คลังเผยปีงบประมาณ 2568 จัดเก็บรายได้สุทธิ 2.82 ล้านล้านบาท ต่ำกว่าเป้ากว่า 6.4 หมื่นล้านบาท เหตุรายได้ 3 กรมภาษีหลักหดจากเศรษฐกิจโลกชะลอ มาตรการส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า และเงินบาทแข็งค่ากระทบอากรนำเข้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการคลังรายงานผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิประจำปีงบประมาณ 2568 (ต.ค. 2567-ก.ย. 2568) พบว่ารัฐบาลมีรายได้สุทธิรวม 2.82 ล้านล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการที่ตั้งไว้ 6.42 หมื่นล้านบาท หรือราว 2.2% แต่ยังสูงกว่าปีงบฯก่อนหน้าเล็กน้อยที่ 0.9%
สาเหตุหลักที่รายได้ไม่ถึงเป้า มาจากการจัดเก็บของ 3 กรมภาษีหลัก ได้แก่ กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร ซึ่งรวมกันจัดเก็บได้ 2.99 ล้านล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 1.12 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 3.6% ดังนี้
กรมสรรพากร จัดเก็บได้ 2.33 ล้านล้านบาท ต่ำกว่าเป้า 3.72 หมื่นล้านบาท (1.6%) เนื่องจากภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากการนำเข้าลดลงตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว
กรมสรรพสามิต จัดเก็บได้ 5.37 แสนล้านบาท ต่ำกว่าเป้า 7.21 หมื่นล้านบาท (11.8%) จากภาษีรถยนต์ที่ลดลงตามมาตรการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
กรมศุลกากร จัดเก็บได้ 1.19 แสนล้านบาท ต่ำกว่าเป้า 3.05 พันล้านบาท (2.5%) จากผลของเงินบาทแข็งค่า การเปิดเสรีทางการค้า และการนำเข้ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปที่ลดลง
ขณะเดียวกัน รายได้จากส่วนราชการอื่นและรัฐวิสาหกิจสูงกว่าเป้าหมาย โดยรัฐวิสาหกิจ นำส่งรายได้รวม 1.77 แสนล้านบาท สูงกว่าเป้า 879 ล้านบาท (0.5%)
ส่วนราชการอื่น จัดเก็บได้ 2.21 แสนล้านบาท สูงกว่าเป้า 4.79 หมื่นล้านบาท (27.6%) โดยเฉพาะกรมธนารักษ์ จัดเก็บรายได้ 1.27 หมื่นล้านบาท สูงกว่าเป้า 1.78 พันล้านบาท (16.2%) ซึ่งมาจากเงินส่วนเกินจากการจำหน่ายพันธบัตรและรายได้จากการประมูลคลื่นความถี่โทรคมนาคมที่ไม่รวมอยู่ในประมาณการ
สำหรับฐานะการคลังของรัฐบาลในปีงบประมาณ 2568 ตามระบบกระแสเงินสด พบว่ารัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังรวม 2.82 ล้านล้านบาท ในขณะที่มีการเบิกจ่ายงบประมาณรวม 3.72 ล้านล้านบาท ทำให้ต้องกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลจำนวน 9.22 แสนล้านบาท ส่งผลให้ยอดเงินคงคลัง ณ สิ้นเดือนกันยายน 2568 อยู่ที่ 5.8 แสนล้านบาท