ไทยพาณิชย์ เร่งเจรจาตั้ง JVAMC คาดโครงการนำร่องต้นปี 69
ธนาคารไทยพาณิชย์ เผย สนใจตั้ง JVAMC คาดเห็นทดลองนำร่องต้นปี 69 มองช่วยโฟลว์หนี้เสียดีขึ้น เป็นโอกาสปล่อยสินเชื่อใหม่ แย้มแผนปี 69 เน้นหารายได้ค่าฟี-ลุยธุรกิจมั่งคั่ง หลังเจอแรงกดดันเศรษฐกิจโตช้า-ดอกเบี้ยขาลง
นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB เปิดเผยว่า สำหรับการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่างสถาบันการเงินและบริษัท บริหารสินทรัพย์ (JVAMC) ธนาคารมีความสนใจ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างพูดคุยกันอยู่ อย่างไรก็ดี การจัดตั้งบริษัทใหม่จะต้องมีการทดลองระบบ และภายในต้นปี 2569 อาจจะได้เห็นการนำร่องของ JVAMC
อย่างไรก็ดี ธนาคารมองว่า การจัดตั้ง JVAMC มีความจำเป็นในภาวะปัจจุบัน เนื่องจากหากมีการบริหารจัดการหนี้ได้ดี ธนาคารจะมีพื้นที่และสภาพคล่องในการปล่อยสินเชื่อต่อได้ โดยที่ผ่านมาธนาคารก็ให้ความสำคัญการบริหารจัดการหนี้ต่อเนื่อง
“การตั้ง JVAMC จะเข้ามาช่วยบริหารไซซ์หนี้ปรับลดลง ซึ่งทำให้แนวโน้มการปล่อยสินเชื่อมากขึ้นได้ ส่วนการแก้หนี้ต่ำกว่า 1 แสนบาทผ่านกลไกบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด หรือ SAM นั้น เป็นเรื่องที่ทาง SCBX จะดำเนินการ เนื่องจากพอร์ตสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน และต่ำกว่า 1 แสนบาท จะอยู่ในส่วนของ SCBX ไม่ใช่ในส่วนของธนาคาร แต่เชื่อว่าโฟลว์ของหนี้จะบริหารจัดการได้ดีขึ้น เพราะมีคนเข้ามาช่วยบริหารในราคาที่เหมาะสม”
นายกฤษณ์ กล่าวว่า แนวโน้มธุรกิจในปี 2568 จะเห็นว่าได้รับแรงกดดันจากดอกเบี้ยที่ปรับลดลง และเศรษฐกิจมีความเสี่ยงมากขึ้น สะท้อนไปยังสินเชื่อของทุกธนาคาร อย่างไรก็ดี การเติบโตของธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่จะมาจากการลงทุน แต่การเติบโตมาจาก Real Growth ค่อนข้างน้อย
ดังนั้น ภายใต้แนวโน้มดอกเบี้ยที่เติบโตลดลง ทำให้ธนาคารต้องหาวิธีการเติบโตใหม่ และบริหารสินทรัพย์ไม่ให้เสียมากและมีประสิทธิภาพ รวมถึงการหาเครื่องยนต์ใหม่ในส่วนของการหารายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) ที่มีการเติบโต 20% คาดว่าปี 2569 น่าจะเติบโตใกล้เคียงกัน
โดยในส่วนแผนธุรกิจปี 2569 มองว่า ทุกธนาคารจะหาการเติบโตที่ตัวเองเข้มแข็ง ซึ่งไทยพาณิชย์ยังคงเน้น 4 ด้าน คือ สินเชื่อรายใหญ่ สอดคล้องไปกับการลงทุนของประเทศ เช่น ธุรกิจเกี่ยวข้องอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ Data Center และโครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น
นอกจากนี้ สินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยธนาคารเป็นอันดับ 1 ของตลาด จึงจะรักษาการเติบโตต่อเนื่องต่อไป โดยร่วมมือกับพันธมิตร 4-5 ราย และ ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง และการบริหารหนี้เสียให้ดีขึ้น อย่างไรก็ดี การลดต้นทุนยังเป็นเรื่องที่ธนาคารให้ความสำคัญมาโดยตลอด
“ปีนี้ภาพรวมสินเชื่อเราคงทรงตัว และปีหน้าเราคงไม่สามารถตั้งเป้าเติบโตสินเชื่อหดตัวได้ แต่เรื่องของต้นทุนยังเป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญต่อเนื่องในภาวะที่เศรษฐกิจโตน้อย แรงกดดันดอกเบี้ยที่ลดลง ในขณะที่ผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น หรือ ROE เราจะรักษาไม่ให้ต่ำกว่า 2 หลัก เพราะเราสัญญาไว้แล้ว”