กรมสรรพสามิตเตรียมชง ครม. ปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่เป็น “อัตราเดียว” ภายใน ม.ค. 69 หวังลดการแข่งขันด้านราคา ป้องกันบุหรี่เถื่อน เพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บรายได้รัฐ
นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างจัดทำร่างกฎกระทรวงเพื่อปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่จากระบบ 2 อัตรา เหลืออัตราเดียว (Single Rate)” โดยคาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือนมกราคม 2569 หรือก่อนรัฐบาลประกาศยุบสภา ตามกรอบที่กำหนดไว้ 31 ม.ค. 69 นี้

“การปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่อัตราเดียวเป็นกฎกระทรวง ไม่ต้องเข้าสภา โดยสามารถเสนอ ครม. และส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาได้ทันที ก็ประกาศใช้ได้เลย ทั้งนี้ จะมีช่วงเวลาปรับตัวหรือไม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” นายพรชัยกล่าว
สำหรับเป้าหมายของการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ครั้งนี้คือ ลดแรงจูงใจผู้ผลิตให้วิ่งเข้าหาอัตราต่ำกว่า โดยปัจจุบันกรมสรรพสามิตจัดเก็บภาษีตามมูลค่าแบ่งเป็น 2 อัตราคือ หากราคาขายปลีกแนะนำไม่เกินซองละ 72 บาท เสียภาษีตามมูลค่าในอัตรา 25% ส่วนบุหรี่ที่มีราคาขายปลีกแนะนำเกินซองละ 72 บาท เสียภาษีที่อัตรา 42%
ทำให้ราคาตลาดถูกตรึงไว้ที่ช่วง 72 บาทต่อซอง และเปิดช่องให้เกิดการแข่งขันด้านราคาอย่างไม่สมดุล ทำให้ผู้ผลิตมีอิสระตั้งราคามากขึ้น และไม่ต้องแข่งกันลดสินค้าไปอยู่ในเทียร์ต่ำ รวมถึงป้องกันการลักลอบบุหรี่เถื่อน และการขยายตัวของบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้เข้ารัฐ
นายพรชัยกล่าวว่า ผลกระทบจากการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่เป็นอัตราเดียว แม้อาจทำให้ราคามีความผันผวนในระยะสั้น แต่ในระยะยาวอุตสาหกรรมมีการปรับตัวต่อเนื่องอยู่แล้ว ประกอบกับบุหรี่เทียร์บนมีสัดส่วนลดลงเรื่อย ๆ ทำให้รายได้ภาษีหลักมาจากกลุ่มเทียร์ล่าง
ดังนั้น การใช้อัตราเดียวจึงไม่น่าทำให้ตลาดผันผวน และผู้ประกอบการจะมีความยืดหยุ่นในการตั้งราคามากขึ้น ขณะที่ผู้บริโภคมักปรับตัวไปหาสินค้าทดแทน เช่น นิโคตินสำเร็จรูป ซึ่งหากเป็นสินค้าที่ถูกต้องตามกฎหมายก็จะถูกนำเข้าระบบภาษีสรรพสามิตเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ การปรับเป็นอัตราเดียวเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากไม่ดำเนินการปราบปรามสินค้าหนีภาษีอย่างจริงจัง เพราะเป้าหมายของกรมสรรพสามิตไม่ใช่การเพิ่มการบริโภค แต่คือการควบคุมสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ให้มีระบบเก็บภาษีที่เป็นธรรม ลดช่องว่างที่ทำให้เกิดสินค้าทดแทนหรือสินค้าลักลอบ เช่น บุหรี่ไฟฟ้า
โดยในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ผลการจับกุมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยจับได้แล้วกว่า 4,000 คดี ของกลาง 700,000 ซอง หรือราว 14 ล้านมวน รัฐสูญเสียภาษีเกือบ 40 ล้านบาท แต่เก็บค่าปรับได้ประมาณ 500 ล้านบาท
“ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การปรับภาษีบุหรี่ให้เป็นอัตราเดียวเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องควบคู่กับมาตรการปราบปรามบุหรี่เถื่อนอย่างเข้มงวด เพื่อให้บุหรี่ลักลอบนำเข้าออกจากตลาดไทยอย่างถาวร” อธิบดีกรมสรรพสามิตกล่าว