เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
Real Estate ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
SET ทะยาน Top 5 เอเชียส่องเทรนด์ครึ่งปีหลัง ตันแล้วหรือไปต่อ ?
Finance SET ทะยาน Top 5 เอเชียส่องเทรนด์ครึ่งปีหลัง ตันแล้วหรือไปต่อ ?
ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
สามัญสำนึก ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
Tech คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
World ‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
Politics รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
ก.คมนาคม สั่งคุมเข้มตรวจสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ เพิ่ม สุนัข K9 – ยกระดับการข่าว
Economic ก.คมนาคม สั่งคุมเข้มตรวจสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ เพิ่ม สุนัข K9 – ยกระดับการข่าว
ขัตติยา อินทรวิชัย เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ 81 ปี KBANK
50th Impact ขัตติยา อินทรวิชัย เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ 81 ปี KBANK
สวนดุสิตโพล ชี้คนชม “ไทยช่วยไทยพลัส” ขณะที่ ”ปัญหายาเสพติด” กระทบเชื่อมั่น รบ.
Politics สวนดุสิตโพล ชี้คนชม “ไทยช่วยไทยพลัส” ขณะที่ ”ปัญหายาเสพติด” กระทบเชื่อมั่น รบ.
สิริพงศ์ คาดชงแผนเปลี่ยนผ่าน “รถสาธารณะ เป็น EV” เข้าบอร์ดกลั่นกรองฯ กลาง ก.ค.นี้
Economic สิริพงศ์ คาดชงแผนเปลี่ยนผ่าน “รถสาธารณะ เป็น EV” เข้าบอร์ดกลั่นกรองฯ กลาง ก.ค.นี้
ดูทั้งหมด

หุ้นไทยวันนี้ (10 พ.ย.) เคลื่อนไหวในกรอบ 1,290-1,310 จุด ชัตดาวน์สหรัฐใกล้จบ

10 พ.ย. 2568 | 10:00น.

บล.พายคาด SET วันนี้ (10 พ.ย.) เคลื่อนไหวในกรอบ 1,290-1,310 จุด ติดตามรายงานผลประกอบการไตรมาส 3-2568 โค้งสุดท้ายสัปดาห์นี้-การกลับมาเปิดหน่วยงานของสหรัฐ หลังมีรายงานว่ารีพับลิกันและเดโมแครตใกล้จะบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณ

บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ Pi เปิดเผยว่า วันนี้ (10 พ.ย.) ประเมิน SET Index เคลื่อนไหวในกรอบ 1,290-1,310 จุด เริ่มมีรายงานว่าหน่วยงานในสหรัฐจะกลับมาเปิดทำการ โดยรีพับลิกันและเดโมแครตใกล้จะบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณ เป็นจิตวิทยาเชิงบวกต่อตลาดหุ้นในภาพรวม ส่วนในประเทศรอติดตามผลประกอบการ (TACC ประกาศกำไรทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์รายไตรมาส) มองเป็นหุ้นที่น่าสนใจ

วันศุกร์ที่ผ่านมา สหรัฐรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง 6% สาเหตุลดลงจากสถานะการเงินส่วนบุคคลในปัจจุบัน และอีกส่วนมองว่าสภาพธุรกิจในข้างหน้าไม่ค่อยดีเท่าใดนัก จากการที่รัฐบาลปิดหน่วยงานเป็นระยะเวลาค่อนข้างยาวนานกว่า 1 เดือน และการลดลงของความเชื่อมั่นเกิดขึ้นในหลาย ๆ ช่วงอายุ ยกเว้นกลุ่มที่ถือหุ้นในอัตราสูงพบว่ามีความเชื่อมั่นเพิ่มมากขึ้น โดยรวมตัวเลขข้างต้นสะท้อนความเปราะบางของกำลังซื้อ กดดันให้ US Dollar กลับมาอ่อนค่าพร้อมกับเงินบาทที่แข็งค่าทดสอบ 32.4 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐค่อนข้างผันผวนจากความกังวล Valuation เริ่มแพง โดยเฉพาะกลุ่ม Technology อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเป็นเพียงระยะสั้น เพราะทิศทางการเติบโตของกำไรยังเด่นชัด จังหวะย่อตัวอาจมองเป็นโอกาสสะสม DR

สำหรับปัจจัยในประเทศนักลงทุนรอดูการประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2568 โค้งสุดท้ายสัปดาห์นี้ อย่างล่าสุดในวันศุกร์มีหุ้นรายงานกำไรโดดเด่นอย่าง TACC ประกาศกำไรสุทธิที่ 90 ล้านบาท (+49% YOY) และรายได้ขยายตัว (+29% YOY)

บริษัทระบุว่าสาเหตุหลักมาจากรายได้ใน 7-11 ที่เพิ่มขึ้น พร้อมกับกระแสความนิยมของเครื่องดื่มชาไทยและชาเขียวในกลุ่มผู้บริโภคที่ยังมีต่อเนื่อง โดยอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 32% ลดลงเล็กน้อย (1%) จากปีก่อนตามต้นทุนที่ปรับขึ้น (กาแฟ) มองหุ้นข้างต้นยังน่าสนใจด้วย P/E ไม่แพงและปันผลที่สูง พร้อมกับเติบโตตามการขยายตัวของ 7-11

ส่วนคืนนี้ไม่มีปัจจัยสำคัญต้องติดตาม เนื่องจากสหรัฐยังไม่มีการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ กลยุทธ์การลงทุนเน้นกลยุทธ์เลือกเป็นรายตัวในหุ้นที่มีปัจจัยบวก อาทิ ค้าปลีก (BJC CPALL CPAXT HMPRO) ธนาคารพาณิชย์ (BBL KBANK SCB) การเงิน (MTC) เครื่องดื่ม (TACC)

TACC (ซื้อ/ราคาเป้าหมาย 6.60 บาท) ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2568 โดดเด่นมาก โดยบริษัทรายงานรายได้ 619 ล้านบาท (+28.6% YOY) พร้อมกับกำไรสุทธิที่ 90 ล้านบาท (+49% YOY) ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สาเหตุจากการขยายตัวของ 7-11 รวมถึงกระแสนิยมชาไทยและชาเขียว ในขณะเดียวกันเป็นหุ้นที่ปันผลค่อนข้างสูงในระดับ 7-8%

TU (ซื้อ/ราคาเป้าหมาย 15.30 บาท) TU รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3 ปี 2568 ที่ระดับ 1,304 ล้านบาท ถ้าไม่รวมรายการพิเศษกำไรปกติจะอยู่ที่ 1,196 ล้านบาทใกล้เคียงที่เราคาดไว้ โดยสิ่งที่ดีในไตรมาสนี้คือ ถ้าไม่นับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน รายได้จะกลับมาเติบโตได้อีกครั้งเมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นผลจากการฟื้นตัวในกลุ่มอาหารสัตว์ทั้งกุ้งและสัตว์เลี้ยง ส่วนเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2568 รายได้ฟื้นตัวทุกกลุ่ม สำหรับแนวโน้มช่วงไตรมาส 4 ปี 2568 เบื้องต้นคาดรายได้ทรงตัวไตรมาส 3 ปี 2568

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหุ้นไทย หุ้นไทย