้องสงสัย

รายงานจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ระบุว่า ในวันที่ 24 กันยายน 2568 ก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์ฯ รับข้อเสนอจากกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เกี่ยวกับการกำกับธุรกรรมขายชอร์ต โดยเฉพาะการทำธุรกรรมที่เกี่ยวพันกับ HFT (High Frequency Trading) ซึ่งมีผลกระทบสูงต่อตลาดทุน ทั้ง 2 หน่วยงานจึงได้พิจารณาร่วมกันและมีความเห็นต่อข้อเสนอแนะ ดังนี้

  1. ข้อเสนอเรื่องยกเลิก locate โดยเสนอให้พิจารณายกเลิกแนวทางการยืมหุ้นแบบ locate และเสนอหลักเกณฑ์ปฏิบัติของ บล. ในกรณีที่ลูกค้าขอ locate หลักทรัพย์ที่ยังไม่ชัดเจน และมาตรการป้องกันในระหว่างที่ยังไม่เลิก

ก.ล.ต.ระบุว่า การเปิดให้ บล.รับคำสั่งขายชอร์ตของลูกค้าที่ยืนยันการจัดหาแหล่งยืมหุ้น หรือ locate ได้ นอกเหนือจากการยืมหลักทรัพย์เข้าพอร์ตก่อนส่งคำสั่งขายชอร์ต เป็น practice ที่เป็นแนวปฏิบัติสากล เนื่องจากลูกค้ายังไม่ทราบว่า จะสามารถขายชอร์ตได้หรือไม่ ในจำนวนใด แต่ บล.ต้องมีการตรวจสอบให้มั่นใจก่อนว่า ลูกค้าสามารถยืมหุ้นเพื่อส่งมอบตามคำสั่งขายชอร์ตได้ โดยการยืมหุ้นต้องมีผลทันทีเมื่อคำสั่งขายชอร์ตได้รับการจับคู่

ทั้งนี้ ก.ล.ต.อยู่ระหว่างปรับปรุงประกาศและหนังสือเวียนให้ชัดเจนขึ้น โดยได้จัดทำ focus group และชี้แจงกับ FETCO แล้ว โดย บล.จะรับคำสั่งขายชอร์ตจากลูกค้าที่ขอยืนยันการ locate จาก บล.ได้ เฉพาะเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

สำหรับมาตรการเสริมที่เสนอ เช่น ผู้ให้บริการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ต้องแจ้งลูกค้าที่ให้ยืมหุ้นก่อน, การกันหุ้นที่ locate ให้ลูกค้าแล้วทันทีโดยไม่ให้นำไปให้ยืมซ้ำ หรือการให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการ locate เป็นต้นนั้น ข้อเสนอดังกล่าวเป็นไปตามกฎเกณฑ์และการปฏิบัติปกติอยู่แล้ว ส่วนการที่หลักเกณฑ์ปัจจุบันยังเปิดให้ บล.เรียกหลักประกันลูกค้าสถาบันต่างจากผู้ลงทุนทั่วไปได้ เป็นไปตามหลักการทั่วไปที่ให้ บล.ดูแลจัดการลูกค้าตามความเสี่ยง

  1. ข้อเสนอให้การขายหุ้นที่ยืมมา ถือเป็นการขายชอร์ตทุกครั้ง แม้ในระหว่างนั้นจะมีการซื้อคืนมา โดยเห็นว่า การที่ลูกค้ายืมหุ้น และ flag S การขายชอร์ตในต้นวันแล้ว หากต่อมามีการซื้อหุ้นคืนในระหว่างวัน การขายหุ้นที่ได้ซื้อคืนมาแล้วนั้นออกไป ควรถือเป็นการขายชอร์ตด้วย

ก.ล.ต.ระบุว่า แนวทางที่เสนอดังกล่าวไม่สอดคล้องกับการปฏิบัติตามที่กำหนดในกฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องเนื่องจากผู้ลงทุนทั่วไป ไม่ว่าจะได้ขายชอร์ตไว้ก่อนแล้วหรือไม่ ย่อมมีสิทธิที่จะซื้อหุ้น และขายหุ้นที่ตนได้ซื้อออกไปในลักษณะ long sell ดังนั้น ในทางปฏิบัติ ผู้ลงทุนจึงยืมหลักทรัพย์ตามจำนวนที่ขายชอร์ต หากมีการซื้อคืน และขายในระหว่างวัน ก็สามารถเป็น long sell ได้ และยืมหลักทรัพย์ข้ามคืนตามจำนวนหุ้นที่ยืมสุทธิจากจำนวนที่มีการซื้อคืน

  1. ข้อเสนอให้ตลาดหลักทรัพย์ฯทบทวนการตรวจสอบธุรกรรมขายชอร์ต โดยขอให้ตรวจสอบจากเอกสารที่ยืนยันได้ แทนการตรวจแบบพันยอด

สำหรับเรื่องนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯได้แจ้งการตรวจสอบให้ บล.ทราบในการประชุมร่วมกันระหว่างบริษัทสมาชิก ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯแล้ว เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 เกี่ยวกับการพันยอดรายการซื้อขายเพื่อหาว่ามีคำสั่งเสนอขายใดที่ไม่มีหลักทรัพย์ในครอบครองก่อนหน้าหรือไม่ โดยชี้แจงว่า การตรวจสอบดังกล่าวเป็นเครื่องมือหนึ่งในการตรวจสอบหารายการต้องสงสัย โดยตลาดหลักทรัพย์ฯสามารถตรวจหารายการต้องสงสัยด้วยวิธีอื่นเพิ่มเติมได้อีกตามความเหมาะสม

ทั้งนี้ หากพบรายการต้องสงสัย บล.มีหน้าที่ส่งเอกสารหลักฐานภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่ารายการส่งคำสั่งเสนอขายต้องสงสัยนั้น มีหลักทรัพย์ในครอบครองก่อนส่งคำสั่ง ซึ่งต้องเป็นเอกสารหลักฐานที่เชื่อถือได้ เช่น หลักฐานจากผู้ให้ยืม หรือหลักฐานจาก custodian เป็นต้น ทั้งนี้การขอเอกสารหลักฐานเฉพาะรายการที่ต้องสงสัย เป็นแนวปฏิบัติของการกำกับดูแลทั่วไป เพื่อไม่ให้การขอข้อมูล สร้างภาระเกินควรแก่ผู้ลงทุนและผู้ปฏิบัติ ซึ่งส่วนมากปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว

ก.ล.ต.และ ตลท.ย้ำว่า การกำกับดูแลธุรกรรมขายชอร์ตเป็นไปตามหลักการสากล และจะปรับปรุงกฎเกณฑ์ให้ชัดเจนขึ้น ขณะเดียวกันยังรักษาสมดุลระหว่างการป้องกันความเสี่ยงในตลาดทุน และการไม่สร้างภาระเกินจำเป็นแก่ผู้ลงทุนและผู้ประกอบการ