เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรุงเทพเดือด เซ็นทรัล-เดอะมอลล์-แพลทินัม เปิดห้างใหม่  สัปดาห์เดียวกัน
Business กรุงเทพเดือด เซ็นทรัล-เดอะมอลล์-แพลทินัม เปิดห้างใหม่ สัปดาห์เดียวกัน
ซีพี ออลล์ แจงปมกดบัตรคอนเสิร์ต ยันคุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีพนักงาน
Biz Movement ซีพี ออลล์ แจงปมกดบัตรคอนเสิร์ต ยันคุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีพนักงาน
อาลัย“อรุณ ชัยเสรี”ปรมาจารย์ด้านวิศวกรรมโครงสร้าง ผู้ออกแบบตึกช้าง
Real Estate อาลัย“อรุณ ชัยเสรี”ปรมาจารย์ด้านวิศวกรรมโครงสร้าง ผู้ออกแบบตึกช้าง
กทม.ช่วยสังคมเปิดคอร์สฝึกอาชีพ 105 บาทเสริมศักยภาพ-สร้างรายได้
SD กทม.ช่วยสังคมเปิดคอร์สฝึกอาชีพ 105 บาทเสริมศักยภาพ-สร้างรายได้
ไทยเบฟ พัฒนาชุมชนยั่งยืนผนึกจุฬาฯ เชื่อมห้องเรียนสู่ท้องถิ่น
SD ไทยเบฟ พัฒนาชุมชนยั่งยืนผนึกจุฬาฯ เชื่อมห้องเรียนสู่ท้องถิ่น
พระราชินี พระราชทานรางวัลชนะเลิศกอล์ฟควีนส์คัพไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2569
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี พระราชทานรางวัลชนะเลิศกอล์ฟควีนส์คัพไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2569
ตราดชงแผนรับมือฤดูกาลผลไม้ตะวันออก แก้ราคาตกต่ำ-แรงงานขาดแคลน
เศรษฐกิจภูมิภาค ตราดชงแผนรับมือฤดูกาลผลไม้ตะวันออก แก้ราคาตกต่ำ-แรงงานขาดแคลน
“ดร.เอกก์” ชี้ทางรอด SMEs เชียงใหม่ “เจาะลึก-แม่นยำ” ดึงไปรษณีย์ไทยช่วยกระจายสินค้า
เศรษฐกิจภูมิภาค “ดร.เอกก์” ชี้ทางรอด SMEs เชียงใหม่ “เจาะลึก-แม่นยำ” ดึงไปรษณีย์ไทยช่วยกระจายสินค้า
ทชม. ซ้อมใหญ่แผน CEMEX-26 จำลองเหตุ “กราดยิง-วินาศกรรม” รับมือภัยคุกคาม
เศรษฐกิจภูมิภาค ทชม. ซ้อมใหญ่แผน CEMEX-26 จำลองเหตุ “กราดยิง-วินาศกรรม” รับมือภัยคุกคาม
“ภาวุธ” ห่วงติดกับ แพลทฟอร์มต่างชาติกินรวบ เสนอรัฐคุย “ยักษ์” ทุกค่าย
News “ภาวุธ” ห่วงติดกับ แพลทฟอร์มต่างชาติกินรวบ เสนอรัฐคุย “ยักษ์” ทุกค่าย
ดูทั้งหมด

ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ จับตาความคืบหน้าระหว่างจีนกับสหรัฐ

20 ต.ค. 2568 | 18:37น.
เงินบาท

เงินบาท

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (20/10) 32.75/76 อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (17/10) ที่ระดับ 32.67/68 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเปิดตลาดเช้านี้ (20/10) แข็งค่าขึ้นเทียบเงินสกุลหลัก หลัง Dollar Index เปิดตลาดปรับตัวขึ้นที่ 98.48 หลังจากนักลงทุนเริ่มคลายความกังวล หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ส่งสัญญาณอ่อนลงต่อจีน

โดยนายทรัมป์กล่าวว่า มาตรการเก็บภาษีกับจีน 100% เพื่อตอบโต้การที่จีนประกาศควบคุมการส่งออกแร่หายาก นั้นไม่สามารถดำเนินได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์ยังกล่าวว่าทางจีนนั้นเป็นต้นเหตุที่ทำให้การเจรจายากลำบาก เนื่องจากจีนเข้มงวดเรื่องส่งออกแร่หายาก

นอกจากนี้ในวันศุกร์ (17//10) นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่าเขามีกำหนดพบปะกับ เหอ หลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีนในสัปดาห์หน้า โดยจะมีการหารือเกี่ยวกับการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอย่างตรงไปตรงมา และอาจจะมีความคืบหน้าเรื่องที่นายทรัมป์ขู่เรียกเก็บภาษีศุลกากร 100% กับสินค้านำเข้าจากจีน ทั้งนี้วันที่ 31 ต.ค.ถึง 1 พ.ย.นี้ จะมีการพบปะนอกกรอบการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปคระหว่างนายทรัมป์และนายสี จิ้นผิง

อย่างไรก็ตามการฟื้นตัวของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ยังคงเป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากตลาดยังมีความกังวลที่รัฐบาลกลางสหรัฐยังคงปิดทำการอยู่ ซึ่งยืดเยื้อต่อกันเป็นวันที่ 19 ทำให้ขาดข้อมูลแรงงานที่สำคัญ เนื่องจากยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญได้ ส่งผลให้นักลงทุนยังคงไม่มั่นใจต่อทิศทางเศรษบฐกิจสหรัฐเท่าไรนัก

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ วันนี้ (20/10) เป็นวันแรกที่รัฐบาลเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนโครงการคนละครึ่ง โครงการนี้มีระยะเวลา 2 เดือน โดยมีเงื่อนไขที่ประชาชนสามารถใช้จ่ายตามสิทธิไม่เกิน 200 บาทต่อวัน โดยจ่ายเพียง 100 บาท โครงการนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิในช่วงสิ้นปี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า หากผลตอบรับของโครงการออกมาดี ทางนายอนุทินและ รมว.คลัง พร้อมที่จะเตรียมโครงการคนละครึ่งเฟส 2 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป

นอกจากนี้มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ใกล้เคียงที่ระดับ 0% หรืออาจจะติดลบเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบต่อเนื่องเข้าเดือนที่ 6 แล้ว และคาดการณ์ว่าจะติดลบต่อเนื่องจนถึงปีหน้า ในส่วนของภาคการส่งออกนั้นมีสัญญาณชะลอตัวอย่างชัดเจนตั้งแต่เดือน ส.ค. ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.69-32.86 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.69/70 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (20/10) ที่ระดับ 1.1662/64 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (17/10) ที่รดับ 1.1695/67 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยในวันศุกร์ (17/10) Stabdard & Poors – S&P ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศส อยู่ที่ระดับ A+/A-1 โดยมีแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือที่ยังมีเสถียรภาพ

การปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือมีสาเหตุมาจากฐานะการคลังของประเทศยังมีความไม่แน่นอน ถึงแม้ว่ารัฐบาลฝรั่งเศสจะพึ่งมีการเสนอร่างงบประมาณของปี 2569 ในสัปดาห์นี้ก็ตาม นอกจากนี้ S&P ประเมินว่าภาครัฐของฝรั่งเศสในปี 2568 จะขาดดุลงบประมาณอยู่ที่ 4.5% ของ GDP และคาดว่าจะปรับสมดุลงบประมาณจะเป็นไปได้ล่าช้ากว่าที่คาดไว้ ขณะที่หนี้สาธารณะของรัฐบาลฝรั่งเศสจะอยู่ที่ 121% ของ GDP ภายในปี 2571 ปรับตัวขึ้นจากระดับ 112% ของ GDP เมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1652-1.1675 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1664/65 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (20/10) ที่ระดับ 151.12/16 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (17/10) ที่ระดับ 146.75/77 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยขณะนี้นักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับสถานะการคลังของญี่ปุ่น หลังจาก ซานาเอะ ทาคาอิจิ ผู้นำพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) มีแนวโน้มที่จะได้แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น

โดยซานาเอะสนับสนุนการผ่อนคลายนโยบายการเงิน จึงมีกระแสคาดการณ์ว่า BOJ มีแนวโน้มที่จะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ คณะกรรมการสภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่นมีกำหนดลงมติเลือกนยกฯคนใหม่ในวันที่ 21 ต.ค. อย่างไรก็ตามนายคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กล่าวว่า BOJ พร้อมที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ย หากการเติบโตเศรษฐกิจและเงินเฟ้อเป็นไปตามป้าหมาย ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 150.28-151.20 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 150.66/67 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน ก.ย.ของเยอรมนี (20/10), ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือน ก.ย.จาก Conference Board ของสหรัฐ (20/10), ยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือน ก.ย. ของญี่ปุ่น (22/10), อัตราเงินเฟ้อเดือน ก.ย.ของอังกฤษ (22/10), สต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) ของสหรัฐ (22/10), ยอดขายบ้านมือสองเดือน ก.ย.ของสหรัฐ (23/10),

อัตราเงินเฟ้อเดือน ก.ย.ของญี่ปุ่น (24/10), ยอดค้าปลีกเดือน ก.ย.ของอังกฤษ (24/10), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการขั้นต้นเดือน ต.ค.จาก S&P Gloabl ของอังกฤษ (24/10), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการขั้นต้นเดือน ต.ค. จาก HCOB ของฝรั่งเศส, เยอรมนี และอียู (24/10), ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน ก.ย.ของสหรัฐ (24/10), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการขั้นต้นเดือน ต.ค.ของ S&P Global ของสหรัฐ (24/10)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.8/-7.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -4.7/-2.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินบาท เงินบาท