เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

บาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ จับตาการชัตดาวน์ของสหรัฐ

06 ต.ค. 2568 | 18:54น.
จับตาค่าเงินบาท

จับตาค่าเงินบาท

บาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ จับตาการชัตดาวน์ของสหรัฐ ซึ่งสร้างความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและทำให้การเผยแพร่ข้อมูลสำคัญต้องล่าช้าออกไป

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (06/10) 32.41/42 อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (03/10) ที่ระดับ 32.38/39 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเปิดตลาดเช้าวันนี้ (06/10) แข็งค่าขึ้นเทียบเงินสกุลหลัก หลัง Dollar Index เปิดตลาดปรับตัวขึ้น 98.00 จากการอ่อนค่าของค่าเงินเยน ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการปิดทำการของหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐ(ชัตดาวน์) ซึ่งสร้างความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและทำให้การเผยแพร่ข้อมูลสำคัญ เช่น ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่มีกำหนดเผยแพร่เมื่อวันศุกร์ (03/10) ต้องล่าช้าออกไป

โดยล่าสุดเมื่อวันศุกร์ (03/10) วุฒิสมาชิกสหรัฐลงมติเป็นครั้งที่ 4 ปฏิเสธแผนแก้ไขงบประมาณชั่วคราว ทำให้หน่วยงานรัฐบาลกลางจะยังคงปิดทำการต่อไป ขณะที่ตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐเมื่อวันศุกร์ (03/10) มีการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ลดลงเหลือ 50 จาก 52.0 ในเดือน ส.ค. ซึ่งเป็นระดับกึ่งกลางระหว่างการขยายตัวและหดตัว และต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 51.7

นอกจากนี้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา ได้เปิดเผยว่า แบบจำลองคาดการณ์ GDPNow ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัว 3.8% ในไตรมาส 3/2568 หลังจากเศรษฐกิจหดตัว 0.5% ในไตรมาส 1 และขยายตัว 3.8% ในไตรมาส 2

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ วันนี้ (06/10) คุณนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) ของไทยในเดือน ก.ย. 2568 อยู่ที่ 100.11 หรืออัตราเงินเฟ้อทั่วไป ลดลง -0.72% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน และเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 โดยมีสาเหตุสำคัญจากราคาพลังงาน (ค่ากระแสไฟฟ้า และน้ำมันเชื้อเพลิง) ที่ปรับลดลงตามนโยบายของภาครัฐ รวมทั้งราคาพลังงานในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง

นอกจากนี้ สินค้าสำคัญในกลุ่มอาหารสด ยังคงปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะไข่ไก่ ผัก-ผลไม้สด โดยคุณนันทพงษ์ กล่าวว่า แม้อัตราเงินเฟ้อทั่วไป จะติดลบต่อเนื่องกัน 6 เดือน แต่ไม่ใช่การเข้าสู่ภาวะเงินฝืดแต่อย่างใด เพราะอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (ไม่รวมสินค้ากลุ่มพลังงาน และอาหารสด) ยังคงขยายตัวเป็นบวก

ประกอบกับอุปสงค์ในประเทศยังคงมีอยู่ และการจ้างแรงงานไม่ได้ลดลง และแม้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของประเทศจะขยายตัวได้ต่ำกว่าคาด แต่ก็ยังมีการเติบโตได้ ดังนั้นจึงไม่ใช่สัญาณของภาวะเงินฝืดแต่อย่างใด ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.34-32.44 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดเมื่อระดับ 32.45/46 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (06/10) ที่ระดับ 1.1709/10 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (03/10) ที่ระดับ 1.1737/38 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยในวันนี้ (06/10) คุณเซบาสเตียน เลอกอร์นู นายกรัฐมนตรีของฝรั่งเศส ได้ประกาศลาออกซึ่งป็นเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่เขาได้เข้ารับตำแหน่ง ส่งผลให้ประเทศตกอยู่ในความวุ่นวายทางการเมืองอีกครั้ง

โดยคุณเลอกอร์นู เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ท่ามกลางความท้าทายในการรวมเสียงรัฐสภาที่แตกแยกเพื่อให้ผ่านงบประมาณปี 2569 หลังรัฐบาลชุดก่อนหน้านี้ไม่สามารถออกงบประมาณที่ระบุรายละเอียดการลดรายจ่ายและการปรับขึ้นภาษี ซึ่งคุณเลอกอร์นูนับเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 5 ของฝรั่งเศส ในระยะเวลาไม่ถึง 2 ปี

โดยการลาออกของคุณเลอกอร์นูเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังากรแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เมื่อวันอาทิตย์ (05/10) ทั้งนี้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งมีรัฐมนตรีที่คงเดิมอยู่หลายตำแหน่ง มีกำหนดประชุมครั้งแรกในวันนี้ (06/10)

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยในวันนี้ (06/10) สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (Eurostat) ได้เปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกยูโรโซนปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือน ส.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ หลังจากลดลง 0.5% ในเดือน ก.ค.

ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1653-1.1741 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1666/67 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (06/10) ที่ระดับ 149.78/79 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (03/10) ที่ระดับ 147.35/36 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (04/10) คุณซานาเอะ ทาคาอิจิ วัย 64 ปี ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการภายในของญี่ปุ่น ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) และเป็นการปูทางสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ

นักวิเคราะห์จากหลายสำนัก ซึ่งรวมถึงโนมูระ ซิเคียวริตีส์ (Nomura Securities) คาดการณ์ว่าการที่คุณทาคาอิจิมีจุดยืนสนับสนุนการกระตุ้นเศรษฐกิจจะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่น และการที่เธอสนับสนุนการผ่อนคลายนโยบายการเงินและการคลังนั้น อาจลดโอกาสที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมช่วงปลายเดือนนี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดหุ้นเช่นกัน

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์คาดว่าโอกาสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่น้อยลงของ BOJ จะส่งผลให้สกุลเงินเยนอ่อนค่าลง ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มส่งออกในตลาดหุ้นญี่ปุ่น แต่แนวโน้มดอกเบี้ยขาลงจะสร้างแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มธนาคาร ส่วนหุ้นที่ต้องพึ่งพาอุปสงค์ภายในประเทศและหุ้นบริษัทขนาดเล็กคาดว่าจะได้รับแรงหนุนอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากนักลงทุนจะให้การตอบรับทุกสัญญาณที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย “อาเบะโนมิกซ์ (Abenomics)” ที่ริเริ่มโดยอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ

ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 149.06-150.43 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 150.38/39 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การใช้จ่ายภาคครัวเรือนเดือน ส.ค.ของญี่ปุ่น (07/10), ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือน ส.ค. ของเยอรมนี (07/10), ดัชนีราคาบ้านเดือน ก.ย.จากฮาลิแฟกซ์ของอังกฤษ (07/10), ดุลการค้าเดือน ส.ค.ของฝรั่งเศส (07/10), ดุลการค้าเดือน ส.ค.ของสหรัฐ (07/10), การคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภคเดือน ก.ย.ของสหรัฐ (07/10), ดุลบัญชีเดินสะพัดเดือน ส.ค.ของญี่ปุ่น (08/10),

การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ส.ค.ของเยอรมนี (08/10), สต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) (08/10), คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) เปิดเผยรายงานการประชุมวันที่ 16-17 ก.ย. (09/10), ยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือน ส.ค.ของเยอรนี (09/10), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (09/10), สต๊อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือน ส.ค. ของสหรัฐ (09/10), ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน ก.ย.ของญี่ปุ่น (10/10) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคชั้นต้นเดือน ต.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (10/10)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -8.5/-8.3 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -3.8/-3.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ