MTS GOLD ชี้ทองคำเช้านี้ (20 พ.ย.) มีแรงซื้อ “Buy on Dip” ทรงตัวใกล้ 4,100 ดอลลาร์
MTS
MTS GOLD ชี้ทองคำลุ้นเลือกทาง เช้านี้ (20 พ.ย.) มีแรงซื้อ “Buy on Dip” ทรงตัวใกล้ 4,100 ดอลลาร์ หลังเผยรายงานเฟด ส่อไม่ลดดอกเบี้ย จับตาคืนนี้ “Nonfarm” ชี้ทิศทางตลาด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ MTS GOLD ของห้างทองแม่ทองสุก ระบุว่า ทองคำลุ้นเลือกทาง เช้านี้มีแรงซื้อ “Buy on Dip” ทรงตัวใกล้ 4,100 ดอลลาร์ หลังเผยรายงานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่อไม่ลดดอกเบี้ย จับตาคืนนี้ “Nonfarm” ชี้ทิศทางตลาด
โดยราคาทองคำตลาดโลก ปิดปรับตัวขึ้น 10 เหรียญ หรือ 0.25% ที่ระดับ 4,077 เหรียญ ขณะที่เช้านี้ (20 พ.ย.) ขยับขึ้นมาที่ระดับ 4,097 เหรียญ ทั้งนี้ กองทุนทองคำ SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 2.29 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,043.72 ตัน ภาพรวมเดือนพฤศจิกายน ซื้อสุทธิ 3.37 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค.ถึงปัจจุบัน ซื้อสุทธิ 170.34 ตัน
ภาพรวมราคาทองคำมีช่วงจังหวะถูกเทขายลงมาก่อนปรับตัวขึ้น โดยยังพอได้แรงหนุนจากการเข้าซื้อ “Buy on Dip” หลังรายงานประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สะท้อนความเห็นต่างเรื่องการลดดอกเบี้ย แต่การลดเดือน ธ.ค.ยังไม่แน่นอน ส่งผลให้แรงหนุนทองคำค่อนข้างจำกัด ขณะที่ตลาดลดโอกาสลดดอกเบี้ย ธ.ค. เหลือราว 30% และรอติดตามข้อมูลแรงงานสหรัฐในวันนี้ เพื่อกำหนดทิศทางต่อไป
โดยเฟดได้เปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 28-29 ต.ค. ซึ่งระบุว่า กรรมการเฟดมีความกังวลว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอาจจะส่งผลกระทบต่อการสู้กับเงินเฟ้อ โดยอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2% เป็นเวลากว่า 4 ปี
ทั้งนี้ แม้ว่าท้ายที่สุดแล้วคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) ได้ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% หลังเสร็จสิ้นการประชุมในวันที่ 29 ต.ค. แต่มติการประชุมครั้งนี้ไม่เป็นเอกฉันท์ นอกจากนี้ เจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดได้กล่าวในการแถลงข่าวหลังการประชุมว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ธ.ค.ยังคงมีความไม่แน่นอน
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักเพียง 30% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือน ธ.ค.
รวมถึงบันทึกการประชุมเผยว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ตัดสินใจหยุดกระบวนการลดขนาดงบดุล (QT) เร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ โดยจะยุติในวันที่ 1 ธ.ค. เพื่อให้มั่นใจว่าระบบการเงินมีสภาพคล่องเพียงพอ และสามารถควบคุมอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ