เอกนิติสั่งเร่งเบิกจ่ายงบเหลื่อมปี 3 แสนล้าน ตั้งเป้าเบิกงบปี’69 ไม่ต่ำกว่า 93%-ลงทุน 75%
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ
“เอกนิติ” สั่งเร่งเบิกจ่ายงบเหลื่อมปี 3 แสนล้าน พร้อมตั้งเป้าเบิกงบปี 2569 หน่วยงานต้องไม่ต่ำกว่า 93%- งบลงทุนสำคัญเบิกไม่ต่ำกว่า 75%
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) ได้มีการพิจารณาเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ ซึ่งไม่ได้ใช้งบประมาณใหม่ อยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง ซึ่งปีที่ผ่านมาอธิบดีกรมบัญชีกลางได้รายงานว่าผลการเบิกจ่ายปีงบประมาณ 2568 ปรากฏว่ามีงบเบิกจ่ายที่เบิกไม่หมด และขอกันเหลื่อมปีสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 300,000 กว่าล้านบาท ซึ่งมีการเบิกช้ากว่าปกติ เช่น ปกติงบลงทุนเบิกได้ถึงกว่า 70% แต่ปีที่แล้วเบิกได้เพียง 60% เท่านั้น
ซึ่งหมายความว่าประสิทธิภาพการเบิกจ่ายปีที่แล้วไม่ดี แต่ข้อดีอย่างหนึ่งคือมีเหลื่อมมาใช้ในปีนี้ ก็จะทำให้มีเงินเหลือจากปีที่แล้วมาใช้ในปีงบประมาณ 2569 นี้ ดังนั้นจะเร่งประสิทธิภาพการเบิกจ่าย โดยกำหนดว่าใครที่ของบประมาณเหลื่อมจ่ายเข้ามา และมี TOR เรียบร้อย ต้องให้เบิกจ่ายให้เสร็จภายในไตรมาส 2 ของปี 2569 นี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพช่วยเอาเงินเก่าที่ไม่มีประสิทธิภาพมาฟื้นเศรษฐกิจ
ขณะเดียวกันงบปี 2569 ของหน่วยราชการและรัฐวิสาหกิจมีจำนวนมาก ซึ่งงบประมาณของหน่วยงานที่อนุมัติไปแล้วมีถึง 3.78 ล้านล้านบาท จึงมีการตั้งเป้าและกำหนดการเบิกจ่ายเป็นตัวชี้วัด หรือ KPI ให้หัวหน้าหน่วยราชการ ปีนี้จะต้องเบิกจ่ายได้ไม่ต่ำกว่า 93% ของทั้งปีงบประมาณ และงบลงทุนที่เป็นตัวสำคัญในการฟื้นเศรษฐกิจระยะยาว ต้องเบิกจ่ายไม่ต่ำกว่า 75%
นอกจากนี้เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ นอกจากจะมีตัวชี้วัดแล้ว ต้องติดตามหน่วยงานราชการเป็นรายเดือน เพื่อจะได้อัพเดตข้อมูลและรายงานให้นายกรัฐมนตรีได้รับทราบ โดยเฉพาะหัวหน้าหน่วยไหนที่เบิกจ่ายล่าช้า ซึ่งนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญในเรื่องนี้ เช่น กระทรวงมหาดไทย ที่นายกรัฐมนตรีดูแลอยู่ก็พบปัญหา รวมถึงกระทรวงคมนาคมที่มีการเบิกจ่ายล่าช้า
นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้พูดคุยถึงแผนงานการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ ภายหลังจากนายกรัฐมนตรีให้กรอบการทำงานไปแล้ว โดยทุกคนต้องมี Quick Big Win เนื่องจากมีเวลาจำกัด เพราะจะมีการประกาศยุบสภาในเดือนมกราคม เมื่อมีเวลาจำกัดก็จะมีแผนออกมาทุกเดือน โดยจะให้กระทรวงเศรษฐกิจที่มีนโยบาย Quick Big Win โดยจะต้องทำสั้น ได้ผลยาว และกระจายตัวให้ทั่วถึง และจะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจในทุกสัปดาห์